คำแนะนำการใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นกับทุน JICA นะคะ


 

คำแนะนำ..
การใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นกับทุน JICA  นะคะ

 

1.การเตรียมตัว

สิ่งที่ควรจะนำไปจากประเทศไทย

อุปกรณ์กันหนาวอย่างเบา :  ถามว่าที่ญี่ปุ่นหนาวไหม หนาว และหนาวแบบแห้งๆ แดดเปรี้ยง ยังหนาว แต่บางคนอาจจะชอบก็ได้ 

เวลาที่ท่านไป  เป็นช่วงปลายปี  อากาศจะเย็นเหมือนในห้องแอร์ มีใบไม้เปลี่ยนสี ถ้าพ้นเดือน พย ไปแล้วจะเจอกับหิมะ แล้วแต่ว่าไปที่ไหน ไปเหนือก็เจอก่อน  ที่แนะนำอุปกรณ์อย่างเบา  คือ เสื้อเสวตเตอร์ตัว เสื้อแจ็กเก็ตอีกตัว เพราะท่านอาจจะต้องใส่มันตลอดเวลา ถ้าไม่อยากพก ให้ท่านเอาสูทไปด้วย ไม่ต้องเอาเสื้อวอร์มไป นึกไม่ออกใส่สูทอย่างเดียว ในญี่ปุ่นใส่สูทเดินถนนเป็นเรื่องปกติ

ถ้าท่านไปที่ที่หนาวมากๆ ไจก้าจะมีเสื้ออย่างหนักให้ท่าน ดังนั้นไม่ต้องหอบไปจากเมืองไทย

เสื้อผ้า :  เอาไปเท่าที่จำเป็น จะได้สามารถบรรจุของกลับมาได้  ที่ศูนย์จะมีบริการซักรีดให้ ดังนั้นเอาเสื้อผ้าที่เป็นทางการไปก็เพียงพอสำหรับการอยู่ที่นั่น

รองเท้า และถุงเท้า : เอาไปให้พอ ท่านอาจจะต้องใส่มันตลอดเวลา ชาวญี่ปุ่นใส่ถุงเท้าอยู่บ้าน 24 ชม ยกเว้นหน้าร้อน เพราะความหนาวและการเดินในบ้านให้คล่องๆ (นึกไม่ออกนึกถึงโนบีตะ) การใส่รองเท้าแตะในญี่ปุ่นนั้นไม่เหมาะเพราะอากาศหนาว  เวลาไปเที่ยวแนะนำใส่หุ้มส้นหรือผ้าใบ  ที่ญี่ปุ่นมีถุงเท้าแบบมีนิ้วขาย ราคา 100 เยน ลองใส่ดูแล้วก็ใช้ได้ 

แนะนำให้เอารองเท้าผ้าใบไปด้วย  ที่ ญี่ปุ่นสว่างเร็วมาก หกโมงก็เหมือนแปดโมงบ้านเรามากมาย อากาศญี่ปุ่นน่าวิ่ง ถ้าตื่นไหวออกไปจ๊อกกิ้งได้ท่านจะเห็นอะไรแปลกๆ เช่น คุณยายที่เดินขึ้นเนินเร็วกว่าท่านวิ่ง  การทิ้งขยะที่เรียบร้อยและน่าเสียดายของญี่ปุ่น พระที่ออกกวาดศาลเจ้า เด็กนร ที่ไปโรงเรียนตอนเช้า  เป็นต้น

ที่ศูนย์ไจก้า จะมีโรงยิมให้เล่นกีฬาอยู่ และนำให้หาทางออกกำลังบ้างกันไม่ให้ป่วย

ยา :  เอา ไปให้พร้อมทั้ง ยาไข้ ยาหวัด ท้องเสีย ท้องอืด ยาที่ญี่ปุ่นแพง และท่านคงไม่สามารถซื้อยาได้ง่ายนัก พยายามอย่าป่วย ค่ารักษาที่ญี่ปุ่นแพงมาก และท่านจะไม่สนุก ใครมีปัญหาเรื่องฟันไปทำให้เรียบร้อยซะก่อนเดินทาง

มาม่า : เอาไปตามสมควร  ในกรณีที่ไม่ได้ออกไปไหน ไม่ต้องถึงกับกินทุกวัน เอาไว้กันตายก็พอ มาม่าญี่ปุ่นแพงและรสไม่ถูกใจคนไทย

ถ้าหิวกลางคืน ก่อน 4 ทุ่ม ร้านสะดวกซื้อจะมีโอเด้ง หรือ อาหารบางอย่างที่ช่วยให้อบอุ่นได้ หรือจะตุนข้าวปั้นราคา 100 เยนไว้ตอนกลางคืนก็ไม่ผิดกติกา

ของที่ระลึก  จะเป็นของเล็กๆ น้อยๆ แบบที่จตุจักรขายก็ย่อมได้  แนะ นำให้ท่านหาเสื้อยืดสักตัวที่เป็นอะไรที่มันไทยๆ ไปซื้อเสื้อที่ทำขายนักท่องเที่ยวก็ได้ สำหรับมอบให้คนที่ท่านต้องการผูกมิตรไว้ก่อนจะกลับ ถ้าไม่มีใครจะให้ก็ใส่นอนเอง

ผงซักฟอก : เอาไปเพื่อไม่ต้องเสียเวลาออกไปซื้อ ซองขนาดย่อมๆ ซองเดียวก็เพียงพอกับการซักผ้า 16 วัน

สมุดบันทึก : แนะนำให้หาไปสักเล่ม ไว้จดทุกอย่างที่จำเป็น  ไม่ว่าจะเป็นแลคเชอร์ ไดอารี่ หรือบันทึกชื่อ-เบอร์โทร ที่ญี่ปุ่นในสถาณที่ท่องเที่ยวจะมีตราประทับ ท่านสามารถปั๊มใส่สมุดเป็นที่ระลึกได้

กล้องถ่ายรูป : ไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นจะมีแรงดันต่างจากเมืองไทย บางครั้งการชารจกล้องหรืออุปกรณ์จะไม่ได้ดีเท่าที่ควร  แต่เพื่อป้องกันความผิดพลาด ให้เตรียมแบตสำรองไปด้วย และเมมโมรี่ขนาดใหญ่พอ 

ถ้าคิดจะไปซื้อเมมโมรี่ที่ญี่ปุ่น ให้เช็คราคาจากเมืองไทยไป เพื่อจะไม่ต้องเสียเวลานั่งคิด ที่ญี่ปุ่นเวลาของท่านเป็นเงินเป็นทอง

อุปกรณ์เป่าผม : สำหรับท่านหญิงถือเป็นสิ่งจำเป็น  ถ้าไม่เอาไปก็หาซื้อที่ญี่ปุ่นได้ ราคาไม่แพง และผลิตจากเมืองไทย

โทรศัพท์ : ซื้อบัตรได้ที่ศูนย์ โทรมาเมืองไทยได้โดยกดรหัส  ค่าโทรแพงหน่อย  แนะนำให้เอาโทรศัพท์ไปขออณุญาตกับผู้ให้บริการให้สามารถใช้ต่างประเทศได้  ถ้าใครกลัวค่าโทรอานก็ไม่ต้องทำ

เงิน : เอาไปสัก 1 หมื่นบาท เพราะจะได้ที่ญี่ปุ่นด้วยอีกประมาณ 2 หมื่นบาท ถ้าไม่ซื้ออะไรมากนักใช้ไม่หมดดอก  อย่างกมากนัก มีให้ใช้ก็ใช้ไปเถอะ ไปญี่ปุ่นทั้งทีหมกตัวในห้องไม่ไปไหนกินมาม่ามันน่าเสียดายยังไงชอบกล

2.สถานที่พัก

กรณีพักที่ศูนย์ไจก้า

เวลาเข้า – ออก ศูนย์ ให้ถืออย่างเคร่งครัด สามารถเกินเวลาได้โดยการขออณุญาต

เจ้าหน้าที่ไจก้าส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ดี  สามารถออกจากศูนย์ก่อน 7 โมงได้เพื่อไปจ็อกกิ้ง และกลับหลังเวลา 4 ทุ่มได้ โดยเข้าประตูหลัง และะเขียนสาเหตุว่าทำไมถึงสาย  ถ้าขออณุญาตไว้ก่อนจะดีกว่า

เตารีด : ยืมได้ที่เคานทเตอร์ แต่ต้องนำไปคืนทันทีที่เสร็จ

การซักรีด :เราตั้งเครื่องไม่ได้ ซักไม่นาน แต่ปั่นแห้งนาน ไม่ปั่นก็ไม่ได้ ไม่มีที่ตาก แนะนำว่าให้รวมๆ กันหลายคนเพื่อปั่นแห้ง

กรณีมีเสื้อผ้าเหมือนๆ กัน ทำสัญลักษณ์ประจำตัวไว้ เพื่อการแยกแยะ

กาน้ำ : ในห้อง มีไว้ต้มน้ำร้อนเท่านั้น อย่าเอาอย่าอื่นใส่ไปในกา คนอื่นจะใช้ด้วย  ถ้าจะต้มมาม่าให้หาชามต่างหาก แนะนำให้ซื้อข้าวหน้าหมูทอดราคา 300 เยนสักชาม จากร้านสะดวกซื้อ ท่านจะได้ชาม ฝา และตะเกียบ ที่สามารถใช้งานได้ดี และโยนทิ้งได้โดยไม่เสียดาย

ฮีตเตอร์ :ห้องพักมีฮีตเตอร์ทุกห้อง คนไทยเกิดมามักจะไม่เคยนอนฮีตเตอร์  คำแนะนำคือ อย่าเปิดแรงนัก เอาแค่พอนอนได้ ไม่งั้นติ่นมาท่านจะปวดหัว  ด้วยอาการขาดน้ำการเปิดน้ำทิ้งไว้ในอ่างอาบน้ำเล็กน้อยจะช่วยได้

อย่าเปิดหน้าต่างนอนเด็ดขาด ถึงแม้จะรู้สึกว่าอากาศสบายๆ ก็ตาม ตกดึกหนาวมาก

การตื่นตอนเช้า : มีความสำคัญมาก ชาวญี่ปุ่นซีเรียสเรื่องเวลามาก แนะนำให้จับกลุ่มกัน สัก 3-4 คนทำการปลุกกันในกลุ่ม ด้วยการโทรไปที่ห้องหรือทุบประตู

3.ภาษา

เป็นเรื่องไม่ง่ายที่จะจดจำภาษาญี่ปุ่นในเวลาอันสั้น

ขอให้ท่านจำแค่คำแนะนำตัว ตั้งแต่ ฮาจิเมะมาชิเตะ .. ก็พอ เพราะท่านต้องใช้บ่อย

อีกอย่างที่น่าจำคือ คำทักทายในเวลาต่างๆ กัน  เพราะท่านต้องใช้มันเรื่อยๆ  ไม่ว่าจะในศูนย์ กับวิทยากร หรือกับเจ้าหน้าที่ เวลาจะเรียกพนักงานในร้าน ก็ใช้คำทักทายนี้เรียกได้  ตั้งแต่ โฮฮาโย  คอนนิจิวะ คมบังวะ โอยาสุมินาไซ  ใช้ตามเวลาให้ถูก

สำหรับท่านที่ใช้ภาษาญี่ปุ่นได้ดี ก็เชิญตามอัธยาศัย  ข้ามย่อหน้านี้ไปเลย

สำหรับการติดต่อสื่อสารอื่นๆ นั้น ภาษาอังกฤษจะใช้งานได้ดีกว่า  ผู้เขียนเคยทดลองแล้วพบว่า  การสื่อสารที่ได้ผลดีสุดคือ ใช้ศัพท์ญี่ปุ่น

+ ภาษาอังกฤษ  ชาว ญี่ปุ่นรุ่นใหม่มีความรู้ภาษาอังกฤษไม่เลวทุกคน แต่ว่าเมื่อพูดถึงคำศัพท์ โดยเฉพาะคำนามต่างๆ จะเข้าใจได้ยาก เพราะจำศัพท์ต่างตัวกัน และออกเสียงไม่เหมือนกัน

วิธีการสื่อสารที่ได้ผล คือ ใช้แกรมม่าอังกฤษ และศัพท์ญี่ปุ่นผู้เขียนเคยไปซื้อผัก และพบว่า

I want to buy  vegetable พนักงานเข้าใจว่าเรามาซื้อโต๊ะ

ถ้าจะบอกเป็นภาษาญี่ปุ่น ผู้เขียนก็จำรูปประโยคไม่ได้  ดังนั้นผู้เขียนจึงใช้ว่า I want to buy yasai (ยาไซ = ผัก) ก็เข้าใจกันได้

ศัพท์ที่ควรรู้คือ ชื่ออาหารต่างๆ เครื่องเรือน ของใช้  รถเรือเครื่องบิน  ทั้งหมดนี้อยู่ในเล่มสีเหลืองที่ท่านได้รับแล้ว

การจำศัพท์ได้ จะทำให้ท่านเดาสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามพูดออกมาได้บ้าง ถึงแม้จะฟังไม่รู้เรื่องก็ตาม แต่ถ้าได้ยินศัพท์ก็พอจะเดาได้

ภาษาใบ้ ใช้ได้ยากมากในญี่ปุ่น เนื่องจากสัญญาณมือไม่ตรงกัน

สอนภาษา : ท่านอาจจะพบกันชาวต่างชาติอื่นๆ ที่ศูนย์ ท่านควรจะลองพูดคุยดูเพื่อหาประสบการณ์

ข้อควรระวังคือ  ระวัง ในเรื่องศาสนา ความเชื่อ และความแตกต่างระหว่างชาติ อย่าถามอะไรที่เป็นเรื่องจุดอ่อนของชาตินั้น (เช่น ยาเสพติด ความยากจน ความไม่สงบ)  และข้อสอง อย่าสอนภาษาไทยผิดๆ ให้พวกเขา

4.อาหารการกิน

อาหารญี่ปุ่น รสจืด จริงหรือไม่ ?

ผู้เขียนขอยืนยันว่า ไม่จืด แต่จะหนักเค็มหนักหวาน  ถ้าคนที่เติบโตจากครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน จะกินได้อย่างไม่มีปัญหา

รสที่ทางญี่ปุ่นมีน้อยคือรสเผ็ด ท่านที่ชอบกินเผ็ดอาจจะมีปัญหาบ้างจะ มีพริกป่นให้แต่ไอ้พริกที่ว่านี่มันก็ไม่ค่อยเผ็ด ใครกลัวก็พกพริกป่นไปได้ ถ้าจะถึงขั้นพกน้ำพริกไปคลุกข้าวกินนั้น ก็แล้วแต่ ไม่มีกฏห้าม แต่ผู้เขียนไม่แนะนำ

สรุปว่าใครกินอาหารญี่ปุ่นตามร้านในเมืองไทยได้ก็ อยู่ญี่ปุ่นได้สบาย อาหารที่นั่นอร่อยกว่าทีเมืองไทย

ตามปกติไจก้าจะมีอาหารให้กิน 3 มื้อ อยู่แล้ว รสชาติจะเป็นอาหารนานาชาติ เหมือนฝรั่งปนเอเชีย ทุกคนกินได้ไม่มีปัญหา แต่ผู้เขียนแนะนำว่า ไปเมืองไหน ควรจะหาของประจำถิ่นกิน จะได้ไม่เสียทีที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึง

น้ำดื่ม : น้ำประปาญี่ปุ่นดื่มได้ ไปหยอดตู้ซื้อขาเขียว 100 เยนมาแล้วใช้ขวดนั้นกรอกน้ำเอาไว้กินตลอดทริป

อาหารที่เป็นปัญหากับคนไทย

นัตโตะ -อาหารญีปุ่นชนิดหนึ่งที่คนไทยขยาด ญี่ปุ่น บอกว่าเหม็น ผู้เขียนขอยืนยัน ว่าไม่เหม็น ปลาเจ่าหรือเต้าเจี้ยวหลนของไทยเหม็นกว่าเยอะ ไม่ต้องกลัว ลองกินดู ใส่โชยุ (ซี้อิ้ว) เยอะๆ  รสจะเหมือนเต้าเจี้ยว

ปลาดิบ -มีหลายคนไม่ชอบปลาดิบ ตรงนี้ไม่น่าใช่ปัญหาเพราะน่าจะมีคนชอบไปด้วยก็ยกให้เขากินได้ ปลาดิบที่ญี่ปุ่นรสชาติสุดยอดมาก  เทียบกับร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยแล้วเหนือกว่าประมาณ 8 เท่า

เนื้อวัว -อันนี้ไม่ต้องห่วง ถ้าไม่ใช่การเลี้ยงต้อนรับก็ไม่ได้กินดอก

อาหารทะเล - ญี่ปุ่นเป็นประเทศเกาะ มีอาหารทะเลแปลกๆ มากมาย ถ้าท่านไม่แพ้อาหารทะเลก็ควรจะลองกินดู อาหารทะเลที่คนไทยขยาดเพราะชื่อมันแปลก มีมาก เช่น หอยเม่น ไข่ปลาแซลมอน ปลาไหล  หอยหลายๆอย่าง ลองกินดูเหอะ อร่อย

สุดยอดอาหารญี่ปุ่นมี 3 อย่างคือ

1.ปลาปักเป้า 2.เนื้อวัวมัตสึซากะ  3.ปูทาราบะ 

ที่บอกมานี่คือ ถ้าท่านมีกำลังทรัพย์ก็ลองไปกินดู อร่อยและ แพงทุกอย่างแหละ

คนญี่ปุ่นกินอะไรกัน ?

อาหารหลักของคนญี่ปุ่น ที่เราจะหากินได้ทั่วไปคือ อาหารเส้น กับ กับข้าวหน้าต่างๆ

อาหารเส้น :  ถ้าหวังจะกินบะหมี่ที่ญี่ปุ่นแล้วกินลูกชิ้น หมูเยอะๆ อย่างไทยนั้นก็คิดใหม่  อาหารญี่ปุ่นจะใส่เนื้อสัตว์ไม่มาก  แป้งกับผักเยอะกว่า (ญี่ปุ่นเลี้ยงสัตว์บกได้น้อย ต้องนำเข้า)  อาหารเส้นที่กินกันมากคือ

-อุด้ง (เส้นใหญ่อ้วนๆ)  เป็นอาหารราคาถูกที่คนทำงานญี่ปุ่นกินกัน มีขายทั่วไป

-โซบะ (เส้นเล็ก ซุปใส)  ยากิโซบะคือหมี่ผัด

-ราเม็ง (เส้นหมี่ไข่ น้ำซุปกระดูก)  จะแพงกว่า 2 อย่างแรก

ข้าวหน้าต่างๆ  :ราคาพอๆ กับอาหารเส้น  ร้านที่ทำไว้แล้วจะราคาไม่แพง ถ้าเป็นร้านที่สั่งแล้วค่อยทำจะรอนาน อร่อย และแพงกว่า ร้านที่ถูกสุดคือร้านยืนกิน จะเป็นร้านเล็กๆ ไม่มีที่นั่ง สั่งแล้วถือชามกินเอา

ซูชิมีแบบจานหมุนกับแบบปั้นสด  แบบจานหมุนถูกกว่าเมืองไทย ผู้เขียนขอยืนยันว่าเป็นอาหารไม่กี่อย่างที่ถูกกว่าเมืองไทย  จานละ 120 เยน ของเยอะและสดกว่า  หากินได้ตามสถาณีรถไฟ

ของทอด : ที่นี่ทำของทอดได้อร่อยมาก น้ำมันน้อยและกรอบหอม สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือทงคัทสึและเทมปุระ ลองกินดูสักที ต่างจากที่ขายเมืองไทยพอควร

เวลา ไปเที่ยวไกลๆ แนะนำว่าให้ซื้อข้าวกล่องหรือขนมปังไป มิฉะนั้นท่านจะเสียเวลาเดินหาร้านอาหาร และมีการถกเถียงกันเรื่องว่า กินได้ กินไม่ได้ แพงไปไหม … เป็นการประหยัดเวลาและเงินทอง

5.การเดินทาง

การเดินทางในญี่ปุ่น ใช้รถไฟเป็นหลัก

เส้นทางรถไฟ จากศูนย์โอซาก้าจะเริ่มที่สถาณีอิชิกายะ ถ้าที่โตเกียวจะเริ่มที่อิบารากิ  ตรงนี้ไม่ขออธิบายมากเพราะมีในคู่มือสีเหลืองและคู่มือเที่ยวญี่ปุ่นแล้ว

ข้อสำคัญ  -ดูสีเส้นทางรถไฟ ไปสีไหนกลับสีนั้น  -ดูเที่ยวไปกลับ  -อย่าทำตั๋วหายเด็ดขาด

รถบัสไจก้า  มีวิ่งจากศูนย์ไปกลับสถาณีรถไฟ อิชิกายะ วันละ 4-5 เที่ยว คุณลุงคนขับจะตรงเวลาสุดๆ ไม่รอเด็ดขาด ใครจะขึ้นต้องไปรอแก ถ้าจะให้แกรอแกไม่รอแน่  เป็นความภาคภูมิใจในงานของเขาที่ออกตรงเวลา

แท็กซี่ ใช้งานได้ ถ้าท่านมีตัวหารสัก 4 คนบางโอกาสดีกว่ารถไฟโดยเฉพาะกรณีกลับศูนย์ รถบัสกลับศูนย์จะหมด 2 ทุ่มกว่าๆ ดังนั้น ถ้าท่านต้องการจะกลับ 4 ทุ่ม ท่านใช้รถแท็กซี่จากสถาณีรถไฟได้ เสียคยละไม่กี่ร้อยเยนดอก

หมายเหตุ 1: เวลา ของท่านในญีปุ่นมีน้อย ท่านควะจะวางแผนให้ดีว่า จะไปไหนกันในแต่ละวัน และไปเป็นทีมๆ ทีมละไม่มากนัก การยกโขยงไปทำให้เสียเวลาอย่างยิ่ง

หมายเหตุ 2 : เมื่อออกจากที่พัก จงระลึกไว้ว่า พาสปอร์ต สำคัญรองจากชีวิตท่าน พาสปอร์ต และบัตร sos ของไจก้า เก็บไว้ให้ดี อย่าให้หายไปได้

6.มารยาท

ตรงเวลา - คนญี่ปุ่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุซีเรียสเรื่องเวลามาก ถ้ามีใครสักคนเข้าห้องช้าไป จะถูกมองว่า “ไม่เอาไหน” ดังนั้นจะไปไหน ไม่ว่าเข้าเรียนหรือนัดหมาย ควรจะไปก่อนเวลาสัก 20 นาที่

หัวหน้ากลุ่มสามารถช่วยตรงนี้ได้ด้วยการนัดสมาชิกก่อนเวลาสัก 20 นาที เผื่อเอาไว้ตามตัวคนช้า  และใช้ระบบกลุ่ม 4 คน ดูแลกันในกลุ่มให้มาทันเวลาให้ได้

ทักทาย – สิ่งที่ควรทำคือ ทักทายชาวญี่ปุ่นทุกคนที่พบ  และขอบคุณทุกครั้งเมื่อเขาให้บริการ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ในศูนย์  ไม่ว่าจะเป็นคนทำความสะอาด ยาม คุณป้าโรงอาหาร คนขับรถ และโดยเฉพาะ โคออดิเนเตอร์  การทักก่อนถือว่า “มารยาทดี” มันจะทำให้ชีวิตของท่านง่ายขึ้นเยอะ

ขอบคุณ – ท่องไว้ อาริกาโตะ โกซายมัส ๆๆ  พูดไปเถอะไม่ขาดทุน

ขออภัย – ชิทสีเร ชิม้าส  และ สุมินาเซ็น  ใช้สารพัด ทั้งขอเข้าห้อง ขอผ่านทาง ขอหยิบของข้ามหน้าข้ามตา

อำลา  - มีสองคำ คือ มัตตะ อิมาโช  และ ซาโยนาระ  ใช้คำแรกดีกว่า

เมา – บรรยากาศที่ญี่ปุ่นน่าเมา และมีแอลกอฮอลขายในศูนย์  ขอให้กินแต่พอสมควร อย่าให้เสียงาน

ออนเซ็น – การอาบน้ำที่ญี่ปุ่นที่ต้องแก้ผ้าหมด  ท่านไม่ต้องอาย แก้ไปเถอะ ไม่สึกหรออะไร  และการแก้ผ้าหมดจะทำให้ท่านพูดคุยกับเพื่อนคนไทยของท่านได้สนิทใจกว่าเดิมเยอะเลย  ส่วนคนญี่ปุ่นจะมาเห็นของของท่านนั้นท่นไม่ต้องกลัว ท่านก็เห็นของเขาเช่นกัน เจ๊ากันไม่ต้องอาย ได้แต่ดูเอาไปไม่ได้ดอก

คน ไทยบางคนอาย เลยใส่กกน เข้าไป ปรากฏว่ากลายเป็นจุดสนใจไป จ้องกันทั้งห้องเลยว่างั้นเถอะ ถ้าไม่ต้องการเป็นจุดสนใจจงแก้ผ้าเข้าไปนะจ๊ะ

7.ของฝาก

เมื่อท่านจะกลับ ควรจะซื้อของฝากมาบ้าง

-ของในญี่ปุ่นโดยมากจะ Maid in China ไม่ต้องแปลกใจ ถ้า Made in Japan จะเป็นของดีของแพง

-ของที่ระลึกที่น่าซื้อมาคือ ของที่เป็นของเมืองนั้นๆ โดยเฉพาะ  เช่นโอซาก้า

-กล้องและ I pod มีราคาถูกกว่าเมืองไทย ถ ้าจะซื้อ ท่านควรจะศึกษาทำลิสต์ราคาเมืองไทยไปก่อน ไม่งั้นท่านจะเสียเวลาอันมีค่าอยู่ในร้าน  ไม่จำเป็นต้องซื้อร้านบิ๊กคาเมร่า ที่อื่นก็มี ราคาเท่ากัน

กล้องที่ราคาถูกกว่าเมืองไทยมากคือกล้องที่มีเมนูภาษาญี่ปุ่น ทั่วไปแล้วร้านกล้องจะมีสองแผนก ขายเมนูญี่ปุ่น กับเมนู Eng ดูให้ดีก่อนซื้อ

-โดยมากคนไทยชอบเข้าร้าน 100 เยน อยากให้ท่านไปสำรวจร้าน 100 เยนในเมืองไทยดูก่อน ว่า มีอะไรขายบ้าง เพื่อนของผู้เขียนหอบของบางอย่างมาแล้วพบว่าที่เมืองไทยก็มีราคาต่างกัน 5 บาท

-ลองไปเดินดูที่ร้านขายของญี่ปุ่น ที่อิเซตัน ว่ามีอะไรมาขายบ้าง ราคาไม่ต่างกันมากนัก ถ้ามีก็ไม่ต้องหิ้วมา มีหลายๆ อย่างที่หิ้วมาแล้วพบว่ามีขายที่อิเซตัน หรือไม่ก็ร้าน ToyRUs เซ็นทรัลเวิรลด์

-สุรา สามารถนำผ่านได้ไม่เกินท่านละ 1 ลิตร มากกว่านั้นโดนยึด  ผักผลไม้สดก็ห้าม

-อาวุธ ของมีคม ผ่านได้โดยการห่อหุ้มให้ดี และโหลดมาในเครื่อง

-ตุ๊กตา และเสื้อผ้า ดูดีๆ อาจจะส่งไปจากเมืองไทย

-โปสการ์ด มีขายตามที่ท่องเที่ยว เขียนและส่งได้ที่ศูนย์ มีแสดมป์ขายด้วย เหมาะกับเขียนไปเมืองไทย

-เมื่อกลับเมืองไทย เขียนโปสการ์ดให้คนที่ท่านรู้จักที่ญีปุ่นสัก 1 ใบ

ขอให้ท่านมีความสุขในญี่ปุ่นกันนะคะ

คำสำคัญ (Tags): #ทุน JICA
หมายเลขบันทึก: 511654เขียนเมื่อ 11 ธันวาคม 2012 20:32 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 ธันวาคม 2012 11:21 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี