ผอ.กองทันตฯ ... ทพ.สุธา เจียรมณีโชติชัย ... สรุปสิ่งดีดีสุดท้ายไว้ว่า ... เป็นเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจมากครับ เพราะว่าถ้าได้ฟังพื้นที่เล่า จะได้อรรถรสมากกว่านี้มาก เพราะจะเห็นชัดว่า ทันตบุคลากรเล่าอย่างมีความสุข และมีความภูมิใจลึกๆ ว่า แต่ก่อนเขาเข้าไป รร. ไม่ได้ ปัจจุบันเขาเข้าไปกินขนมกับครู กับ นร. ได้ ว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่ง

ผมได้ฟังน้องเล่าด้วยว่า ไปวิพากษ์วิจารณ์เด็ก จนเด็กกลัว ครูก็ได้คุยกับน้องถึงความรู้สึกเด็ก ทำให้น้องเขาเปลี่ยนสภาพวิจารณ์จาก Formal เป็น informal ก็ทำให้บรรยากาศน่าเรียนรู้กันมากขึ้น

และทันตฯ ในกลุ่มวัยเรียน ก็เป็นอีกกลุ่มที่รังสรรค์ผลงาน และมีเครือข่ายที่เข้มแข็งได้จริง

สิ่งที่โครงการนี้สรุปส่งท้ายได้ก็คือ การเกิด “พลัง ศักยภาพในการเรียนรู้อย่างมหาศาล ที่มีในตัวเด็ก”


ตัวอย่างกิจกรรมกลุ่มที่เด็กคิด และน่าชื่นชม หมอปิ (ทพญ.ปิยะดา) แอบเล่าต่อให้ฟังว่า ... มีกิจกรรมที่เด็กคิดขึ้นมาเอง ที่น่าทึ่งมาก คือ จากโจทย์เรื่องอาหารกับโรคฟันผุ เขาก็คิดถึงเรื่องของหวาน น้ำอัดลม ขนม ... เด็กไปคิดเทียบกับสิ่งต่างๆ นานา จากการคุยกับครู ก็แนะนำเอากระดูกไก่สิ คล้ายฟัน แต่เขาก็มาคิดว่า มันนานไปก็เหม็น เขาก็คิดถึงการเปรียบเทียบนมจืด กับน้ำอัดลม และการทดลองวิทยาศาสตร์ ผลของน้ำอัดลม กับนมที่มีต่อสุขภาพฟัน สุดท้ายเขาก็เอาใช้กับเปลือกหอย และมานำเสนอ นำเปลือกหอยแช่ในน้ำ ฝาหนึ่งแช่ในน้ำอัดลม และอีกฝาแช่ในนมจืด แช่ประมาณ 15 นาที ที่แช่ในน้ำดำ (น้ำอัดลม) เคาะก็แตกเลย แต่แช่ในนมไม่แตก (ก่อนทำก็เคาะเปลือกหอยทดสอบให้ดูก่อนนะคะ) ... ออกมาเป็นผลงาน “การทดลองฤทธิ์ของน้ำอัดลม และนม ต่อเปลือกหอย” สิ่งนี้ล่ะ ... เป็นผลงานที่เด็กคิดขึ้นมาเอง