จำนำข้าวกับความหายนะประเทศไทย

ผมน่าจะเป็นคนแรกในประเทศไทย ที่ได้เขียนบทความวิเคราะห์ว่าการจำนำข้าวเป็นปัญหาใหญ่ที่จะทำลายประเทศไทย โดยผมเขียนมาตั้งแต่ครั้งแรก (ประมาณพศ. ๒๕๔๘ ถ้าจำไม่ผิด) สมัยรัฐบาลทักษิณ โดยใช้บริษัท เพรสซิเด้นท์อกริ เป็นผู้ดำเนินการในการรับเหมาประมูล


มาวันนี้สมัยรบ. ยิ่งลักษณ์ ก็มีการแฉโดยพรรคฝ่ายค้านว่า "สยามอินดิก้า"   มารับช่วงต่อ จาก เพรสซิเด้นท์   โดยแปรรูปมาจากเพรสซิเด้นท์ฯ นั่นแหละ


ก็ดีนะครับที่มีการแฉ แต่ผมติงนิดว่า นักการเมือง นักวิชาการทั้งประเทศ ทำไมทำงานกันช้าไป ๑๐ ปีทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬารที่สามารถทำชาติล่มได้เช่นนี้ 

ตอนผมเขียนแฉเรื่องจำนำข้าวพศ. ๒๕๔๘ นั้น ยังทันสมัยอยู่ ที่ถ้านักวิชาการ นักการเมืองวันนี้ สามารถเอามาอ่านออกอากาศได้เลย โดยเปลี่ยนชื่อตัวละครเท่านั้นเอง 


ผมแฉแล้วส่งไปให้ผู้เกี่ยวข้องทางการเมือง สื่อ สองสามแห่ง แต่ไม่มีใครสนใจเอาไปสานต่อ สื่อต่อ สักคน 

ว่าไปแล้วที่ผมวิเคราะห์ไว้ในวันโน้น ผมว่ายังลึกกว่าที่หลายคนวิเคราะห์ในวันนี้เสียอีก เช่น นอกจากเรื่องพื้นๆที่เขาว่ากันแล้วผมยังแถมว่า


-อุตสาหกรรมโรงสีข้าว เป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด และสำคัญที่สุดของชาติ เพระมีโรงสีใหญ่น้อยถึง 40,000 โรง เป็นโรงสีขนาดกลางขึ้นไปถึง 10,000 โรง เรียกได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมฐานรากของไทยเรานั่นเทียว แต่รัฐบาลไม่เคยเหลียวแล โดยกระทรวงเกษตรก็ว่าไม่ใช่หน้าที่ ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม มีเจ้าหน้าที่ทำงานเสมียน ขึ้นทะเบียนโรงงาน สองสามคน จบ 

ส่วนมหาวิทยาลัยก็ไม่สนใจทำงานวิจัยช่วยโรงสี เอาแต่วิจัยช่วยโรงงานฝรั่ง .. แล้วทุกฝ่ายเอาแต่ด่าโรงสี ชื่นชมชาวนา ทั้งที่ชาวนาโกงโรงสีนั้นว่าไปแล้วมากกว่าโรงสีโกงชาวนาเสียอีก แต่อย่างว่า หมากัดคนไม่เป็นข่าวหรอก 


โรงสีดีๆ เจ๊งไปหมดแล้ว ตั้งแต่นโยบายจำนำข้าว ๑ เพราะเขาไม่ร่วมโกงด้วย ที่เหลือวันนี้ส่วนใหญ่ก็คือโรงสีที่ร่วมมือโกงกับเจ้าหน้าที่


คนที่จะรับทุกข์หนักต่อไปคือชาวนา ไม่เชื่อคอยดู นิทานสิ้นชาติเรื่องนี้คงจบไม่นานนัก เพราะพระสยามเทวาธิราชท่านเหนื่อยแล้ว คงไม่มีแรงมาช่วยเหมือนครั้งก่อนๆ

...คนถางทาง (๒๘ พย. ๒๕๕๕)