ในวันที่ 9 ธันวาคม 2555 เราเดินทางไปจังหวัดน่านกัน ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตรซึ่งไม่ไกลเท่าใดจากอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ถึงเวียงสาเราแวะทานอาหารเช้ากัน เป็นลาบคั่ว แกงเผ็ดมะเขือสไตล์เหนือ ทานทั้งข้าวเจ้าและข้าวนึ่ง อร่อยดี เด็กๆ ก็ทานได้สบายเพราะคุ้นเคยกับอาหารเหนือซึ่งทานกันประจำอยู่แล้ว เมื่อเสร็จกิจก็เดินทางต่อ

ถึงเมืองน่านเราแวะไปที่สถานที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวเพื่อจะไปใช้บริการรถรางชมเมืองน่าน ปรากฏว่าเต็มทุกเที่ยว ว่างให้จองคือพรุ่งนี้บ่าย เราก็เหลือทางสำหรับการท่องเที่ยวก็คือการขับรถชมเมืองเองเท่านั้น

น้องเจ้าหน้าที่ต้อนรับของอุทยานฯซึ่งอยู่บริเวณนั้นได้ให้คำแนะนำต่างๆ รวมทั้งแนะสถานที่พัก เราเชื่อเขานะ ก็แวะไปพักที่ริมสวน เป็นที่พักในราคาประหยัด เมื่อเราได้ที่พักแล้ว การท่องเที่ยวเราก็ทำแบบสบายๆ แล้วล่ะ

เริ่มจากชมงาช้างดำ สิ่งที่มีชื่อเสียงของเมืองน่านตามคำขวัญของเมืองคือ แข่งเรือลือเลือง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง






ชมพิพิธภัณฑ์

ก็ได้รู้จักนะว่า ชาวม้ง ชาวไทลื้อ เป็นชนที่อยู่ที่นี่มานาน พวกเขามีหมู่บ้าน มีศิลปวัฒนธรรมของตนเอง ได้เห็นตั่งที่ทำจากไม้มะค่าโมงซึ่งทำจากต้นที่มีที่มีขนาดใหญ่มากๆ แปดเมตรนี่ไม่แน่ใจว่ายาวรอบลำต้นหรือเส้นผ่าศูนย์กลาง แต่แค่นี้ก็ทำให้ทราบว่าป่าเมื่อก่อนนั้นสมบูรณ์มากไปด้วยไม้ใหญ่

เรื่องของศาตราวุธในสมัยก่อนก็มีแสดงให้ชม ครัวไฟของชาวบ้าน โบราณวัตถุต่างๆ ภาพการดำรงชีวิตของผู้คน ตรงนี้ก็สร้างความสนใจให้แก่เด็กๆ ลูกๆ ได้มากโดยเฉพาะน้องโอปอ

เราศึกษาที่นี่แบบไม่ค่อยจะจำอะไรนะ จากนั้นก็นั่งพักจนหายเหนื่อยแล้วก็ข้ามถนนไปอีกฟากหนึ่ง เพื่อชมความงาม ภาพเขียนฝาผนังของวัดภูมินทร์

ถ่ายภาพกันท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนเอาการทีเดียว

ตรงนี้ คุณปอยไปซื้อกล้วยปิ้งชุบน้ำกะทิมาทาน ก็เป็นเมนูที่น่าอร่อยทีเดียวครับ


ภาพสวยของที่นี่ก็คือพญานาคของทางขึ้นของวัดภูมินทร์ ซึ่งเป็นปูนปั้นไม่ได้ทาสีหากแต่งดงามประทับใจเมื่อมองโดยรวมตัดกับท้องฟ้าสดใส เมื่อเราเดินเลยไปด้านหลังสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ ภาพวาดกระซิบรักที่เมืองน่าน เป็นภาพวาดลายเส้นที่สวยงามจับใจผมมากๆ

ภาพที่เขียนลงบนบานหน้าต่างนั้นสี่ห้าพันบาท ส่วนหากที่วาดลงบนก้อนหิน และแผ่นเศษแผ่นไม้นั้น ราคาก็ ห้าสิบบาท หนึ่งร้อยบาท ซึ่งหากเรารู้ว่าจะนำไปใช้ตรงไหน อย่างไร นี่ก็น่าจะควักกระเป๋าซื้อ ไม่ใช่เล่นอ่ะนะ

หลังจากน้องหยกเขาเลือกซื้อของฝากกันเสร็จ พวกเราก็เดินทางกันต่อไปยังวัดพระธาตุแช่แห้ง อีกสถานที่ที่ต้องมาเยือน เมื่อไปถึงก็ไม่ผิดหวังครับ สวยงามครับด้วยเจดีย์ทองเหลืองอร่าม งดงาม พวกเราก็ได้ทำบุญและกราบไหว้พระธาตุท่ามกลางผู้คนนักท่องเที่ยวมากมาย อบอวนไปด้วยกลิ่นไอของเมืองเหนือ ได้ยินเสียงอู้เป็นคำเมืองให้เพลินใจนะ ไพเราะเสนาะหูไปกับการขับกล่อมสะล้อ ซอ ซึง เราพักและดื่มด่ำกับบรรยากาศจนอิ่มเอม ก็เดินทางกลับ

ช่วงนี้เราได้ขับรถสำรวจตามริมน้ำน่าน ขับชมเมือง จากนั้นก็แวะซื้ออาหารที่ตลาดน่าน อาหารก็มีให้เลือกทั้งไทยและอาหารคนเมือง ก็ซื้อกันไปทานที่พัก ค่ำคืนนี้ก็หลับใหลไปกับความเหนื่อยอ่อน ตื่นมารุ่งเช้าเราเดินทางกลับกันแล้ว...