ไทยรัฐ ปีที่ ๔๗ ฉบับที่ ๑๗๖๘๖ วันเสาร์ ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๔๙ 

          ทีมฟุตบอลหุ่นยนต์ไทย พลาสมา ซี สร้างประวัติศาสตร์ คว้าที่ ในการแข่งขันฟุตบอลหุ่นยนต์ชิงแชมป์โลก ๒๐๐๖ (เวิร์ล โรโบคัพ ๒๐๐๖) จัดขึ้นที่ เมืองเบรเมน ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ ๑๔   ๒๑ มิ.ย. ๒๕๔๙ ที่ผ่านมา โดยทีมพลาสมา ซี ตัวแทนประเทศไทยสามารถเอาชนะทีมฟิลด์ เรเจอร์ จากประเทศสิงคโปร์ที่เคยเป็นแชมป์เก่าครั้งที่แล้วไปด้วยสกอร์ ๒:๑ ชัยชนะครั้งนี้ ส่งผลให้ทีมพลาสมา ซีเป็นอันดับที่ ๑ ในทวีปเอเชีย และจะถูกจัดเป็นมือวาง ๑ ใน ๓ ของโลก ในการแข่งขันปีหน้าที่ รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกาแน่นอน

          พลาสมา ซี ประกอบไปด้วยนิสิตชั้นปีที่ ๔ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจำนวน ๑๑ คน มีนางสาวนวรัตน์ เติมธนาสมบัติ เป็นกัปตันทีมในการแข่งครั้งนี้ ในส่วนผลงานการแข่งขันรอบแรกจากทีมหุ่นยนต์กว่า ๒๐ ทีม แบ่งเป็นสายเอถึงสายดี พลาสมา ซี เป็นที่หนึ่งในสายบีด้วยการชนะ ๓ เสมอ ๑ แพ้ ๑ พบกับทีมเต็งจาก เมืองลุงแซม ซีเอ็ม ดราดอน ในรอบรองชนะเลิศที่เอาชนะเด็กไทยไปด้วยสกอร์ ๗:๓ ทำให้ทีมพลาสมา ซี ต้องมาชิงอันดับที่ ๓ กับคู่ปรับเก่าจาก แดนลอดช่อง ฟิล์ด เรนเจอร์ โดยทีมชาติก็สามารถเฉือนคู่ปรับเก่าในรอบแรกได้สำเร็วคว้าที่ ๓ สร้างประวัติศาสตร์สำเร็จ  

          สำหรับการแข่งขันฟุตบอลหุ่นยนต์ขนาดเล็กครั้งนี้ แต่ละทีมจะมีหุ่นยนต์ ๕ ตัว แข่งขันกันด้วยการใช้กฎของฟีฟ่า หุ่นยนต์ทุกตัวสามารถเตะ เดาะลูก และส่งบอลแบบอัตโนมัติ ผ่านการควบคุมของระบบ AI: Artificial Intelligence           การแข่งขันฟุตบอลหุ่นยนต์ถือว่า เป็นการแข่งขันที่ยากที่สุดประเภทหนึ่ง เนื่องจากหุ่นยนต์ต้องทำงานอย่างอิสระ ปราศจากการควบคุมใดๆ จากมนุษย์ ทั้งนี้การควบคุมหุ่นยนต์อาศัยกล้องวีดีโอที่ติดเหนือสนามแข่งขัน ที่จะแยกแยะหุ่นแต่ละทีม ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แล้วคำนวณทิศทางการเคลื่อนที่ และการตัดสินใจรับ-ส่ง บอล และทำประตูผ่านระบบ AI    

          ด้าน นายวิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ ประธานการจัดการแข่งขันฟุตบอลหุ่นยนต์ในประเทศไทย กล่าวว่า ทีมพลาสมา ซี มีการทำงานเป็นทีมที่ดีเยี่ยม สามารถพัฒนาความสามารถของหุ่นให้รับ-ส่ง เลี้ยงลูกบอล กันหุ่นคู่ อีกทั้งพัฒนาให้หุ่นยนต์ยิงลูกเลียด และลูกโด่ง ผ่านการเขียนโปรแกรมแบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอที่ดีเยี่ยม รวมทั้งการปรับกลยุทธ์และปรับแผนการแข่งขันต่างๆ ได้ดี แม้คู่ต่อเป็นทีมจากสถาบันการศึกษาชั้นนำในต่างประเทศ จะมีการพัฒนาหุ่นยนต์ของเขาให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม แต่เด็กไทยก็ยังสร้างผลงานได้ดีจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดี

          ส่วน นายกานต์ โอสถานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายคุณภาพ บริษัทซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวในฐานะผู้ให้การสนับสนุนหลักว่า ยินดีกับทีมพลาสมา ซี ที่คว้าอันดับที่ ๓ และรางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม และขอเป็นกำลังใจให้ทีม รีเวนเจอร์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในความพยายามเพื่อแข่งขัน และได้เป็นทีมสนับสนุนของทีมพลาสมา ซี โดยถือเป็นการแสดงความสามารถด้านวิชาการ การร่วมมือร่วมใจ และน้ำใจนักกีฬา ซีเกทหวังว่าทีมพลาสมา ซี ทีมรีเวนเจอร์ และทีมหุ่นยนต์อื่นๆ จะมีการพัฒนาความสามารถ รวมทั้งนำความรู้ ประสบการณืในการแข่งระดับโลกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อชาติในอนาคต