7. บทสรุป

จากการศึกษาวรรณกรรมจีนในเมืองไทยตั้งแต่ต้นสมัยรัตนโกสินทร์จนถึง พ.ศ.2475  พบว่ามีการแปลวรรณกรรมจีนเป็นภาษาไทยเป็นจำนวนมากร้อยเรื่อง และวรรณกรรมจีนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นงานเขียนประเภทนวนิยายหรือนิยายอิงพงศาวดารมากกว่าที่จะเป็นหนังสือพงศาวดาร  จุดประสงค์ในการแปล จะสอดคล้องกับความต้องการของสังคม คือ ในระยะแรกๆ จะมีจุดประสงค์ในแง่ของการให้ความรู้ในทางการทำสงครามหรือเป็นตำราพิชัยสงคราม  ในระยะต่อมาก็จะเน้นเพื่อความรู้และเน้นเพื่อความบันเทิงอย่างเด่นชัดเมื่อมีการแปลในยุคที่มีการพิมพ์และกิจการหนังสือพิมพ์  ในด้านลักษณะและวิธีการแปล  การแปลสามก๊กจะเป็นแม่แบบสำคัญของการแปลและเรียบเรียง  ทำให้ลักษณะการแปลวรรณกรรมจีนในยุคสมัยที่ศึกษาเน้นการแปลและเรียบเรียง  รวมทั้งดัดแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะทางวรรณศิลป์ของไทยมากกว่าที่จะคงรูปเดิมอย่างตรงไปตรงมา  และเมื่อเรื่องจีนได้รับความนิยมมากขึ้น  วิธีการแปลและเรียบเรียงก็เปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของตลาด คือ การเขียนจากเค้าโครงที่มีผู้สรุปให้เพื่อให้เกิดความรวดเร็วทันกับความต้องการ  รวมทั้งการปลอมในกรณีที่ไม่สามารถหาต้นฉบับมาแปลได้ทัน

ในด้านของเนื้อหา  แม้ว่าเนื้อของเรื่องจีนที่แปลในช่วงระยะเวลาดังกล่าวจะมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์จีนแต่เมื่อศึกษารายละเอียดลงไปก็จะพบว่าเป็นเรื่องประเภทนวนิยายที่แต่งขึ้นโดยอาศัยเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์เป็นหลัก  ทั้งนี้เพราะนวนิยายจีนที่แพร่หลายในหมู่ประชาชนสมัยนั้นจะเป็นนวนิยายที่เกี่ยวกับบุคคลและเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เป็นส่วนใหญ่  ดังนั้นเนื้อหาตอนต้นของทุกเรื่องจึงมักจะกล่าวถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในทำนองพงศาวดาร 

นอกจากนี้ก็พบว่า  ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่มีแปลเรื่องสามก๊กเป็นต้นมาจนกระทั่งถึงปี พ.ศ.2475  นวนิยายที่ได้รับการยกย่องจากนักวรรณคดีว่าเป็นนวนิยายคลาสิกของจีนในสมัยราชวงศ์หมิงก็ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยครบทั้ง 4 เรื่อง คือ สามก๊ก ซ้องกั๋ง ไซอิ๋ว และกิมบั้งบ๊วยหรือฉินผิงเหม่ย  และนอกจากนั้นก็พบว่าเรื่องจีนที่แปลในยุคช่วงปลายของยุคนี้บางเรื่องมีลักษณะที่คล้ายนวนิยายกำลังภายใน  จนอาจกล่าวได้ว่าได้เริ่มแปลนวนิยายประเภทกำลังภายในแล้วในช่วงนี้  เพียงแต่คนไทยยังไม่รู้จักคำว่า “กำลังภายใน” และยังเข้าใจว่าเรื่องที่แต่งเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์จะเป็นพงศาวดาร เกร็ดพงศาวดาร และกิ่งพงศาวดารมากกว่า

จะอย่างไรก็ตาม  นวนิยายหรือเรื่องจีนอิงประวัติศาสตร์ในเมืองไทยก็จบลงเมื่อเรื่องประเภท “เกร็ดพงศาวดารจีน” เสื่อมความนิยมลงภายหลังปี 2575  ไม่  เรื่องในทำนองนี้ยังคงมีการแปลและเรียบเรียงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารต่าง ๆ เรื่อยมา  และกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งหนึ่งในยุคหลัง 6 ตุลาคม 2519  ในรูปแบบของภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์หรือวีดิทัศน์และผลงานเรียบเรียงจากบทโทรทัศน์ในหน้าหนังสือพิมพ์ที่มีติดต่อกันเป็นเวลายาวนานกว่าสิบปี 

บรรณานุกรม

กองบรรณาธิการ. “ประวัติคีตนาฏศิลป์จีน”  จีน นิตยสารภาพ. 2531

กองบรรณาธิการประชาชาติธุรกิจ. พลิกตำนานต้นเค้า 50 แซ่. กรุงเทพฯ : ประชาชาติธุรกิจ,ม.ป.ป. 

กุหลาบ  สายประดิษฐ์. “ในคัคนานต์แห่งวรรณกรรมไทยได้สูญเสียนกอินทรีย์ไปตัวหนึ่ง” ใน ยาขอบอนุสรณ์,หน้า 64–78. พระนคร ; โรงพิมพ์รุ่งนคร, 2500.

ขวัญดี  อัตตวาวุฒิชัย.“วิวัฒนาการของวรรณกรรมจีนในวงวรรณกรรมไทย จาก ‘สามก๊ก’ ถึง ‘อยู่กับก๋ง’ ใน โลกนักเขียน.หน้า 57–75 . กรุงเทพฯ :บพิธการพิมพ์,ม.ป.ป. 

คณะกรรมการดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือชุดภาษาไทย ง่วนเฉียว เล่ม 1. พระนคร ; องค์การค้าของคุรุสภา, 2514. 

คณะกรรมการดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือชุดภาษาไทย ชั่นถัง หงอโต้ เล่ม 1. พระนคร ; องค์การค้าของคุรุสภา, 2511. 

คณะกรรมการดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือชุดภาษาไทย ซวยงัก. เล่ม 1. พระนคร ; องค์การค้าของคุรุสภา,2514.

คณะกรรมการดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือชุดภาษาไทย น่ำซ้อง เล่ม 1. พระนคร ; องค์การค้าของคุรุสภา, 2509. 

คณะกรรมการดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือชุดภาษาไทย น่ำปักซ้อง เล่ม 1. พระนคร ; องค์การค้าของคุรุสภา, 2513. 

เจตนา  นาควัชระ. “แนวทางการสร้างประวัติวรรณคดี” วารสารธรรมศาสตร์.12(4) : หน้า 109–127 ; ธันวาคม  2526.

เจตนา  นาควัชระ. “สภาพปัจจุบัน  ปัญหา และแนวทางการพัฒนาการวิจัยด้านภาษาและวรรณคดี” ใน  ทางไปสู่วัฒนธรรมแห่งการวิจารณ์. หน้า  245–270.กรุงเทพฯ : ดวงกมล,2524.

ชัยอนันต์  สมุทวณิช และ ขัตติยา  กรรณสูต. เอกสารการเมืองการปกครองไทย.กรุงเทพฯ : โครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย,2518. 

ซุ่ยเทียม  ตันเวชกุล. ง่วนเฉียว. กรุงเทพฯ ; โรงพิมพ์อักษรไทย, 2514.

ดวงมน  จิตร์จำนงค์. คุณค่าและลักษณะเด่นของวรรณคดีไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น.กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2540. 

ต้วน ลี่ เซิง. “อ่าวจังหลินที่อำเภอเฉิงไห่(เทงไฮ้)กับชาวจีนแต้จิ๋วที่อพยพมายังไทยในระยะแรก” ศิลปวัฒนธรรม. 2526.

ถาวร  สิกขโกศล. “วรรณกรรมอันเนื่องด้วยเปาบุ้นจิ้นในภาษาไทย”  ใน  เปาบุ้นจิ้นฉบับสมบูรณ์.หน้า (10)-(20) กรุงเทพฯ ; ดอกหญ้า, 2538.

ทวีป  วรดิลก วิจารณ์งานกวีของจิตร  ภูมิศักดิ์ และข้อเขียนอื่นๆ. กรุงเทพฯ : ดอกแก้ว, 2523. 

ธนวนต์  จาตุประยูร. “เรื่องของหนังสือพิมพ์เมืองไทย เป็นบันทึกความทรงจำของผู้สนใจหนังสือพิมพ์คนหนึ่ง” ใน อนุสรณ์งานศพนายอารีย์  ลีวีระ. ไม่มีเลขหน้า.2506.

ธรรมเกียรติ  กันอริ. “วรรณกรรมจีนในวรรณกรรมไทย” ศิลปวัฒนธรรม. 7(4) : หน้า 18–22 ; กุมภาพันธ์  2529.

นิธิ  เอียวศรีวงศ์. ปากไก่และใบเรือ. กรงเทพฯ ; อมรินทร์การพิมพ์,2527.

บุษบา  ตระกูลสัจจาวัตร. การศึกษาเชิงวิเคราะห์วรรณกรรมเรื่องราชาธิราชฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน). วิทยานิพนธ์ อ.ม. กรงุเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2529.

ประจักษ์  ประภาพิทยากร. “วรรณกรรมจีนในภาษาไทย” จันทรเกษม.พฤศจิกายน – ธันวาคม  2513.

ประทีป  ชุมพล “วัดพระเชตุพนกับการศึกษาด้านจารึก” วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร. 4-5 หน้า 113–130 ; ธันวาคม 2523–ธันวาคม 2525. 

ประพิณ  มโนมัยวิบูลย์. สามก๊ก : การศึกษาเปรียบเทียบ วิทยานิพนธ์ อ.ม. พระนคร ; จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2510.

ปรียา  บุญศิริ. “แนะนำวรรณคดีจีน” ใน  รวมบทความอารยธรรมตะวันออก. หน้า 230–249. พิมพ์ครั้งที่ 3 : กรุงเทพฯ ; สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,2529.

พรภิรมณ์  เชียงกูล. ประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่ เล่ม 1.กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2535. 

พระคลัง(หน),เจ้าพระยา สามก๊ก.พิมพ์ครั้งที่ 15 : กรุงเทพฯ ;บรรณาคาร,2515. หน้า ซ-ฌ.

มาลินี  ดิลกวณิช “เอกลักษณ์ไทยในสามก๊ก : รูปแบบการประพันธ์” วารสารธรรมศาสตร์.13(2) :124–133 ; มิถุนายน  2527.

ยง  อิงคเวทย์  “สามก๊กจี่และสามก๊กเอี้ยนหงี” ใน ยงนิพนธ์พจน์ไว้  อนุสรณ์. หน้า 107–130. สุพรรณบุรี : ออฟเซตอาร์ตการพิมพ์, 2530.

ยศ  วัชรเสถียร ความเป็นมาของการประพันธ์และนักประพันธ์ไทย. พระนคร : แพร่พิทยา,2506.

ยาขอบ. บุปผาในกุณฑีทอง เล่ม 1.กรุงเทพฯ ; ดอกหญ้า, 2532.

วรรณไว  พัธโนทัย. สามก๊กฉบับแปลใหม่ เล่ม 1. พิมพ์ครั้งที่ 2 : กรุงเทพฯ ; ธรรมชาติ, 2538.

ศิราพร  ฐิตะฐาน. ทฤษฎีการแพร่กระจายของนิทาน. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, 2523.

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์. ซ้องกั๋ง เล่ม 1-2.พระนคร ; ศิลปาบรรณาคาร, 2514.

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ. “ตำนานหนังสือสามก๊ก” ใน สามก๊ก. หน้า (1)-(64) กรุงเทพฯ : บริษัทโรงพิมพ์กรุงเทพฯ, 2534.

สมบัติ  จันทรวงศ์. ความหมายทางการเมืองของสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน).กรุงเทพฯ : มติชน, 2538.

สังข์  พัธโนทัย. พิชัยสงครามสามก๊ก เล่ม 1. พิมพ์ครั้งที่ 2 : กรงเทพฯ ; ศิลปาบรรณาคาร,2529. 

สิทธา  พินิจภูวดล และรื่นฤทัย  สัจจพันธุ์. วรรณคดีเรียบเทียบ. กรุงเทพฯ ; มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2522. หน้า 285.

สืบแสง  พรหมบุญ. ความสัมพันธ์ในระบบบรรณาการระหว่างจีนกับไทย ค.. 1282 - 1853. กรุงเทพฯ : มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์,2525. 

สุกัญญา  ตีระวณิช. ประวัติการหนังสือพิมพ์ในประเทศไทยภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช (..23252475). กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช,2520. 

 สุกัญญา  ตีระวณิช. หมอบรัดเลกับการหนังสือพิมพ์แห่งกรุงสยาม.กรุงเทพฯ : มติชน,2528. 

เสถียร จันทิมาธร. คนอ่านหนังสือ.กรุงเทพฯ : ดอกหญ้า,2522. 

เสลา เรขะรุจิ หนึ่งศตวรรษหนังสือพิมพ์ไทย. พระนคร ; รวมสาส์น,2510. 

หลวงสารานุประพันธ์. “น่าของบรรณาธิการ”เสนาศึกษาและแผ่วิทยาศาสตร์.หน้า 779–7806 มิถุนายน 2466.

หวาง เหวินผิง.“ประวัติวรรณกรรมวิจารณ์จีนจากอดีตถึง ค.ศ.1840“ อักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.11(1) : 7–28 : 2531.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล. 108.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล. 112.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล. 113.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล. 113.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล. 114.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล. 114.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล. 116.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล. 116.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล. 14.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล. 67.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล. 67.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล. 67.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล. 95.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล. 95.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล.105. ม้วนที่  1-6.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล.108

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล.110 ม้วนที่  1-2.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล.118. ม้วนที่  1–10.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล.123 ม้วนที่  8–13.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล.76.

หอสมุดแห่งชาติ. ไมโครฟิล์ม หมายเลข ล.76.

อำไพ  จันทร์จิระ. วิวัฒนาการการพิมพ์หนังสือในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์วรรณศิลป์, 2516.

G. William Skinner. สังคมจีนในประเทศไทย:ประวัติศาสตร์เชิงวิเคราะห์.พรรณี  ฉัตรพลรักษ์และคณะ(แปล). กรุงเทพ ; โครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2529.

Lu  Hsun. A Brief History of Chinese Fiction. Peking : Foreign Languages Press,1982.