ว่างเว้นจากบันทึกมือใหม่ไปนาน เพราะตอนนี้ "มือใหม่" ต้องต่อสู้กับจิตกับใจตัวเองอย่าง ไม่มีจิตใจเฮฮา มีแต่ โฮโฮ ฮือฮือ แทน ฮาฮาฮา.... ฮิฮิ นะฮ่ะตอนนี้ฮะ....แฮะแฮะ
วันก่อนได้อ่านบันทึก หรืออนุทินหนึ่ง แถวๆนี้ ว่า คนธรรมะธัมโม
<เขียนไป เพื่อตรวจคำผิด ก็ไปเจอรูปนี้
>
คุ้นมากเลย .....ท่านผู้ชม...........:):) ธรรมะธัมโม เป็นสำนวน ที่น่ารู้....
มาต่อดีกว่า<p></p>
เมื่อวานผมต้องเจอเหตุการณ์ที่ตัวเองสุดจะควบคุม......
ถ้าเรามี "เครื่องบันทึกอารมณ์" ที่เข้ามากระทบ เกิดเป็นพายุอารมณ์ที่แสดงออกไป โดย .ตัวสติ. นั้นหนีหลบไปนอนอยู่วัดไหนแล้วก็บ่ฮู้ได้.....(ฮาๆๆ) เมื่ออ่านค่าจากเครื่องได้......งานนี้หลวงปู่ เขกกบาล .....แน่ๆ
เมื่อสติไม่อยู่ บ้านเราก็ฟัง อารมณ์ (ลม) ยิ่งพัด ยิ่งพัง... ไม่น่าดู....แม้จะอ้างว่าเพื่อความถูกต้อง เพื่อความจริง.....ความอะไรก็แล้วแต่......
กลับมามองตัวเอง หากได้ยินว่า "นี่หรือ คนปฏิบัติธรรม!!??" ผมคงต้องก้มหน้ารับผิดแต่โดยดี
ฮื่มมมมม! แต่ไม่เป็นไร.............
ศึกครั้งนี้หนักหนานัก แต่ศึกครั้งหน้า..............แล้วเจอกัน!!!!
ทุกวัน...... มีการแปลงเปลี่ยน.............................สู้ๆ ครับ..............
เบื่อหน่ายชีวิตเมื่อไหร่ก็ขอบวชซะเลย......555 ....:):) <อันนี้ก็แล้วแต่บุญกรรมนะครับ......พูดเล่นๆ แต่ถ้าจริงก็เยี่ยมยอดเลย.....>
......ว่าก็ว่าไป.....แม้เวลาผ่านไปจะ วันกว่าๆ........... สภาวะต่างๆยังปั่นป่วนไม่เบาเลย..........
คงต้องใช้.......คำว่า "ไม่แน่ ทุกอย่างมันไม่แน่ ไม่แน่ ไม่มีอะไรที่แน่เท่าความไม่แน่แล้ว...." ("ไม่แน่" คำสอนหลวงพ่อชา)
สวัสดีค่ะ
นำประสบการณ์มาแบ่งปันเล็กน้อย....
แต่ก่อน (หลายปีแล้ว) ตอนจะอ่านหนังสือธรรมะ ต้องหลบๆซ่อนๆ มองซ้ายมองขวาว่ามีคนเห็นไหม (โปรดจินตนาการภาพตาม....) กลัวถูกแซว เพราะหน้าตาและท่าทางไม่เหมือนคนธรรมะธรรโม...ฮาาาาา
แซวอะไรก็ไม่เจ็บอายเท่าที่ว่า... "นี่หรือคนปฏิบัติธรรม?" โห...แรงงงงงงงมากกกกกกกก
แซวเราแต่ไปลำเลิก "พระธรรม" รับไม่ได้ๆๆๆๆ
พี่ชายคนดีซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่เคารพ ท่านเคยป่วยหนักและรักษาตัวหายด้วย "ธรรมะ" สอนว่า ...จำไว้นะ เมื่อเราปฏิบัติธรรมไปถึงระดับหนึ่ง เราจะโดนทดสอบ บางทีก็โดนเย้ยหยันจากคนที่ไม่เข้าใจ... เราต้องไม่หวั่นไหว แต่เพื่อให้อยู่ได้ใน "สังคมโลกย์" ซึ่งถึงอย่างไรเราก็หลบไปไม่ได้ง่ายๆหรอก (นอกจากถึงซึ่งพระนิพพาน) เราจำต้อง "เป็นไป" อย่างไม่แปลกแยกจากผู้คนมากนัก...
พี่เลยถามต่อว่า... อ้าว ก็เมื่อเราปฏิบัติธรรม เราก็รู้ เห็น เบื่อหน่ายใน "โลกย์" เช่นนั้น เราจะไป "เป็นไป" แบบนั้นได้อย่างไร แล้วหากเราเป็นไปเช่นนั้น เราก็เสมือนว่าไม่ต่างจากคนที่ไม่ปฏิบัติธรรมน่ะสิ...
พี่ชายคนดีตอบว่า... ต่างสิ ต่างที่ "ใจภายใน" ซึ่งเรารู้เห็นเอง แม้ไม่มีใครเห็น
พี่ก็ยิ้มเลย.... :)
มันก็มีบ้างแหล่ะ ท่าน สหาย.99 เรายังไม่ได้ บรรลุโสดาบันสักหน่อย
มันก็มีเวลาสติเตลิด เปิดเปิงบ้าง ตอนนี้ปฎิบัติธรรมอยู่ขั้นฝึก แต่ถึงแม้จะฝึกก็ยังมองเห็นธรรม
แต่คนที่ไม่เคยฝึก แล้วยังคอยจ้องมอง คนที่ทั้งฝึกทั้งปฏิบัตินี่ เรียกว่า ธรรมก็ไม่เห็น นี่ล่ะ น่าขันกว่าคนที่ฝึก แล้ว เผลอหลุดบ้างด้วยซ้ำ
เป็นธรรมดา เราเกิดมาเป็นคน มันหนีซึ่งอารมณ์ ที่มากระทบไม่ได้หรอก น้อยคนที่จะ ไม่รู้สึก มันสำคัญที่ว่า เมื่อรู้สึกแล้วเราสามารถจัดการความรู้สึกของเราอย่างไร มากกว่า
สำหรับคนที่ ปฏิบัติธรรมอยู่ เช่น สหาย .99 นั้นชลัญเชื่อว่าจะสามารถพาจิต ที่ไปอยู่ที่ไหนไม่รู้ตอนนี้ กลับมา เป็นจิตในปัจจุบันได้แน่
ขณะที่ สหาย.99 เขียนบันทึกนี้ นี่ก็เป็นอีกขั้นของการฝึกจิต คือการรับรู้สภาวะจิตของตนในปัจจุบันขณะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ ใช่ สู้ สู้ แต่การเผชิญหน้ากับศึกนั้น ไม่ต้องรอศึกหน้า เอาศึกนี้เลย ชลัญเอาใจช่วย จ้า
อ่าน comment พี่ Green อยู่นาน ว่าจะตอบอย่างไรดี....... โดยเนื้อหาทำให้ไม่กระจ่าง
ผมต่อว่าตัวเอง ควบคุมความคิดให้ทันอารมณ์ ในเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นทำได้ไม่ดี.............
คิด (สมมุติ) ไปเองว่าตน......ในฐานะที่ถูกเรียกว่า ผู้ฝึกปฏิบัติ เหตุใดจึงหลุดได้มากมายเช่นนี้.... ซึ่งโดยทั่วไปเราก็จะถูกต่อว่าว่า "นี่หรือคนปฏิบัติธรรม?" (คราวนี้ยังไม่โดน แต่คราวหน้าก็ไม่แน่....555)
นักปฏิบัติของแท้อย่างท่านพี่ทั้งสอง..... "ใจภายใน" ซึ่งเรารู้เห็นเอง แม้ไม่มีใครเห็น
"ความอ่อนโยน" ของคนเรา เมื่ออยู่ในมือของคนที่ไม่เห็นคุณค่ากลับกลายเป็น "ความอ่อนแอ" ให้เขาทำลาย
ผมนึกถึงคำเทศน์หลวงพ่อชาที่มีพระฝรั่ง (ผมขออภัยที่ไม่ทราบฉายาท่านจริงๆ ฟังเสียงไม่รู้ว่าอาจารย์่ท่านใด) ถามว่า หากเรานั่งภาวนาแล้วเกิดไฟไหม้เราจะทำอย่างไร?
หลวงพ่อชา: ไฟไหม้ก็หนีซิ นักภาวนาก็อย่าไป.่.อย่างงั้นสิ จะอยู่รอให้ไฟไหม้ได้ไง 5555
กำลังสื่ออีกทางว่า........นักปฏิบัติธรรมก็ไม่ใช่ว่าจะนั่งรอให้ใครมาตีหัว ทำร้าย.....แล้วก็บอกในฐานะผู้ปฏิบัติธรรมเราต้องยอม...............มันคงเหมือนกันที่หลวงพ่อชาสอนนะ...ผมว่า
กลับมาคิดได้ว่า สิ่งที่เราติดมานั้นมันผ่านมาแล้ว......... เมื่อใจเราไม่วาง ทำให้วุ่นวาย......
ผลทดสอบหนักๆ กำลังจะมา...........
ทำได้ตอนนี้ก็เราความเพียร คงช่วยปรับปรุงรักษา .สติ. ได้มั่นขึ้นมาบ้าง...........
ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ .ตี. จิตใจคนแตกไปถึงรากเลย................... ยังไง เมื่อสอนใครไม่ได้ เราเองก็ต้อง....ธรรมใจ......<ยากส์>555
สังคมแสแสร้งเส้นสายบิดเบือน
กฎหมายเลอะเลือนแปดเปื้อนเฉยชา ...... <>
"ธรรมะ"ต่อสู้เพื่อจะนำพา
หนทางข้างหน้า.......เราต้องเห็นกัน.........
แต่อาจารย์ไล่ตามทันอารมณ์รับรู้ว่ารู้สึกเช่นไรนี่แสดงถึงสติที่เข้มแข็งครับ เขาว่าถ้าดีที่สุดอารมณ์กับสติเราไปด้วยกันพร้อมๆ กัน แต่ถ้าจะตามหลังตามหน้ากันอยู่บ้างก็ไม่เป็นไรตราบใดที่ยังอยู่ใกล้ๆ กันครับ
ผมเองสติวิ่งตามไม่ทันอารมณ์บ่อยครับ อารมณ์นี่ถ้าเป็นนักกีฬาต้องถือว่าเก่งมาก วิ่งไล่ไม่ค่อยทันครับ
ถูกต้องครับ อ. ธวัชชัย
ไอ้ตัวกิเลสมันสุดยอดครับ หลอกเราได้เสมอ หลอดแม้กระทั่งทำให้เราเข้าใจผิดว่า สิ่งที่เราทำนั้นเรามีสติเต็มร้อย..... ความเห็นผิดจากปัจจุบันก็เลยเกิด ..............
อยู่ที่การฝึกครับ ............. ผมต้องฝึกหนักๆๆ ขึ้นครับ
เมื่อความสงบมา.....................ผมจึงมาแก้ไขใจ...........ที่ต้องการต่อสู้เพื่อคุณธรรม ให้คิดใหม่เป็น........
สังคมแสแสร้งเส้นสายบิดเบือน
กฎหมายเลอะเลือนแปดเปื้อนเฉยชา ...
"ธรรมะ"ต่อสู้เพื่อจะนำพา
"ปล่อยวาง" ลงบ้าง ตั้งสติ อดทน........