2.นิยายอิงประวัติศาสตร์จีน : ที่มาของเรื่องจีนแปลในประเทศไทย

หนังสือบันทึกประวัติศาสตร์หรือ“พงศาวดาร”ที่ถือว่าเป็นผลงานสำคัญของปราชญ์จีนนับแต่โบราณถึงสมัยราชวงศ์ชิงคือหนังสือชุดซึ่งที่ชื่อเอ้อร์จื่อซูจื่อ (Erh Shih Szu Shih) ซึ่งเป็นหนังสือบันทึกเรื่องราวของบุคคลในประวัติศาสตร์มีทั้งสิ้น24ตอนแต่ละตอนประกอบด้วยเรื่องราวของบุคคลสำคัญๆแบ่งออกเป็นเล่มๆโดยแต่ละตอนจะมีจำนวนเล่มไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับจำนวนบุคคลและเรื่องราวของบุคคลแต่ละคนที่บันทึกไว้ตอนแรกของหนังสือประวัติศาสตร์ชุดนี้เขียนขึ้นในสมัยจักรพรรดิหวู่ตี้ (Wu ti พ.ศ.402–454) แห่งราชวงศ์ฮั่น  โดยนักประวัติศาสตร์คนสำคัญของจีนชื่อซือหม่าเชียน (Ssu Ma Ch/ien ?-พ.ศ.453) และเขียนจบในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง (Ch/ien Lung พ.ศ.2279– 2339) แห่งราชวงศ์ชิง  หนังสือประวัติศาสตร์ทั้ง24ตอนชุดนี้มีเนื้อหาสำคัญดังนี้[i]

ตอนที่1ซือจี่ (Shih Chi) เขียนโดย Ssu ma Ch/ien สมัยราชวงศ์ฮั่นมีความยาว130บทกล่าวถึงชีวประวัติของบุคคลตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงสมัยราชวงศ์ฮั่น

ตอนที่2ฮั่นซู (Han Shu) เขียนโดย Pan Ku สมัยราชวงศ์ฮั่นตอนปลายมีความยาว120บทเป็นชีวประวัติของบุคคลและเหตุการณ์ในยุคไซ่ฮั่นตอนปลายและตั้งฮั่นตอนต้น[ii]

ตอนที่3โฮ่วฮั่น (Hou Han) เขียนโดย Shu Fan Huo สมัยราชวงศ์ซุ้ง (Sung) มีความยาว120บทเป็นชีวประวัติของบุคคลและเหตุการณ์สมัยตั้งฮั่นตอนปลาย

ตอนที่4ซานกว๋อจื่อหรือสามก๊กจี่ (San Kuo Chih)เขียนโดย Ch/en Shou สมัยราชวงศ์จิ้น (Chin) มีความยาว65บทเป็นชีวประวัติของบุคคลและเหตุการณ์ในยุคสามก๊ก

ตอนที่5ฉินซู (Chin Shu) เขียนโดย Fang Hsuan T/iao สมัยราชวงศ์ถังมีความยาว130บทเป็นชีวประวัติของบุคคลและเหตุการณ์ยุคสามก๊กตอนปลายและสมัยราชวงศ์จิ้น

ตอนที่6ซ่งซู (Sung Shu) เขียนโดย Chen Yo สมัยราชวงศ์เหลียงมีความยาว100บท

ตอนที่7หนานฉีซู (Nan Ch/i Shu) เขียนโดย Siao Tzu Hsien สมัยราชวงศ์เหลียงมีความยาว59บท

ตอนที่8เหลียงซู (Liang Shu) เขียนโดย Yao Szu Lien สมัยราชวงศ์ถังมีความยาว56บท

ตอนที่9เฉินซู (Ch/ en Shu) เขียนโดย Yao Szu Lien สมัยราชวงศ์ถังมีความยาว36บท

ตอนที่10โฮ่วเว่ยซู (Hou Wei Shu) เขียนโดย Wei Shou  สมัยราชวงศ์เป่ยฉีมีความยาว114บท

ตอนที่11เป่ยฉีซู (Pei Ch/i Shu) เขียนโดย Li Pe Yao สมัยราชวงศ์ถังมีความยาว50บท

ตอนที่12โจวซู (Chou Shu) เขียนโดย Ling Hu Te Fen สมัยราชวงศ์ถังมีความยาว50บท

ตั้งแต่ตอนที่6-12เป็นชีวประวัติของบุคคลและเหตุการณ์ในสมัยราชวงศ์เหนือ–ราชวงศ์ใต้ (พ.ศ.850–1132) อันเป็นยุคสมัยแห่งความแตกแยก  มีราชวงศ์ต่างๆผลัดเปลี่ยนกันปกครองแผ่นดินจีนภาคเหนือและภาคใต้รวม4ราชวงศ์คือราชวงศ์ซุ่ง  ราชวงศ์ฉี  ราชวงศ์เหลียงและราชวงศ์วุย) ยุคนี้จัดเป็นยุคมืดในประวัติศาสตร์จีน 

ตอนที่13สุยซู (Sui Shu) เขียนโดย Wei Tang สมัยราชวงศ์ถังมีความยาว85บทเป็นเหตุการณ์ในสมัยราชวงศ์สุย (พ.ศ.1124–1161)

ตอนที่14หนานจื่อ (Nan Shih) เขียนโดย Li Yen Shou สมัยราชวงศ์ถังมีความยาว80บท

ตอนที่15เป่ยจื่อ (Pei Shih) เขียนโดย Li Yen Shou สมัยราชวงศ์ถังมีความยาว100บท

ตอนที่16ชิวถังซู (Chiu T/ang Shu) เขียนโดย Liu Shu สมัยอาณาจักรอู๋มีความยาว200บท

ตอนที่17ซินถังซู (Hsin T/ang Shu) เขียนโดย Ou Yang siu สมัยราชวงศ์ซ้องมีความยาว225บท

ตั้งแต่ตอนที่14-17เป็นชีวประวัติของบุคคลและเหตุการณ์ตั้งแต่ปลายสมัยราชวงศ์สุยและสมัยราชวงศ์ถัง (พ.ศ.1161–1450)

ตอนที่18ชิวหวู่ไท่จื่อ (Chiu Wu Tai Shih) เขียนโดย Shieh Chu Cheng สมัยราชวงศ์ซ้องมีความยาว152บท

ตอนที่19ซินหวู่ไท่จื่อซู (Hsin Wu Tai Shih Shu) เขียนโดย Ou Yang siu สมัยราชวงศ์ซ้องมีความยาว75บท

ตอนที่18–19เป็นชีวประวัติของบุคคลและเหตุการณ์ในยุคห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร(พ.ศ.1450–1503)อันเป็นยุคแห่งความแตกแยกหลังสมัยราชวงศ์ถังสิ้นอำนาจ  ประกอบด้วยราชวงศ์เหลียงยุคหลัง (พ.ศ.1450–1466) ราชวงศ์ถังยุคหลัง(พ.ศ.1466–1479) ราชวงศ์จิ้นยุคหลัง(พ.ศ.1479–1490) ราชวงศ์ฮั่นยุคหลัง(พ.ศ.1490–1494) และราชวงศ์โจวยุคหลัง(พ.ศ.1494–1503) ซึ่งถือเป็นราชวงศ์ที่ถูกต้องมีอำนาจปกครองจีนภาคเหนือและอาณาจักรต่างๆที่ปกครองทางภาคใต้อีก10อาณาจักรอันได้แก่อาณาจักรหนานถังอาณาจักรผิงหนานอาณาจักรฉูยุคแรก  อาณาจักรฉูยุคหลังอาณาจักรอู๋เวี่ย  อาณาจักรอู๋  อาณาจักรหมิน  อาณาจักรหนานฮั่น  และอาณาจักรเป่ยฮั่น

ตอนที่20ซ่งจื่อ (Sung Shih) เขียนโดย To K /o To สมัยราชวงศ์หยวนมีความยาว496บทเป็นชีวประวัติของบุคคลและเหตุการณ์ในสมัยราชวงศ์ซ้อง

ตอนที่21เหลียวจื่อ (Liao Shih) เขียนโดย To K /o To สมัยราชวงศ์หยวนมีความยาว116บทเป็นชีวประวัติของบุคคลและเหตุการณ์ในสมัยราชวงศ์เหลียว

ตอนที่22จินจื่อ (Chin Shih) เขียนโดย To K /o To สมัยราชวงศ์หยวนมีความยาว135บทเป็นชีวประวัติของบุคคลและเหตุการณ์ในสมัยราชวงศ์จิน(กิม)

ตอนที่23หยวนจื่อ (Yuan Shih) เขียนโดย Sung Lien สมัยราชวงศ์หมิงมีความยาว210บทเป็นชีวประวัติของบุคคลและเหตุการณ์สมัยราชวงศ์หยวน(หรือหงวน)

ตอนที่24หมิงจื่อ (Ming Shih) เขียนโดย Chang T/ing Yu สมัยราชวงศ์ชิงมีความยาว336บทเป็นชีวประวัติของบุคคลและเหตุการณ์สมัยราชวงศ์หมิง

ถึงแม้ว่าจะยากต่อการที่จะหาข้อสรุปว่าหนังสือชุดประวัติศาสตรืจีนชุดนี้จะเป็นที่มาของเรื่องจีนที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยหรือไม่แต่หากพิจารณาจากรูปแบบการประพันธ์แล้วก็อาจกล่าวได้ว่าเรื่องจีนที่แปลเป็นไทยส่วนใหญ่นั้นไม่ได้แปลจากหนังสือประวัติศาสตร์ชุดนี้ทั้งนี้เพราะหนังสือประวัติศาสตร์ชุดนี้มีลักษณะการเขียนในเชิงชีวประวัติหรือบันทึกเรื่องราวของบุคคลดังกล่าวแล้ว[iii]ในขณะที่เรื่องจีนที่แปลเป็นภาษาไทยนั้นจะแต่งในทำนองนิยายมากกว่าดังนั้นที่มาของเรื่องจีนเหล่านี้ส่วนใหญ่จึงน่าจะมาจากงานเขียนประเภทนวนิยายในสมัยราชวงศ์หยวนและราชวงศ์หมิง เพราะในสมัยนี้เป็นยุครุ่งเรืองของการประพันธ์ร้อยแก้วที่ได้พัฒนาไปสู่งานเขียนประเภทนวนิยาย[iv]

ในสมัยราชวงศ์ชิง  งานเขียนประเภทนวนิยายรุ่งเรืองขึ้นอย่างมาก  โดยเฉพาะในช่วงปลายสมัยราชวงศ์ชิงมีนักเขียนนวนิยายเป็นจำนวนมากที่สร้างสรรค์งานเป็นที่นิยมชมชอบของประชาชนทั่วไปแต่เนื่องจากนักเขียนนวนิยายยังไม่ได้รับการยกย่องเท่ากับกวีหรือนักเขียนร้อยแก้วทางประวัติศาสตร์และปรัชญาดังนั้นจึงไม่ค่อยปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับชีวิตและผลงานมากนัก  นวนิยายที่มีชื่อเสียงมากของยุคนี้ก็คือหงโหล่วเมิ่ง(Hung Lou Meng) หรือความฝันในหอแดงของเฉาเส่ว์ฉิน 

นวนิยายที่น่าจะเป็นต้นฉบับที่ใช้ในการแปลวรรณกรรมจีนของไทยส่วนใหญ่จะเขียนขึ้นในยุคนี้  นักเขียนที่สำคัญซึ่งยกย่องกันมากในสมัยราชวงศ์หมิงและชิงได้แก่

ซีไน่อาน (Shih Nai-an) นักประพันธ์สมัยราชวงศ์หมิงมีผลงานที่สำคัญคือ Shui Hu Chuan ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยแล้วคือเรื่องซ้องกั๋ง

หลอกว้านจง (Lo Kuan-chung or Lo Pen) นักประพันธ์สมัยราชวงศ์หมิงเท่าที่ปรากฏประวัติทราบกันเพียงว่าเขาเป็นศิษย์ของซีไน่อานหลู่ซุ่น[v]กล่าวถึงผลงานของหลอกว้านจงว่า  ผลงานที่สำคัญของหลอกว้านจงเท่าที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันได้แก่ The Romance of the Three Kingdom หรือ San Kuo Yen I[vi], The Romance of the Sui and Tang Dynasties[vii], The Romance of the Five Dynasties[viii], The Sorcer’ Revolt and Its Suppression by the Three Suis และ Shui Hu Chuan[ix]

ผลงานของหลอกว้านจงที่แปลเป็นภาษาไทยแล้ ว  นอกจากสามก๊กและซ้องกั๋งก็มีเรื่อง “หอพิศวาทฮุนจึงเหลา” แต่ไม่สามารถสืบค้นประวัติการแปลและชื่อผู้แปลได้  ฉบับพิมพ์ปีพ.ศ.2507โดยสำนักพิมพ์ผดุงศึกษาระบุไว้แต่เพียงว่าเป็นผลงานของหลอกว้านจงเท่านั้น

อู๋เฉิงเอิน (ค.ศ.1500–1582) เขียนนวนิยายไว้หลายเรื่องแต่ส่วนใหญ่ได้หายสาบสูญไปหมดที่เหลืออยู่ในปัจจุบันได้แก่เรื่อง Pilgrimage to the West (ไซอิ๋ว) นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นๆอีกซึ่งรวมอยู่ในชุด “ต้นฉบับของอู๋เฉิงเอิน”

หวางจื่อเฉิน (Wang Shih-chen) นักประพันธ์สมัยราชวงศ์หมิงไม่มีใครทราบระวัติและผลงานโดยละเอียดผลงานที่สำคัญของเขาคือ Chin Ping Mei ซึ่งแต่งขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นเครื่องมือในการสังหารศัตรูคือ Yen Shih-fan

เฝิงเมิ่งหลงมีผลงานนวนิยายเป็นจำนวนมาก  ที่แปลเป็นไทยแล้วมีหลายเรื่อง  ส่วนใหญ่เป็นผลงานแปลของวรรณไว  พัธโนทัยเช่นจอมนางกลางเมือง  ฉินเซียงเหลียญ  ตู้ซึเหนียงและนางหยกขาวเป็นต้น

เฉาเส่ว์ฉินหรือเฉาจัน(Tsao Shueh-chin ค.ศ. ?-1763) เป็นนักประพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่สมัยราชวงศ์ชิง  ผลงานชิ้นสำคัญคือ “ความฝันในหอแดง” หรือ Hung Lou Meng (A Dream of Red Mansions) นวนิยายเรื่องนี้แปลเป็นภาษาไทยแล้วโดยวรทัศน์เดชจิตกรเมื่อปีพ.ศ.2523

จะอย่างไรก็ตามนอกเหนือจากผลงานของนักเขียนเด่นๆเพียงไม่กี่เรื่องแล้ว (ได้แก่สามก๊กซ้องกั๋งไซอิ๋วเป็นต้น) เรื่องราวของนักเขียนนวนิยายและผลงานนวนิยายของนักเขียนเหล่านั้นก็นับว่าหาหลักฐานอ้างอิงได้ยากทั้งนี้เพราะในสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงนั้น “นักเขียนนวนิยายยังไม่ได้รับการยกย่องเท่ากวีหรือนักเขียนร้อยแก้วทางด้านประวัติศาสตร์หรือปรัชญา”[x] การสืบค้นที่มาของเรื่องจีนที่แปลเป็นภาษาไทยจึงค่อนข้างจะกระทำได้ยาก จึงกล่าวถึงเพียงเฉพาะเรื่องเด่นๆที่สามารถหาหลักฐานอ้างอิงได้เท่านั้น



[i]สรุปและเรียบเรียงจาก ประพิณ มโนมัยวิบูลย์. “สามก๊ก : การศึกษาเปรียบเทียบ,”  2510. หน้า  26–29.

[ii]สมัยราชวงศ์ฮั่นแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (ซีฮั่นหรือไซ่ฮั่น พ.ศ. 337–551) กับราชวงศ์ฮั่นตะวันออก (ตงฮั่นหรือตั้งฮั่น พ.ศ.568–763) ระหว่างราชวงศ์ฮั่นตะวันตกกับราชวงศ์ฮั่นตะวันออก มีราชวงศ์ซินเข้ามาแทรก ทั้งนี้เนื่องจากหวางมั่งซึ่งเป็นขุนนางในลายราชวงศ์ฮั่นตะวันตกก่อขบถยึดอำนาจจากราชวงศ์ฮั่นได้ สถาปนาราชวงศ์ซินขึ้นในปี พ.ศ.566 หวางมั่งสวรรคต เกิดเหตุการณ์วุ่นวายอยู่ประมาณ 2 ปี  เชื้อพระวงศ์ราชวงศ์ฮั่นสามารถยึดอำนาจได้สำเร็จย้ายเมืองหลวงจากเชี่ยงอันไปอยู่เมืองลั่ว หยางทางตะวันออก  สถาปนาราชวงศ์ฮั่นตะวันออกขึ้นแทน

[iii]ดูรายละเอียดใน ประพิณ มโนมัยวิบูลย์. “สามก๊ก : การศึกษาเปรียบเทียบ.” หน้า 29–41  ซึ่งยกตัวอย่างรายนามบุคคลที่บันทึกไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์จีนชุดนี้ในตอนที่ 4 (สามก๊กจี่) อันว่าด้วยเหตุการณ์ในยุคสามก๊ก และ ยง  อิงคเวทย์  “สามก๊กจี่และสามก๊กเอี้ยนหงี” ใน ยงนิพนธ์พจน์ไว้ อนุสรณ์. 2530. หน้า 107–130  ซึ่งได้อธิบายลักษณะเนื้อหาของ “สามก๊กจี่” ว่า “มีประราชประวัติชีวประวัติของบุคคลต่างๆ  ทั้งหมด 367 คน เป็นชีวประวัติเฉพาะตัว 216 คน  ผนวกอยู่ในชีวประวัติบุคคลอื่น 151 คน“ (หน้า 111)

[iv]ปรียา บุญศิริ.“แนะนำวรรณคดีจีน,” ใน รวมบทความอารยธรรมตะวันออก. 2529. หน้า 240–241.

[v]Lu  Hsun. A Brief History of Chinese Fiction. 1982. P.157-158.

[vi]แปลเป็นภาษาไทยคือเรื่อง สามก๊ก

[vii]คือเรื่องซุยถังในภาษาไทย

[viii]น่าจะเป็นเรื่องหงอโต้ภาษาไทย

[ix]หลอกว้านจงแต่งตอนท้าย คือตั้งแต่ตอนที่ 70 จนจบเรื่อง

[x]ปรียา  บุญศิริ. เรื่องเดิม. หน้า 242.