- - อดีตกาลธรรมดา อาตมเนบท
- - แจกนาม อี การานต์
- - อุปสรรคหน้าธาตุ
- - สนธิ อิ และ อุ หน้า สฺ
1. เราเรียนเรื่องอดีตกาล ในปรัสไมบทมาแล้ว ทีนี้ก็ถึงคิวของอาตมเนบท ความหมายก็ยังคงเป็นอดีตเหมือนเดิม แต่ผันกริยาด้วยวิภักติ (ปัจจัยบอกบุรุษ) อีกชุดหนึ่ง สำหรับกริยาที่ใช้เฉพาะอาตมเนบท ตัวปัจจัยทั้ง 9 นี้คล้ายกับรูปอาตมเนบทของปัจจุบันกาล ท่องไปเดี๋ยวก็จำได้ ดังนี้
|
- - |
เอกพจน์ |
ทวิพจน์ |
พหูพจน์ |
|
บุรุษที่ 1 |
-อิ -i |
-วหิ –vahi* |
-มหิ -mahi* |
|
บุรุษที่ 2 |
-ถาสฺ –thās |
-อิถาสฺ ithās |
-ธฺวมฺ -dhvam |
|
บุรุษที่ 3 |
-ต –ta |
-อิตามฺ -itām |
-อนฺต -anta** |
เนื่องจาก กริยาในกลุ่มแรกที่เราเรียน จะได้เค้าลงสระอะ เมื่อสนธิกับวิภักติที่ขึ้นต้นด้วยอิ ก็จะกลายเป็น เอ ไปหมด กริยาอื่นก็เหมือนเดิม คือ
* เมื่อจะลง วหิ หรือมหิ ให้ยืดเสียงเค้ากริยาจากอะเป็นอาเสียก่อน
** เมื่อจะเติม อนฺต ก็ ลบ อะ ที่เค้ากริยาเสียก่อน
ยกตัวอย่างเสียหน่อย จะได้ไม่งง ใช้ธาตุ √ลภฺ √labh (ได้รับ) การสร้างก็เหมือนอดีตกาลที่เรียนมา ต่างแต่ตอนปิดท้าย
อะ (อาคม) + ธาตุ + ปัจจัยประจำหมวด + วิภักติ (ปัจจัยบอกบุรุษ/พจน์)
อะ + ลภฺ + อะ + ต > อลภต . á + lab + á + t > álabhata
|
- - |
เอกพจน์ |
ทวิพจน์ |
พหูพจน์ |
|
บุรุษที่ 1 |
อลเภ álabhe |
อลภาวหิ álabhāvahi |
อลภามหิ álabhāmahi |
|
บุรุษที่ 2 |
อลภถาสฺ álabhathās |
อลเภถาสฺ álabhethās |
อลภธฺวมฺ álabhadhvam |
|
บุรุษที่ 3 |
อลภต álabhata |
อลเภตามฺ álabhetām |
อลภนฺต álabhanta |
2. การแจกรูปนามพยางค์เดียว ที่ลงท้ายสระอี (ไม่ระบุเพศ) แจกตามข้างล่างนี้ (ถ้าเพศชาย หญิง กลาง เราก็ว่ากันมาแล้ว)
ธี dhī धी ส.
(ความรู้)
|
การก |
เอกพจน์ |
ทวิพจน์ |
พหูพจน์ |
|
อาลปน |
ธีสฺ dhīs |
ธิเยา dhiyāu |
ธิยสฺ dhiyas |
|
กรฺตฺฤ |
ธีสฺ dhīs |
ธิเยา dhiyāu |
ธิยสฺ dhiyas |
|
กรฺม |
ธิยมฺ dhiyam |
ธิเยา dhiyāu |
ธิยสฺ dhiyas |
|
กรฺณ |
ธิยา dhiyā |
ธีภฺยาม dhībhyām |
ธีภิสฺ dhībhis |
|
สมฺปฺรทาน |
ธิเย dhiye ธิไย dhiyāi * |
ธีภฺยาม dhībhyām |
ธีภฺยสฺ dhībhyas |
|
อปาทาน |
ธิยสฺ dhiyas ธิยาสฺ dhiyās * |
ธีภฺยาม dhībhyām |
ธีภฺยสฺ dhībhyas |
|
สมฺพนฺธ |
ธิยสฺ dhiyas ธิยาสฺ dhiyās * |
ธิโยสฺ dhiyos |
ธิยามฺ dhiyām ธีนามฺ dhīnām |
|
อธิกรฺณ |
ธิยิ dhiyi ธิยามฺ dhiyām * |
ธิโยสฺ dhiyos |
ธีษุ dhīṣu |
ข้อสังเกต
- 1.โปรดสังเกตข้อแตกต่างจากนาม สตรีลิงค์ ลงสระอี
- 2. เอกพจน์ การกที่ 3 -7 อาจใช้แบบแจกเดียวกับ สตรีลิงค์ อีการานต์ได้
- 3. อปาทานการก พหูพจน์ มีได้อีกรูปหนึ่ง คือ ธีนามฺ
- 4. บางการกปรากฏ ธิ บางการกปรากฏ ธี จำให้ดีๆ
3. อุปสรรคหน้าธาตุ
เรามาเรียนอุปสรรคเพิ่มเติม เพื่อใช้เติมหน้าธาตุ ได้แก่
|
|
(การใช้อุปสรรคหน้าธาตุ ไปดูที่รายการศัพท์)
4. อิ และ อุ ที่อยู่ท้ายอุปสรรค เมื่อนำมาประสมหน้าธาตุ ที่ขึ้นต้นด้วย สฺ มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
- สฺ เปลี่ยนเป็น ษฺ เช่น นิ + + √สทฺ => นิ + สีท > นิษีท => นิษีทติ... (สทฺ เปลี่ยนเป็น สีทฺ ก่อน)
- แม้จะมี อะ อาคม (อดีตกาล) แทรกหน้าธาตุ สฺ ก็ต้องเปลี่ยนเป็น ษฺ เช่น
- อธิ + √สฺถา + ย (กรรมวาจก) => อธิ + ษฺฐา + ย => อธิษฺฐียเต (สฺถา เปลี่ยนเป็น สฺถี ในกรรมวาจก)
- อธิ + อะ + √สฺถา + ย (กรรมวาจก อดีตกาล ) => อธฺย + ษฺฐา + ย => อธฺยษฺฐียเต (ยังคงเปลี่ยน ส เป็น ษ)
- อุปสรรคที่เป็น อิสฺ หรือ อุสฺ จะกลายเป็น อิษฺ หรือ อุษฺ เมื่อตามมาด้วย กฺ ขฺ ปฺ ผฺ เช่น
- นิสฺ + √ปทฺ + ย => นิษฺ+ ปทฺ + ย => นิษฺปทฺยเต
คำศัพท์
ธาตุ*
|
|
*ในรายการศัพท์ และพจนานุกรม ส่วนใหญ่จะเขียนขึ้นต้นด้วย ธาตุ ตามด้วยอุปสรรค เพื่อบอกว่า ธาตุนี้ใช้อุปสรรคนี้ แต่เมื่อนำมาประกอบเป็นกริยา ให้เอาอุปสรรควางหน้าธาตุเสมอ
** ธาตุที่ไม่แจกกริยาให้ดู เพราะยังไม่ได้เรียนหมวดธาตุนั้นๆ แต่ในที่นี้จะมีไว้ใช้สร้างกริยากรรมการก ซึ่งไม่จำเป็นต้องแจกตามหมวดธาตุ
นาม
|
|
คุณศัพท์
|
|
แบบฝึก
1. แปลสันสกฤตเป็นไทย
लोभात्क्रोधः प्रभवति लोभात्कामः प्रजायते .
लोभान्मोहश्च नाशश्चलोभः पापस्य कारणम् ॥1 ॥
|
|
2. แปลไทยเป็นสันสกฤต
|
|
- อดีตกาลปรัสไมบทกับอดีกาลอาตมเนบทต่างกันอย่างไรค่ะ หรือว่าอดีตทำเพื่อตนเองกับอดีตทำเพื่อคนอื่น หรือแต่จริงๆแล้วก็ไม่ได้เน้นความหมายตรงจุดนี้นักตามที่อาจารย์เคยบอก
- อาเศียรวาทมาจากคำใดในภาษาสันสกฤตบ้างค่ะ
ธาตุในภาษาสันสกฤต จะกำหนดการใช้ ว่าจะเป็นปรัสไม หรืออาตมเนบท เราต้องใช้ตามนั้น (แต่ธาตุบางตัวก็ใช้ได้สองบท)
ทุกกาลจะมี 2 บทนี้เสนอ บางครั้งการใช้ปรัสไม บอกความหมายเพืิ่่่อคนอื่น และอาตมเนบท ใช้บอกความหมายเพื่อตนเอง ก็ตามนี้ครับ
อีกอย่างหนึ่ง อาตมเนบท เอาไว้แจกกรรมวาจกด้วย ไม่ว่าธาตุนั้นกำหนดใช้บทไหนก็ตาม ถ้าสร้างประโยคกรรมวาจก ต้องลงปัจจัยของอาตมเนบท
อาเศียรวาท มาจาก อาศีสฺ आशिस् แปลว่า การให้พร
แต่อาเศียรวาท อาจเป็นคำที่เรานำมาสมาสเอง
- आपणमगच्छम् = ฉันไปตลาดมาแล้ว พอได้ไหมค่ะ ?
- ส่วนใหญ่ในสันสกฤตนิยมแบบไหนมากกว่ากันค่ะ ระหว่างประโยคที่มีปัจจัยบอกบุรุษชัดเจนกับประโยคที่ใช้สรรพนามมาแทน แล้วประโยคที่ใช้ปัจจัยบอกบุรุษแล้วยังจะสามารถใช้คำสรรพนามมาเพิ่มได้อีกไหมค่ะ เช่น อหมฺ คจฺฉามิ
- อีกเรื่องคือมีกาลนี้ไหมค่ะ ''อดีตกรรมวาจก ''
อาจารย์อย่าเพิ่งว่าหนูถามข้ามเรื่องไปไกลนะค่ะ พอดีอยากจะรู้นิดหน่อย .. อิอิ
ใช้ได้ครับ ;)
มีทั้งสองแบบครับ ใช้สรรพนาม และไม่ใช้ ทั้งในประโยคร้อยแก้ว และร้อยกรอง
ในร้อยแก้ว การใช้สรรพนามคงจะหมายถึงการเน้น
น่าจะเป็น อดีตกาล กรรมวาจก , คือ ทุกกาล สร้างกรรมวาจกได้
ถามได้เลยครับ เผื่อคนอื่นๆ อยากทราบด้วย...
2. แปลไทยเป็นสันสกฤต
รอบนี้ไม่ปรากฎเลขดัชนีชี้บอกลำดับที่ของการเรียงคำ หมายความว่าให้หนูเรียงเอาเองเหรอค่ะ ? ^-^
ใช่แล้วครับ เพราะว่าตอนนี้เราเรียนสนธิมาเยอะแล้ว
จะอะไรขึ้นก่อนหลัง ก็คงทำได้ ;)
- ข้อ 4 งงค่ะ ต้องเป็นกรรมการก อดีตกาล หรือ กรรมวาจก อดีตกาลค่ะ ?
- แล้วทำไมถึงไม่เป็น อธฺย + ษฺถี + ย ในเมื่อเป็นกรรมวาจกอดีตกาลตามกฎก็ต้องเปลี่ยนเสียงท้ายอาเป็นอี
แล้ว ถ ทำไมไม่เป็น ฐ ค่ะ
- ธาตุบางตัวที่มีเค้ากริยาสำเร็จแล้วนั้นในตำรามีบอกเหตุผลไว้ไหมค่ะว่าทำไมต้องเปลี่ยนเป็นเค้านั้น คือหนูสงสัยว่าจะมาใช้เค้าสำเร็จทำไมให้ยุ่งยาก สู้เอาเค้ากริยาสำเร็จอันนั้นแหละมาทำเป็นธาตุให้มันหมดเรื่องหมดราวไปเลยดีกว่า..อิอิ
อาจารย์ค่ะวาคีแปลว่าอะไร แล้วเป็นนามเพศหญิงอีการานต์หรือเปล่า หนูไปเจอมนต์นี้มา โอม นโม วาเคศวราย นมะ คิดว่ามันแปลกๆเพราะผันเหมือนนามชายอะการานต์ การกที่4เอกพจน์เลยคะ แต่คิดว่าคำนี้น่าจะเป็นสตรีลิงค์เพราะลงท้ายสระอี อย่างนี้เราไม่ต้องผันเป็น วาคฺไย เหรอค่ะถึงจะถูก รบกวนอาจารย์อธิบายด้วยคะ
อ๋อ ..หรือว่ามันจะสนธิกันค่ะ วาคี + อิศวร = วาเคศวร พอได้รูปแบบนี้แล้วต่อไปเราก็ต้องผันตามนามชายอะการานต์เลยหรือเปล่าค่ะ วาเคศวราย ที่ตอนแรกหนูสงสัยเพราะมัวแต่ไปมอง วาคี คำเดียวคะ ฮ่าๆ เลยงงว่ามันจะเติมปัจจัย - อาย ได้อย่างไร
ข้อ 4 กรรมวาจก ครับ ขอบคุณครับ..
อันที่จริง เขียนขั้นตอนได้หลายแบบ เพราะเปลี่ยนหลายอย่าง
คือ จาก สฺถา > สฺถี (ข้างหน้ามีสระอิ ก็ต้องเปลี่ยน สฺ เป็น ษฺ) > ษฺถี
และเมื่อ ษฺ อยู่ถ้า ถ, ถ ต้องเปลี่ยนเป็น ฐ (วรรคเดียวกัน) > ษฺฐี
เราอาจยังเรียนไปไม่เยอะ เลยรู้สึกว่าน่าจะให้เค้าสำเร็จมาทุกตัว
แต่จริง มีวิธีสร้างกริยาอีกเยอะมาก ถ้าให้เค้ามาหมดก็จะเยอะมากๆ (มีตำราบอกเค้ากริยาโดยเฉพาะ แต่จริงๆ ก็ยังไม่จำเป็น) เมื่อบอกวิธีการสร้างเค้ามาแล้ว ก็สามารถนำไปใช้กับธาตุอื่นๆ ได้
เว้นแต่กริยาที่แจกรูปพิเศษ ก็จะบอกเค้ามาให้อยู่แล้ว
การเปลี่ยนเค้า มักจะเปลี่ยนเมื่อเปลี่ยนกลุ่มกริยา เช่น คมฺ ในกลุ่มปัจจุบัน (อดีต ปัจจุบัน คำสั่ง ฯลฯ) จะใช้ คจฺฉฺ ในกลุ่มอื่นจะเป็น คมฺ (อนาคต, อดีตกาลสมบูรณ์ฯลฯ) เช่น คมิษฺยติ, ชคาม(ซ้ำเสียงหน้า แล้วเปลี่ยนฐาน)
น่าจะเป็น วาคฺ(วาจฺ) + อีศฺวร (สมาส) = วาคีศฺวร เมื่อสมาสแล้วแจกตามเพศชายครับ
ที่ใช้ วาเคศฺวร อาจเป็นแบบอนุโลมก็ได้ ไม่แน่ใจครับ...
และเมื่อ ษฺ อยู่ถ้า ถ, ถ ต้องเปลี่ยนเป็น ฐ (วรรคเดียวกัน) > ษฺฐี
ข้อนี้หาไม่เจอเลยคะ รบกวนอาจารย์ช่วยทบทวนอีกครั้ง
ขอบคุณคะ
ตัวอย่างที่ชัดเจนก็ สถา => ติษฺฐติ ตัวนี้แหละครับ
หลักง่ายๆ ก็คือเมื่อ ษฺ (มีจุด) ตามติดด้วยวรรค ต
จะเปลี่ยน วรรค ต, เป็นวรรค ฏ ที่ตรงกัน ที่พบบ่อย เช่น ษฺฏ ษฺฐ และ ษฺณ
- อุปสรรค อติ นี่แปลว่าอะไรค่ะ ?
- มันจะมีกรณีนี้ไหมค่ะเช่นว่าแต่เดิมนั้นทั้งอุปสรรคและตัวธาตุนั้นก็คงความหมายเดิมของตัวเองอยู่ แต่พอใช้รวมกันแล้วความหมายออกแนวคนละเรื่องกันไปเลยอะคะ ไม่เหลือเค้าความหมายเดิมของทั้งอุปสรรคและตัวธาตุนั้น
ขอบคุณมากครับ ผมเรียนเอกภาษาไทย กำลังเรียนเรื่องนี้พอดีเลย
อติ แปลว่า มาก เกินกว่า ยิ่ง เช่น อติ+สถา => อติคมฺ (ผ่านไป เอาชนะ)
อุปสรรค ใช้ร่วมกัน อาจความหมายคนละเรื่องก็ได้ หรีิือคงความหมายเหมือนยังไม่เติมอุปสรรค ก็มีครับ
√กฺรมฺ + อติ
√กฺรมฺ เป็นหมวดที่ 1 ทำคุณที่สระตัวแรกก็ยังได้เป็น กฺรมฺ ลงอะปัจจัยประจำหมวดหนึ่งเป็น กฺรม มันก็น่าจะได้เป็น อติกฺรมติ แต่ทำไมของอาจารย์เป็นสระอาละค่ะ
√ชนฺ + อุทฺ = ujjā́yate กริยากรรมวาจากคือหยิบ √ชนฺ มาก่อนตัด นฺ ทิ้งแล้วยืดเสียงเป็นอา ได้เป็น ชายเต อันนี้พอเข้าใจแต่พอใส่อุปสรรคข้างหน้าด้วยทำไมถึงเป็น อุชชายเต คือ อุช ตัว -ช ตรงอุปสรรคนี่มาจากไหนค่ะ
สวัสดีครับ คุณ ฝั่งเวียง...025 ขอบคุณที่ติดตามครับ
มาแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ
√กฺรมฺ แจกเป็น กฺรามติ ในหมวด 1 ปรัสไมบท และแจกเป็น กฺรมเต ในอาตมเนบท
เป็นรูปพิเศษ เล่าแล้วใน http://www.gotoknow.org/posts/505857
อุทฺ เปลี่ยนเป็น อุชฺ เมื่อ มี ชฺ ตามมา (แบบเดียวกับ ต)
เดี๋ยวบทหลังๆ จะเพิ่มเติมอีกครับ
<p>
</p>