ทำไมการศึกษาไทยตกต่ำ (ตอนที่ ๑)
การจัดอันดับการศึกษาประเทศต่างๆ ไม่ว่าจัดโดยใคร ไทยเราอยู่บ๊วยๆ ตอนนี้ก็บ๊วยๆ ในอาเซียนไปแล้ว ซึ่งผมเองได้ให้ความเห็นไว้มาก วันนี้ก็จะมาตอกย้ำอีกที
ที่น่าตกใจที่ไม่ค่อยมีใครรู้ (ผมว่าแม้รมว. ศึกษา ก็ไม่รู้) คือ เราเป็นประเทศที่ใช้งบการศึกษาเป็นสัดส่วนของงบทั้งหมด “สูงที่สุดในโลก” (อันนี้ไม่มีใครจัดอันดับ ผมไปล้วงหาข้อมูลมาเอง...แต่จำตัวเลขไม่ได้เสียแล้ว ซึ่งผมระบุไว้ในบทความก่อนๆ ประมาณว่าไทยเราลงทุน ๒๐% เกาหลี ๑๕ ญี่ปุ่น ๑๒ เดนมาร์ค ๑๐ อะไรประมาณนี้แหละครับ)
ที่ว่าสองเด้งก็คือ ลงทุนสูงสุด แต่ได้ผลต่ำสุด ...นี่แสดงว่าอะไร
เมื่อก่อนพศ. ๒๕๔๕ ก็ว่าห่วยมากแล้ว แต่หลังจาก ๒๕๔๕ ยิ่งห่วยลงไปอีกสองเท่าทันที เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ แต่ผมว่าผมรู้ว่า มันมาจากการปฎิรูปการศึกษา ให้เป็น “ควายเซ็นเตอร์” (ตามพรบ.การศึกษา ๒๕๔๒) เพราะครูมัธยม ประถมเขาเลิกสอนหน้าชั้น หันมาใช้วิธี “ใบงาน” ให้เด็กเป็นศูนย์กลาง ...ที่ผมรู้เพราะผมเป็นคนช่างสังเกตกระมัง คือสังเกตคะแนน และสัดส่วนการตกออกของนศ. มหาลัย ว่าทำไมมันกระโดด จาก ๑๐% เป็น ๓๐% ในปีพศ. ๒๕๔๘ เรื่อยมาจนบัดนี้ (พบว่าอ้อ..มันเป็นเด็กม. ๔ ที่เริ่มเรียนแบบควายเซ็นเตอร์เมื่อปีพศ. ๒๕๔๕ พอดีเลย)
ผมตกใจมาก ไม่นิ่งดูดาย เขียนบทความโวยวาย ส่งไปหลายแห่ง คงมีคนได้อ่านกันบ้างหรอก แต่ก็ยังไม่เห็นมีใครสั่งตัดหัว คนคิดระบบควายเซ็นเตอร์และสั่งให้เลิกทันที ก่อนที่มันจะทำร้ายประเทศไทยทั้งระบบมากไปกว่านี้
...คนถางทาง (๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๕)