วันที่ ๒๔ พ.ย.
วันนี้แหละ! วันที่ภาพทั้ง ๙ บาน ความตั้งใจตลอด ๔ เดือนเต็ม
ที่คุณมงคล ลงมือทำด้วยใจศรัทธา ด้วยตนเอง ร่วมกับครอบครัว มาตลอดพรรษา
จะได้มาประดิษฐานบนอาสน์สงฆ์ แห่งศาลาวัดคุ้งตะเภา เป็นบริวารมหากฐิน เป็นพุทธานุสติสูงสุด ที่จะเติมพลังศรัทธาให้แก่สาธุชนผู้มาทำบุญตลอดไป...
เพล้ง!
ไม่ทันที่ภาพสุดท้ายจะถูกยกขึ้นบนศาลา
"มหาปรินิพพาน" ภาพที่พระพุทธองค์ กำลังเข้าสู่ปรินิพพาน ภาพการจากไปที่งดงาม ภาพที่คุณมงคลทำด้วยความตั้งใจสุดชีวิต และภาพสุดท้าย ที่จะทำให้งานบุญใหญ่นี้ลุล่วง บัดนี้ ได้แตกสลายลง ต่อหน้าต่อตาคุณมงคลนั่นเอง
น้ำตาลูกผู้ชายไหล ...
ไม่มีใครรู้ว่าคุณมงคลร้องไห้นานแค่ไหน
แต่พลันที่หลวงพ่อเจ้าอาวาสเข้าไปปลอบใจ คุณมงคลก็ลุกขึ้น ปาดน้ำตา
และร่วมหัวเราะในสิ่งที่เกิดขึ้นกับหลวงพ่อเจ้าอาวาส ???
ไม่มีใครรู้ว่าสองคนพูดอะไรกัน
คืนนั้น รูปทั้ง ๘ บาน ก็ได้ขึ้นติดตั้งบนศาลาวัดคุ้งตะเภา สำเร็จตามประสงค์...
ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เพราะเหตุใด ที่รูปทั้ง ๙ บาน ต้องมาเจาะจงแตกบานเดียว ที่ภาพ "มหาปรินิพพาน"
แต่ว่า ภาพการจากไปอย่างงดงาม ของพระพุทธองค์
อาจคือสิ่งที่ย้ำเตือน และสอนเราเสมอว่า ทุกสิ่งไม่จีรัง โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน
การยอมรับความเปลี่ยนแปลงอย่างเข้มแข็ง ไม่ประมาทในทุกย่างก้าว
มีสติ เพื่อลุกขึ้นสู้ชีวิตในวันใหม่
และเพื่อเตรียมรับโอกาสดี ๆ ที่กำลังจะเข้ามาในอนาคต แม้ในวันที่มืดมนทึ่สุด
อาจคือพลังแห่งพุทธิปัญญา
ที่คุณมงคลได้รับ จากภาพของ "พระพุทธองค์"
ที่คุณปัญญากำลังบรรจง "สร้างขึ้น" ด้วยมือของตัวเอง ...
(ปล.รูปมหาปรินิพพาน ที่ต่อขึ้นใหม่ชั่วคราวด้วยเทปใส มีรอยร้าว แต่ก็ยังงดงาม)
- คุณมงคลยืนยันว่าจะทำรูปมหาปรินิพพานมาถวายใหม่ ในเร็ววันนี้
- ถวายโดย คุณมงคล เงางาม และครอบครัว ขออนุโมทนาสาธุ ๆ
สาธุ สาธุ สาธุ ......พลังแห่งพุทธิปัญญา ... ที่เตือนตนเช่นกันค่ะ
"การยอมรับความเปลี่ยนแปลงอย่างเข้มแข็ง ไม่ประมาทในทุกย่างก้าว มีสติ เพื่อลุกขึ้นสู้ชีวิตในวันใหม่ และเพื่อเตรียมรับโอกาสดี ๆ ที่กำลังจะเข้ามาในอนาคต แม้ในวันที่มืดมนทึ่สุด"