วันที่ ๔ ธ.ค. ๕๕ ผมไปร่วมประชุม 5C ที่โรงแรมพุลแมน จึงได้ลงทะเบียนรับเอกสารการประชุม 7th AAAH Conferenceมาศึกษาก่อนวันประชุมจริงในวันที่ ๕ ธ.ค. และเมื่อผ่านโต๊ะของ GHWA ผมก็หยิบ ซีดี ของเขามา ๒ แผ่น แผ่นหนึ่งเป็น The Human Resources for Health Toolkit และอีกแผ่นหนึ่งเป็น Global Health Workforce Alliance e-Library
จากแผ่นแรก ผมได้รู้จัก Knowledge Centerของ GHWAนำไปสู่ความรู้เรื่องทรัพยากรมนุษย์เพื่อสุขภาพอีกมากมายทำให้ผมถามตัวเองว่าทรัพยากรมนุษย์ด้านสุขภาพคืออะไรและตอบเองว่าคือมนุษย์ทุกคนไม่ใช่ความหมายแคบๆเฉพาะคนที่เรียนด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพหรือทำมาหากินจากการทำงานด้านบริการสุขภาพเท่านั้นถ้าระบบสุขภาพของเราใช้วิธิคิดแคบๆระบบของเราก็จะไม่ก้าวหน้าสุขภาพของคนก็จะไม่ดี
สุขภาพของคนไทยจะดีได้ถ้วนหน้าก็ต่อเมื่อคนไทยทุกคนแสดงบทบาทด้านพัฒนาสุขภาพของตนเองและของคนอื่นรวมทั้งไม่แสวงหาผลประโยชน์บนความเสื่อมเสียสุขภาพของคนอื่นและปกป้องคนไทยด้วยกันจากการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ต่างๆจากภายนอกบนความสูญเสียด้านสุขภาพของคนไทย
เช้าวันที่ ๕ ธ.ค.๕๕วันพ่อผมขับรถไปโรงแรมพุลแมนเองใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเพราะถนนโล่งไปถึงก่อน ๗.๓๐ น.ได้มีโอกาสนั่งทำงานที่ล็อบบี้ท่ามกลางเสียงคุยดังลั่นของนักท่องเที่ยวจีนก่อนพิธีเปิดเวลา ๙.๐๐ น.
ในพิธีเปิดมีพิธีมอบรางวัลแก่บุคลากรสุขภาพที่ทำงานในชนบททำประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์อย่างน่าชื่นชม ๒ คนคนหนึ่งชื่อ Miss KhimaKumariPoudelเป็นพยาบาลผดุงครรภ์ของเนปาลที่ทำงานในสถานีอนามัยในชนบทหลายแห่งเป็นเวลาต่อเนื่อง ๑๔ ปีตอนพูดเล่าเรื่องผลงานเธอพูดเป็นภาษาเนปาลแม้จะมีคนสรุปเป็นภาษาอังกฤษในภายหลังก็ไม่ได้พลัง ผมมาได้สาระที่มีพลังก็เมื่อได้อ่านเรื่องของเธอในเอกสารประกอบการประชุมเป็นภาษาอังกฤษแบบกระท่อนกระแท่น แต่ก็ได้พลังว่าเธอเป็นคนที่ทำงานด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์จริงๆ
ผู้ได้รับรางวัลอีกท่านหนึ่งเป็นหมอพม่า ชื่อ MyintTheinTunทำงานมา ๒๐ ปี ในสถานบริการในชนบท ๙ แห่ง เขานำเสนอผลงานโดยมี PowerPoint และภาพประกอบ น่าสนใจมาก ภาพบอกเราว่าสภาพบริการสุขภาพของเขาเหมือนของเราเมื่อกว่า ๕๐ ปีก่อน
Plenary Session I เรื่อง Leadership ในการพัฒนาระบบสุขภาพ เน้นที่ทรัพยากรมนุษย์ ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าโลกเราขาดคนทำงานด้านสุขภาพประมาณ ๕๐ ล้านคน นอกจากขาดคนแล้ว ระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก็ไม่ทำงานประสานกัน ต่างหน่วยต่างทำ หรือทำงานแบบทำตามแนวทางเดิมๆ ไม่ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
ผู้พูดใน Plenary I นี้มาจากอินโดนีเซีย อินเดีย และปากีสถาน ผมได้เรียนรู้นิยามที่หลากหลายของคำว่า “ภาวะผู้นำ” และวิธีสร้างภาวะผู้นำหลากหลายวิธีขึ้นมาทำให้งานที่ยากและซับซ้อนเกิดการพัฒนาได้เห็นว่าเป้าหมายด้านสุขภาพเป็นเป้าหมายที่ใช้รวมใจคนง่ายสร้าง collective leadership ง่ายกว่าเรื่องอื่นๆ หากมีคนในระบบตระหนักว่าเรื่องนี้ทำคนเดียวหรือฝ่ายเดียวไม่มีทางสำเร็จ
แต่ในประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลาย ผู้คนมักแก่งแย่งกัน ไม่มีการคิดกว้างขวางซับซ้อนอย่างเป็นระบบ จึงต้องการเครื่องมือรวมใจ GHWA จึงคิดเครื่องมือชื่อ CCF (Country Coordination and Facilitation) ให้บริการที่ปรึกษาเพื่อเชื่อมโยงระหว่างฝ่ายต่างๆ ในประเทศ หรือในชุมชน ดังที่ประเทศปากีสถานมานำเสนอ ผมตั้งคำถามในใจว่า พอที่ปรึกษากลับไป ระบบจะค่อยๆ กลับสู่สภาพต่างหน่วยต่างทำหรือไม่
เช้าวันที่ ๒คือ ๖ ธ.ค. ๕๕ ผมก็ตระหนักว่าคนวงการนี้ (วงการพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ) ไม่มีวัฒนธรรมการทำงานที่ดีไม่ตรงต่อเวลาแต่ก็ประทับใจเจ้าหน้าที่จัดการประชุมฝ่ายไทยมีความเข้มแข็งมากมาทำงานตั้งแต่เช้าและโอภาปราศัยต้อนรับขับสู้ดีมากมีเจ้าหน้าที่บางคนไม่รู้จักผมมาต้อนรับผมด้วยภาษาอังกฤษที่ดีเยี่ยม
การประชุม Plenary III เป็นเรื่อง Cross-Country Analysis : Lessons from Intersession Activities เอาเรื่องกิจกรรมที่ทำเป็นเครือข่ายหลายประเทศมา ลปรร. กัน ผมสรุปกับตัวเองว่า เรามักได้มาฟังเรื่องที่หลักการดี แต่ยังไม่ค่อยมีเนื้อหรือ content เพราะยังไม่ได้ลงมือทำ แต่ตอนเที่ยงหมอสุวิทย์ผู้รอบรู้บอกผมว่า เรื่องจากอัฟริกาเป็นเรื่องหลอกๆ ไม่เป็นความจริง ที่จริงผมกระเซ้าหมอพงษ์พิสุทธิ์ ผอ. สวรส. ตั้งแต่ AAAH Conference ครั้งที่ ๕ ที่บาหลีแล้ว ว่าชื่อ Action Alliance ไม่สมชื่อ เพราะพฤติกรรมไปทาง NATO (No Action Talk Only) มากกว่า
เช้าวันสุดท้าย (๗ ธ.ค.๕๕) ผมปรารภกับหมอวิโรจน์ (ตั้งเจริญเสถียร) ว่า หลาย paper ที่มานำเสนอคุณภาพต่ำ ไม่น่าจะรับให้มาพูด รวมทั้งปรารภเรื่อง NATO หมอวิโรจน์บอกว่ามีปัญหาที่ focal point ที่ไม่ตั้งใจทำงาน มาอยู่ในตำแหน่งเพื่อเป้าหมายหลักคือได้เดินทาง หรือได้เที่ยว พวกนี้แกะออกยาก
แล้วการประชุมก็มีสีสันขึ้นมา เมื่อ นพ. สุวิทย์ (วิบุลผลประเสริฐ) ขึ้นเป็นประธานการประชุม Plenary IV ซึ่งเป็นการสรุปการประชุม โดยพอถึงเวลา ๙.๐๐ น. หมอสุวิทย์ก็เรียกสมาชิกของ panel 4 คนขึ้นเวที บอกว่าไม่รอคน ถึงเวลาเริ่มเลย และเปลี่ยนบรรยากาศการประชุมแบบเป็นทางการ มีแต่คำหวาน ไร้การทำงานจริง ให้เป็นบรรยากาศของการพูดความจริง เพื่อให้ AAAH เป็น Network ที่มีชีวิต สู่ Action ของสมาชิก ตรงตามชื่อ
ทีมจัดประชุมได้ขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมตั้งคำถามเชิงปฏิบัติต่อ AAAH ที่มีพลัง คนละ ๑ คำถาม เลือกมา ๖ คำถามเพื่อเอามาตอบใน Plenary IV และให้รางวัล การประชุมจึงคุยกันตามคำถามของผู้เข้าร่วมประชุม
แล้วผู้จัดก็แจกกระดาษคำถาม The Way Forward of AAAH โดยมีคำถาม What do you want from AAAH? How AAAH should step forward to drive HRH agenda and lead to good health of population? Please write down your opinion in the space below. โดยมีที่ว่างให้เขียน ๓ บรรทัด และหมอสุวิทย์ย้ำว่าต้องเขียนให้สั้น และชัดเจนที่สุด ในกระดาษบอกว่า The question must be (1) clear and concise, (2) able to provoke discussion (3) able to lead to a concrete action
เป็นการจัดการประชุมที่ยอดเยี่ยมมาก หมอสุวิทย์ย้ำอยู่ตลอดเวลาว่า ต้องส่งเสริม HRH (Human Resource for Health) เพื่อ Universal Health Coverage หรือเพื่อสุขภาพของประชาชน และคนที่มาประชุมต้องกลับไปมี Action ในประเทศของตน มิฉนั้นไม่ควรมาประชุม AAAH เพราะการประชุมใช้เงินมาก ต้องไปอ้อนวอนขอเงินจาก donor ซึ่งถ้าประชุมแล้วไม่เกิด Action อะไร ต่อ HRH ของประเทศ donor เขาก็ไม่อยากให้เงิน
ตอนสรุป คุณหมอวีระศักดิ์ พุทธศรี แห่ง IHPP นำเสนอได้เยี่ยมมาก บอกว่าเป็นผลงานของ rapporteur ต่างประเทศ ๘ คน ไทย ๒๗ คน
8th AAAH Conference จะจัดในปี ๒๕๕๗ คือข้ามปี ๒๕๕๖ ไป แต่การประชุมเกี่ยวกับ HRH ในปลายปี ๒๕๕๖ จะเป็น 3rd Global Conference on HRHที่ Recife, บราซิล และในต้นปี ๒๕๕๗ มีการประชุม PMAC 2014 เรื่อง Transformative Learning
ผมนั่งฟังตลอด ๓ วัน ได้ความคิดเอามาทำงานหลายอย่างเกี่ยวกับ HRH ของไทย ในหลายส่วนได้เสนอ อ. หมอภิเศกไปแล้ว เพราะผมพ้นสภาพผู้ลง Action ไปแล้ว แต่ยังชอบเป็นกองเชียร์
วิจารณ์ พานิช
๗ ธ.ค. ๕๕
วิทยากรใน Plenary 4
บรรยากาศในห้องประชุมช่วงสุดท้าย
บรรยากาศในห้องประชุมถ่ายจากด้านหลัง โปรดสังเกต rapporteur นั่งทำงานกันอย่างขมักเขม้น
ดร. ดวงวดี สังโขบล แห่ง SEARO ได้รับเชิญไปอ่านคำแนะนำต่อ AAAH
เป็นคำแนะนำที่ได้รับรางวัล .ความว่าควรให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคในการพัฒนา HRH
ต่อประเทศสมาชิก