เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมก็ฉีดยาอีกตามเคยแตกต่างตรงที่ต้องผสมน้ำละลายยาเอง หลังจากศุกร์ก่อนให้พยาบาลที่ทำงานสอนวิธีให้ ซึ่งดูแล้วไม่ยาก โดยมีลูกสาวคอยเป็นกำลังใจพร้อมเจ้าทอฟฟี่ที่เข้าคลอเคีลยตามปกติ
อุปกรณ์มีขวดน้ำสารทำละลายมีขวดยาเป็นผงสีขาว มีไซริงค์ มีเข็มสำหรับดูดผสมน้ำยา และเข็มสำหรับฉีด หลังทบทวนวิธีฉีดจนเข้าใจดีแล้ว ผมก็เริ่มทำตามขั้นตอน แต่ขั้นตอนแรกก็สดุดเสียแล้วเพราะผมลืมว่าจะหักคอขวดน้ำสารทำละลายยังไง(ลืมดูขั้นตอนนี้กับพยาบาลเพราะกังวลวิธีผสมและดูดน้ำยามากกว่า)
ลูกสาวเปิดคู่มืออ่านพร้อมบอกว่า "เขาเขียนว่าให้หักคอขวดเลย อาจจะใช้มือเรานี้หรือเปล่า"
ลองใช้มือหักเบาๆก็ไม่ยอมหัก ทั้งจะออกแรงมากขึ้นก็กลัวจะแตก ลองใช้ตะไบที่ตัดเล็บเลื่อยรอบๆแล้วลองหักอีกที ก็ไม่ยอมหัก พยายามนึกถึงพยาบาลที่สอนวันศุกร์ที่แล้ว หรือจะใช้ครีมหัก แต่ก็หาตรีมไม่ได้ จึงลองใช้ที่ตัดเล็บเคาะดู จากเบาไปแรงในที่สุดจุกขวดน้ำก็ักพร้อมแตกเป็นชิ้นเล็กหล่นลงบนโต๊ะ
ผมมองหน้าลูกสาว ที่ถอนใจเหมือนโล่งอก แต่ผมกับกังวลว่าเศษแก้วเล็กๆมันจะหล่นลงไปในขวดน้ำ อาจจะอันตรายหากฉีด
"เข็มนิดเดียวมันไม่น่าจะผ่านไซริงค์เข้าไปได้นะพ่อ"
"ไม่ฉีดแล้วล่ะ..." ผมชักมีอารมณ์
"แล้วจะฉีดอีกวันไหนล่ะพ่อ ต้องฉีดต่อเนื่องไม่ใช่เหรอ"
"ไม่ฉีดไม่เฉิดแล้ว เลิกฉีด เบื่อ..."อารมณ์ผมชักรุนแรงขึ้น
"ทอฟฟี่ ไปไกลๆทีซิ" ผมตะเพิดเจ้าทอฟฟี่ด้วยเสียงอันดัง จนวิ่งหางจุกตูดมุดเข้าใต้โซฟาไป
"พ่อ...ก็ใจเย็นๆสิ พ่อก็เป็นยังงี้ทุกทีเลย"
"เบื่อจริงโว้ย..." ผมยังคงเสียงดัง
"พ่อออ..." ลูกสาวลากเสียงยาว
...............................
ผมนั่งนิ่ง จริงสิ ทุกครั้งที่ฉีดผมจะรู้สึกกังวลหากมีอะไรไม่เป็นใจก็จะฉุนเฉียว อาการข้างเคียงของยาที่เขาบอกไว้อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดหรอก แต่ความกลัว ความกังวล เป็นเหตุให้อารมณ์หงุดหงิดได้ง่ายหรือเปล่า เช่นเดียวกับหลังฉีดก็จะกังวลกับอาการปวดหัว คลื่นไส้ คอแห้ง กินข้าวไม่อร่อย และทั้งหมดมันก็นำมาซึ่งความไม่สบอารมณ์ตามที่ใจตัวเองต้องการ
ผมหยิบเข็มขนาดเล็กที่ใช้สำหรับฉีดขึ้นมาดูใกล้ๆ มองแทบไม่เห็นรู อาจจะใช่อย่างที่ลูกบอก เอาเถอะถึงเศษแก้วจะหลุดเข้าไปได้ฉีดเข้าใต้ผิวหนังมันก้คงอยู่ตรงนั้น คงไม่เข้ากระแสเลือดได้และคงจะไม่อันตรายมากนัก ผมเลยทำการตามขั้นตอนต่อไป และฉีดเป็นผลสำเร็จในที่สุด
หลังฉีดเสร็จลูกสาวก็เดินขึ้นบ้านไปด้วยสีหน้าที่ดูเครียดจากการมานั่งให้กำลังใจผมพร้อมรับคำสบถ คำบ่น และอารมณ์ที่หลุดออกมาของผม
ผมล้มตัวลงนอนบนโซฟา หลับตานึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไป สงสารลูกสาว สงสารภรรยา กับสิ่งที่พวกเขาจะต้องมารองรับอารมณ์ที่ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างนี้อีกนานแค่ไหน
สาธุ...หากบุญของข้าพเจ้ายังคงพอมีอยู่ ขอดลบันดาลยับยั้งให้อารมณ์ข้าพเจ้าจงอย่าเกิดเช่นนี้อีกเลย
ด้วย ศีล.. ภาวนา.. บารมี... อันน้อยนิดหากยังพอมี จงเรียกสติ... สัมปชัญญะ ให้กลับคืนมาโดยเร็วในทุกครั้งที่อารมณ์มันหลุดลอยไป
.....ขออย่าได้ไปสร้างอารมณ์ให้ขุ่นมัวต่อลูกเมียของข้าพเจ้าและต่อสรรพสิ่งอื่นๆใดเลย แม้ชีวิตของข้าพเจ้าใกล้จะหาไม่แล้วก็ตาม
เจ้าทอฟฟี่เข้ามาเลียที่มือเบาๆ ขณะรู้สึกแสบๆที่ดวงตาพร้อมมีน้ำคลอเบ้า ด้วยความสงสารและด้วยความซาบซึ้งใจกับกำลังใจทั้งจากลูกเมีย ....และหมาน้อยผู้ไร้เดียงสา
...............
สร้างอารมณ์ให้ขุ่นมัว .... เป็นมลพิษที่เสีย มากๆๆ ....ต่อ ... ทุกคน นะคะ
ขอบคุณข้อคิดดีดีนี้นะึคะ
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
สวัสดีค่ะ เป็นธรรมดาค่ะคนเรามักจะเกิดอารมณ์ดีบ้างขุ่นบ้างตามสิ่งเร้า การฉีดยาให้ตัวเองดิฉันยังไมกล้าทำจนทุกวันนี้ คุณพ.เก่งและเข้มแข็งนะคะ ที่จริงกำลังใจจากทุกคนที่มองเหมือนเครียดแต่แท้จริงแล้วน่าจะโล่งใจและเข้าถึงมากกว่า เขาไม่เบื่อไม่โกรธหรอกค่ะ ครั้งต่อไปลองหาผ้านุ่มมารองการหักหลอดยาดูซิคะตะไบสักหน่อยก่อนนะคะไม่ต้องใช้กำลังมาก หักง่ายขึ้นและไม่โป๊ะเชะจนเสียวเศษกระเบื้อง เป็นบทเรียนที่สำคัญมากต่อไปจะได้รู้ปัญหาของคนที่เราให้กลับไปฉีดยาที่บ้านด้วย ขอบคุณมากค่ะ
ที่จริงผมว่าคุณพ. มีกำลังใจที่ดีเยี่ยมเลยนะครับ
ฉีดยาให้ตัวเองได้เป็นผลสำเร็จ
เป็นผมคงไม่กล้าทำแน่ๆ
ขวดยาแบบที่ให้หักคอขวดเลยนี่น่าจะไม่ยากค่ะ ใช้ผ้าก๊อซหรือกระดาษทิชชูที่หนาหน่อยหุ้มและก็จะวิธีหักแบบบิดเร็วๆมันก็จะหักค่ะ หรือจะเอาตะไบเลื่อยเบาๆก่อนให้มันเป็นรอยแล้วหักบิดแบบพับครึ่งน่ะค่ะ แต่ต้องทำแบบเร็วๆถ้าค่อยๆมันจะไม่ยอมหัก
เอาใจช่วยนะคะ คุณพิชัยเข้าใจตัวเองแบบนี้ คนรอบข้างก็พร้อมที่จะเข้าใจอยู่แล้วค่ะ ขอเพียงเมื่อหายหงุดหงิดแล้วบอกเล่าความรู้สึกหรือเอาบันทึกนี้ให้ลูกอ่าน นึกกลับกันว่าถ้าเราเป็นลูกเราจะคิด จะรู้สึกยังไง เราก็จะเข้าใจนะคะ อดทนอีกนิด แล้วมันก็จะผ่านไป...
แวะมาส่งกำลังใจค่ะ
จำได้ตอนเป็นนักเรียนพยาบาล ครั้งแรกที่ต้องฝึกฉีดยา โดยต้องดูดยาจาก Ampule หรือ ยาในกระเปาะแ้ก้วที่คอดตรงคอขวด ด้วยความตื่นเต้นบีบจนแตก แก้วบาดมือ เป็นที่โกลาหลทั้งตัวเอง อาจารย์ และพี่ๆ เืพื่อนๆ ที่อยู่ด้วยกัน
พอครั้งต่อไป ก็หายกลัวแล้ว เหมือนหัดขี่จักรยาน ลองได้ล้มเสียทีหนึ่ง ก็จะทรงตัวเป็นจนได้ค่ะ
สู้ๆ นะคะ :)