การประเมินผล
Evaluation as a management tool
.jpg?1356869191)
การประเมินผลการปฎิบัติงานนับเป็นเครื่องมือ หรือองค์ประกอบหนึ่งในกระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่องค์ประกอบต่างๆ มีความเชื่อมโยงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทั้งยังมีความสัมพันธ์สอดคล้องกับแผนงานขององค์กร ซึ่งการประเมินผลการปฏิบัติงานนั้นมีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การบริหารทรัพยากรบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลที่ได้จากการระเมินสามารถนำไปใช้ประโยชน์
รูปแบบการประเมินผล การประเมินผลผล มี 2 รูปแบบ คือ การประเมินเพื่อตัดสินคุณค่าจากกระบวนการ (Formative) การสรุปรวบยอด(Summative) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ การวิเคราะห์ตรรกะ การวางแผนประเมินผล การเลือกเครื่องมือวัด และการหาข้อสรุป นอกจากนี้ การประเมินหากให้ผู้ดำเนินการมีส่วนร่วมในการประเมิน(Empowerment) ด้วยนั้น ก็เพื่อให้เกิดการพัฒนาในเรื่อง ความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมของชุมชน การรวมกลุ่ม การให้ประชาชนมีส่วนร่วม เกิดกระบวนการตัดสินทางสังคม สร้างกลยุทธ์ตามเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ สร้างศักยภาพ เกิดการเรียนรู้ร่วมกันเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ และเกิดความตระหนักในหน้าที่รับผิดชอบ
การประเมินผลใช้วิธีวิทยา ประกอบด้วย
- ภววิทยา(Ontology) ซึ่งในทางประเมินผล มี 3 แนวทางใหญ่ๆ ได้แก่
1. จิตนิยม (Psychism) คือ เชื่อว่าความจริงอยู่ที่จิต
2. สสารนิยม(Materialism) คือ กลุ่มที่เชื่อว่าสสารเท่านั้นที่เป็นความจริงเพราะจิตไม่มีอยู่จริง
3. ความจริงประกอบด้วยจิตและสสาร(Dualism) คือเชื่อว่าจิตสร้างความจริงที่เป็นสสาร
- ญาณวิทยา (Epistemology) ซึ่งมี 2 แนวทางคือ
1. อัตนัยนิยม คือ การที่มนุษย์ตัดสินใจว่าอะไรเป็นจริงและอะไรเป็นเท็จนั้นเป็นเรื่องของหลักการแต่ละคน
2. ปรนัยนิยม คือ การที่มนุษย์รู้ว่าอะไรจริงอะไรเท็จนั้นต้องมีหลักฐานที่เป็นสากลที่สามารถตัดสินใจได้ว่าอะไรจริงอะไรเท็จ แล้วใช้ข้อมูลที่มีทั้งหมดมาพิจารณาตัดสินคุณค่าสิ่งนั้นๆ
การตัดสินนั้นมีทั้งแบบ Goal base คือ ตัดสินตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ และ Goal Free คือ ตัดสินตามสิ่งที่ได้จริงๆ ไม่อิงวัตถุประสงค์การประเมินโดย ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการประเมินผล ใน 2 มุมมอง สิ่งแรกคือ การติดสินคุณค่า ได้แก่ ภาพลักษณ์และสมดุลทางการเมืองในองค์กร และสิ่งที่สองคือ สิ่งที่นำมาประเมิน
เทคนิควิธีการประเมินผล แบ่งเป็น 2 วิธีใหญ่ๆ คือ
- การประเมินเชิงระบบ ได้แก่ การประเมินโดยยึดหน้าที่ เช่น PPBS, Cost relate analysis, PERT, Rossi Freeman Weight, เน้นการทดลอง เช่น Experimental, เน้นวัตถุประสงค์ คือ Goal base-Goal free, เน้นความสะดวก เช่น CIPP, Center study evaluation, ซึ่งนอกจากจากจะเป็นเชิงระบบ แล้วยังอยู่ในกลุ่มที่ตัดสินผลงาน มากกว่าให้คุณค่า ซึ่งกลุ่มที่เป็นเชิงระบบและให้คุณค่าด้วย เช่น Judicial approach, Accreditation, Goal free,และ Training approach ซึ่งวิธีการประเมินเหล่านี้ ต้องทำโดยมืออาชีพ
- การประเมินเชิงธรรมชาติ ได้แก่ การประเมินโดยประโยชน์นิยม ได้แก่ เช่น Utilization approach, Stakeholder base, เน้นปฏิกิริยา ได้แก่ Responsiveness, Creative, เน้นการมีส่วนร่วม ได้แก่ Transactional, Illuminative, Democratic, และ Effective และ Criticism Approach ซึ่งสองวิธีหลังนี้ เป็นแบบเชิงธรรมชาติและให้คุณค่าแต่ต้องประเมินด้วยผู้เชี่ยวชาญ
คุณค่า
- คุณค่าภายใน (merit) เป็นคุณค่าภายในตัวเองที่แฝงเร้นอยู่ในสิ่งนั้นตลอดเวลา ไม่ขึ้นอยู่กับบริบท การประมาณค่าภายในจึงเป็นสิ่งที่ได้ยาก
- คุณค่าภายนอก (value orworth) ขึ้นกับสถานการณ์แวดล้อม สามารถตีค่าได้อย่างค่อนข้างเป็นปรนัย
- ตัวบ่งชี้เกณฑ์และมาตรฐาน เป็นตัวแปรหรือค่าที่สังเกตได้ ใช้บอกสถานภาพหรือสะท้อนลักษณะการดำเนินงานและตัววัดผลสำเร็จของงาน เกณฑ์ หมายถึง ระดับที่ถือว่าเป็นความสำเร็จของการดำเนินงาน
- การกำหนดคุณค่า (Valuation) ควรพิจารณาให้ครอบคุลมทั้งในแง่ของวิธีการและผลลัพธ์ที่เกิด การกำหนดคุณค่าเป็นกระบวนการที่มีความละเอียดอ่อน ขึ้นกับบริบทและวิธีการที่ใช้รวมทั้งความคุ้นเคยของนักประเมิน
แนวทางการประเมินผล 4 ขั้นตอน
- การวิเคราะห์ตรรกะ เป็นการศึกษาทางตรรกวิทยาเพื่อดูว่า สิ่งที่จะถูกประเมนต่างๆถูกกำหนดไว้มีความสัมพันธ์กันในเชิงวัตถุประสงค์ เป้าหมาย ปัจจัยนำเข้า
- การวางแผนการประเมิน เป้าหมายเป็นการประเมินกระบวนการ หรือรวบยอด จากวัตถุประสงค์ ไปดูว่าจะประเมนเป็นรูปธรรมหรือนามธรรม แล้วเลือกเครื่องมือ และเลือกตัวอย่าง คือสุ่มในลักษณะการเป็นตัวแทนและผู้เก็บกำข้อมูล
- การเก็บข้อมูล แล้วแต่จะเก็บก่อน ตลอดโครงการ และหลังโครงการ
- การหาข้อสรุป นอกจากวิเคราะห์แล้ว ต้องเอาข้อมูลที่ได้ไปเทียบกฎเกณฑ์ หาคุณค่า หาข้อสรุป