

Business Inspiration: สุข สวย และ รวยมาก ด้วยธุรกิจนวดไทยและสปา
ประเทศไทยมีความตกลงด้านการค้าบริการระหว่างประเทศ สองฉบับแรกในปี พ.ศ. 2538
คือ ความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าบริการ (General Agreement on Trade in Services: GATS) ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) และความตกลงการค้าบริการ ของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Service: AFAS) ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนได้ลงนามในปลายปี พ.ศ. 2538 และนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา ประเทศไทยได้มีการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศคู่เจรจาต่างๆ มากขึ้น และมีความตกลงด้านการค้าบริการเพิ่มขึ้นอีก 5 ฉบับ ได้แก่
ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA)
ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี (AKFTA) และ
ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรี อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA)
การเจรจาการค้าบริการภายใต้กรอบเจรจาต่างๆ เพื่อเปิดตลาดการค้าบริการเพิ่มเติม
ก็จะยังคงมีการเจรจาต่อเนื่องต่อไป นอกจากนี้ ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างการเจรจาความตกลง
การค้าบริการในกรอบความตกลงการค้าเสรีอื่นๆ ด้วย ดังนั้น ในอนาคตประเทศไทยจะต้องมีการเปิด
ตลาดการค้าบริการในระดับที่เพิ่มขึ้น โดยต่างชาติสามารถเข้ามาทำงาน และประกอบธุรกิจ
ในประเทศไทย และในขณะเดียวกันคนไทยก็สามารถเข้าไปทำงาน และประกอบธุรกิจในประเทศคู่เจรจา
ที่มีความตกลงกันได้โดยสะดวกขึ้น รวมทั้งการค้าบริการข้ามพรมแดนก็จะทวีความสำคัญมากขึ้น
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้จัดทำข้อมูลการค้าบริการที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพของ
ไทย : สปาและนวดไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน สร้างความตระหนักรู้
และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมในการรองรับผลกระทบอันอาจเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจต่อไป </wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr>
ที่มา: กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ตุลาคม 2554
นับตั้งแต่รัฐบาลไทยประกาศนโยบายการพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ
ก็ได้มีการสนับสนุนธุรกิจในสาขาดังกล่าว โดยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น “Capital Spa of Asia”
ด้วยการผลักดันการสร้างมาตรฐานและเอกลักษณ์ของธุรกิจสปาไทยสู่มาตรฐานสากล และเน้นการ
ทำการตลาดเชิงรุกในประเทศเป้าหมาย โดยจัดให้มีการประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจและสนับสนุนการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ทั้งด้านการลงทุน/ร่วมทุนจัดตั้งธุรกิจ การสร้างเครือข่าย
การสร้างแบรนด์ ฯลฯ ส่งผลให้ธุรกิจสปาและนวดไทยมีชื่อเสียงและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับ
สากล และกลายเป็นธุรกิจบริการอีกสาขาหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งทาง
เศรษฐกิจของไทย โดยเป็นธุรกิจบริการที่ไทยมีศักยภาพในฐานะเป็น “บริการที่ส่งออกได้” ทั้งใน
รูปแบบการรองรับชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการในประเทศ การออกไปลงทุนจัดตั้งธุรกิจใน
ต่างประเทศ รวมถึงการส่งบุคลากรเดินทางไปให้บริการในต่างประเทศ นอกจากนั้น ยังเป็นธุรกิจ
ที่สนับสนุนให้เกิดการขยายตัวในสาขาบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ การท่องเที่ยว สินค้าเพื่อสุขภาพ
ฯลฯ ส่งผลให้มีเงินตราไหลเข้าประเทศจากธุรกิจในกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น
ปัจจุบันธุรกิจ สปาและนวดไทยจึงขยายตัวเป็นอย่างมาก สามารถสร้างรายได้และสร้าง
อาชีพให้แก่ธุรกิจบริการสาขานี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2554 (ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2554)
มีจำนวนสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนและได้ผ่านการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข
รวม 1,436 แห่ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อ
เสริมสวย สถานประกอบการ </wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr>
ที่มา: โครงการศึกษาศักยภาพของประเทศไทยไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ระยะที่ 1
ที่มา: วิวรรณ ศรีรับสุข. โอกาสธุรกิจสปาไทยกับการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ. กันยายน 2551, หน้า 6.</wbr></wbr></wbr>
ข้อมูล จำนวนสถานประกอบการสปา ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2554
สปาเพื่อสุขภาพ 454 แห่ง 31.62 %
นวดเพื่อสุขภาพ 925 แห่ง 64.42 %
นวดเพื่อเสริมสวย 57 แห่ง 3.97 %
รวม 1,436 แห่ง 100.00 %
ที่มา : สำนักส่งเสริมธุรกิจบริการ กรมส่งเสริมการส่งออก, พฤษภาคม 2554
สถานประกอบการสปาโดยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว
และในกรุงเทพฯ เป็นหลัก กล่าวคือ ในปี 2554 (ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2554) มีสถานประกอบการในกรุงเทพฯ 321 แห่ง คิดเป็นสัดส่วน 22.35 % ของจำนวนสถานประกอบการทั้งหมด และในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ และชลบุรี เป็นต้น รวม 443 แห่ง คิดเป็นสัดส่วน30.85 % ของจำนวนสถานประกอบการทั้งหมด
สถานประกอบการสปา ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2554 – จำแนกตามสถานที่ตั้ง
กรุงเทพฯ 321 แห่ง 22.35 %
ปริมณฑล 59 แห่ง 4.11 %
จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว 443 แห่ง 30.85 %
อื่นๆ 613 แห่ง 42.69 %
รวม 1,436 แห่ง 100.00 %
จากข้อมูลข้างต้น คือ เหตุผลที่ทำให้ธุรกิจนวดไทยและสปา เป็นธุรกิจที่สร้างความสุข ความสบายให้กับผู้ใช้บริการ รวมทั้งผู้ให้บริการก็มีความสุขไปด้วยกับการเป็น “ผู้ให้” สร้างความสวยจากภายในสู่ภายนอกอันเป็นความสวยที่แท้จริง และสามารถทำรายได้ตอบแทนผู้ประกอบการที่ให้บริการในการสร้างความสุขสวย ได้อย่างมหาศาล จนทำให้เกิดความร่ำรวยมากอย่างฉุดไม่อยู่ ครูเฟิร์สเล็งเห็นถึงแนวโน้มทางธุรกิจสุขภาพและความงามเติบโตขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด และยังเป็นธุรกิจสีขาวที่ช่วยจรรโลงสุขภาพกาย สุขภาพใจ รวมถึงสุขภาพทางสังคม ให้มีความสุขสะดวกสบาย สุขภาพกายใจสมบูรณ์แข็งแรง และนี้คือความน่าสนใจที่คนไทยพลาดไม่ได้กับคุณค่าที่เรามีอยู่แล้ว ภาพรวมธุรกิจนวดไทยและสปานี้จะยังคงเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตได้รวดเร็ว มาแรง แต่ยั่งยืน อย่างแน่นอน ทั่วโลก และครูเฟิร์ส Confirm</wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr>