...ฉันเชื่อว่าทุกๆคนก็ล้วนแต่มีความใฝ่ฝันเป็นของตนเอง ความฝันตั้งแต่ครั้งยังเด็ก ความฝันที่บริสุทธิ์... ฉันเองก็มีความใฝ่ฝันแบบนั้นเช่นเดียวกัน...

...ตอนเด็กๆฉันมีความใฝ่ฝันว่าโตมาฉันอยากที่จะ เป็นคนที่พิทักษ์ความยุติธรรมให้กับสังคมและคนอื่นๆ เพราะฉันไม่ชอบการเอารัดเอาเปรียบกัน ไม่ชอบคนที่ชอบคดโกง เอาเปรียบผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า  ที่ฉันคิดเช่นนี้ก็เพราะว่า เมื่อฉันเป็นเด็ก เวลาซื้อของ แม่ค้าก็มักจะให้คนที่เป็นผู้ใหญ่ได้ซื้อของก่อน ทั้งๆที่เขามาทีหลัง  บางทีฉันก็เห็นว่าคนที่ตัวใหญ่กว่าก็มักจะแกล้งรังแกคนที่ตัวเล็กกว่า  หรือเพื่อนที่ไม่ค่อยปกติในห้องเรียนก็มักจะถูกล้อเลียนและถูกคนอื่นๆแกล้งอยู่เสมอ ฉันมองว่าทุกสิ่งที่ฉันเคยพบกับตัวเองหรือเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ๆตัวข้างต้นเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นความอยุติธรรมทั้งสิ้น และด้วยความฝันของเด็กคนนึง ก็อยากที่จะเป็นคนที่จะสามารถช่วยเหลือคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม ได้ และอยากจะทำให้ทุกๆอย่างยุติธรรมสำหรับทุกๆคน นั่นคือความคิดของเด็กคนนึงที่คิดเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ในขณะที่เด็กคนนั้นอาจจะยังไม่รู้จักโลกใบนี้ดีพอ ...แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าเด็กคนนั้นจะได้เติบโตมาและเห็นความเป็นจริงของโลกใบนี้มากขึ้น ก็ยังคงมีความใฝ่ฝันว่า อยากจะทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้น อย่างน้อยก็รอบๆตัวที่จะสามารถทำได้ ก็ยังดี...

...ตลอดมาฉันรู้เพียงว่า อาชีพที่จะอำนวยความยุติธรรมแบบนั้นได้ ก็มีเพียงแค่อาชีพผู้พิพากษาเท่านั้น ฉันเลยมุ่งมั่นมาตั้งแต่เด็กๆเลยว่า ฉันอยากจะเป็นผู้พิพากษา เพื่อที่จะช่วยเหลือคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม อย่างที่ฉันต้องการได้ แต่เมื่อฉันได้เข้ามาเรียนคณะนิติศาสตร์และได้สัมผัสกับกระบวนการเชิงทางกฎหมายในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง ฉันได้พบว่ายังมีอาชีพอีกมากมายที่สามารถใช้ความรู้ทางด้านกฎหมาย เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ผู้ที่ความเป็นธรรมเข้าไปไม่ถึงตัวพวกเขาได้ อีกมากมาย ...

...ความคิดอยากเป็นผู้พิพากษาของฉัน เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อฉันได้เรียนชั้นปีที่4  หลายๆวิชาเป็นวิชาที่จะนำไปใช้ได้จริงเมื่อจบการศึกษาไปแล้ว หลายวิชาให้ข้อคิดและการตระหนักถึงความเป็นนักกฎหมายที่ดี และได้ทำให้ฉันได้นึกถึงอุดมการณ์ที่ฉันมี...โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ที่เป็นวิชาที่น่าสนใจ และเป็นสาขาที่แปลกใหม่สำหรับฉันที่ไม่เคยรับรู้มาก่อนว่า ความรู้ในวิชานี้ จะสามารถช่วยเหลือคนได้มาก และไม่ได้ทำร้ายใคร มีแต่จะช่วยให้คนที่ไม่มีโอกาส ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และฉันรู้สึกโชคดีและดีใจที่ได้เรียนกับอาจารย์แหวว เพราะท่านเป็นครูที่สมบูรณ์แบบ เพราะท่านเป็นทั้งผู้ที่ให้ความรู้แก่นักศึกษา และเป็นคุณครูที่เป็นแบบอย่างให้นักศึกษาเห็นว่า ความรู้ที่ท่านสอนนั้นนำไปใช้จริงได้อย่างไร  ด้วยเคารพรักและความประทับใจในตัวอาจารย์แหวว ประกอบกับเนื้อหาวิชาที่น่าสนใจ และตัวลักษณะการใช้กฎหมายดังกล่าวเองนั้น ก็มีแต่จะช่วย มีแต่จะให้แก่ผู้ที่ไม่ได้รับโอกาสได้มีโอกาส มีสิทธิ มีชีวิตที่ดีขึ้น ถือเป็นการอำนวยความยุติธรรมโดยใช้กฎหมายอีกรูปแบบหนึ่ง ที่แม้จะไม่ได้เป็นผู้พิพากษา ก็สามารถที่จะหยิบยื่นความยุติธรรมแก่ผู้ที่เดือดร้อนได้  ทั้งนี้ประกอบกับที่อาจารย์แหววได้พาฉันมาพบกับพี่ๆน่ารัก 2 คน คือพี่ปลาทอง และพี่เชอร์รี่ พี่ผู้ช่วยอาจารย์ที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้อง เป็นผู้ที่มีประสบการณ์จริงและประสบการณ์ตรงในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายในด้านนี้ จึงทำให้ฉันมีความสนใจในการทำงานทางด้านนี้มากยิ่งขึ้นไปอีก...

...และตอนนี้ฉันเริ่มตระหนักรู้ว่า ประเทศไทยของเราเริ่มที่จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในไม่ช้านี้แล้ว ในเรื่องของการประกอบธุรกิจ การลงทุนระหว่างประเทศซึ่งเป็นหัวข้อหนึ่งของวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ก็เป็นเรื่องที่ควรจะศึกษาให้มีความรู้ไว้เช่นเดียวกัน...

....ด้วยเหตุผลประการต่างๆ จึงทำให้ตอนนี้ฉันมีความสนใจที่จะทำงานที่ใช้กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลมาก เพราะเป็นการได้ใช้ความรู้กฎหมาย ในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เช่นเดียวกับที่ฉันคิดไว้  ...แต่อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ก็เป็นช่วงหัวเรี่ยวหัวต่อของการตัดสินใจ เพราะมีหลายปัจจัยที่ฉันต้องนำมาคำนึงด้วย แต่ฉันเชื่อว่า ถ้าได้พิจารณาโดยใช้สติอย่างรอบคอบแล้ว ฉันจะตัดสินใจได้ไม่ผิดพลาด และเมื่อฉันเลือกทางใดแล้ว ถ้าฉันได้รู้จริงๆแล้วว่า ทางไหนคือสิ่งทางฉันต้องการกันแน่ ฉันก็จะมุ่งมั่นและเต็มที่กับทางที่ฉันจะเลือกเดินนั้นให้ถึงที่สุด...