สิ่งที่เราพบก็คือภูมิปัญญาไทยแท้ๆแต่ทำไมคนไทยเข้าไม่ถึง มีเงินเป็นตัวกั้นขวาง เราก็เลยให้ใช้สิทธิบัตรได้ไม่ต้องเสียเงิน

ผมได้ยกประเด็นคำถามของอาจารย์วีรพัฒน์มาเพื่อพิจารณาเขียนเล่าในสิ่งที่ทำเกี่ยวกับการดำเนินงานการแพทย์แผนไทยของโรงพยาบาลบ้านตากโดยยกความเห็นของอาจารย์วีรพัฒน์ มาดังนี้ครับ
วีรพัฒน์ เมื่อ ส. 1 ต.ค. 23:56:03 2005 เขียนว่า:
ช่วยกรุณา เล่าใน บล็อกเขียนใหม่ก็ได้ เกี่ยวกับ
ความร่วมมือกับชุมชน ด้านสมุนไพร และ พัฒนาการ  หรือ บทเรียนก็ได้
เช่น อะไร ที่นิยมใช้  5-10 ลำดับ แรก ในระดับหมอบ้าน และ แพทย์ ใช้แตกต่างกันอย่างไร   ใช้ใครช่วยแปรรูป เภสัชกร  เครื่องมือ ลงทุนซื้อไว้อย่างไร
กระจายสมุนไพรแปรูปแล้วอย่างไร  สอ.สนใจ หรือไม่
ประสบการณ์ คุณหมอพิเชษฐ์เอง หลายปีนี้  ใช้สมุนไพรอะไร มากที่สุด     และจะเชียร์หมู่คณะแพทย์พยาบาลให้หันมาใช้สมุนไพร อะไรกับผป.
ผมจะได้ขอเรียนรู้จาก สุดยอดรพ.แห่งชาติ (จากใจจริงน่ะครับ)
                เราเริ่มกิจกรรมการแพทย์แผนไทยเมื่อ 6 ปีก่อนโดยเป็นการจ้างคนที่เคยอบรมนวดมาเป็นแบบแบ่งรายรับกันเป็นรายเคสไม่ได้เป็นลูกจ้างชั่วคราวรายเดือนเพราะตอนนั้นไม่มีกรอบที่จะจ้างได้ แต่ก็เปิดๆปิดๆเพราะไม่ค่อยมีคนมาใช้บริการ ทำให้รายได้ผู้นวดน้อยก็เลยไม่มีแรงจูงใจ พอผ่านมา 1 ปีก็มีลูกจ้างประจำที่ไปเรียนด้านการแพทย์แผนไทย 2 ปีจบมาที่จังหวัดตาก ไม่มีโรงพยาบาลไหนสนใจผมก็เลยขอมาอยู่ที่บ้านตากก็คือคุณบุญคุ้ม อ่ำเจ๊ก  พอมีบุคลากรประจำและก็จบมาด้านนี้โดยตรงเราก็ได้พัฒนาบริการด้านนี้กันอย่างจริงจัง ตอนแรกก็ไม่ได้บริการฟรีเก็บค่านวด ผู้มารับบริการก็ไม่ค่อยมากส่วนใหญ่มีแต่คนเบิกได้มานวด ผมกับทีมก็ได้หาข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่าคนที่อยากนวดมีมากแต่พอต้องเสียเงินเขาก็ไม่ค่อยมีเงินมานวดเพราะ 60 บาทสำหรับคนบ้านนอกนี่ก็มากพอควรอาจจะซื้อกับข้าวได้ถึง 4-5 วันและคนที่จำเป็นต้องนวดก็มักเป็นผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยมีรายได้ด้วย สิ่งที่เราพบก็คือภูมิปัญญาไทยแท้ๆแต่ทำไมคนไทยเข้าไม่ถึง มีเงินเป็นตัวกั้นขวาง  เราก็เลยให้ใช้สิทธิบัตรได้ไม่ต้องเสียเงินทำให้มีคนมารับบริการมากขึ้น แม้เบิกได้ก็เก็บไม่แพงแค่ 80 บาทกับการนวดทั้งตัว 20 บาทถ้าอบสมุนไพร(คนที่มาดูงานบอกว่าทำไมถูกมาก) แม้เขาจะเบิกได้แต่ก็ต้องสำรองจ่ายไปก่อนก็ลำบากเหมือนกัน บางทีคนแก่มานวด จ่ายไปได้ไปเสร็จส่งไปให้ลูกเบิก ลูกก็ไม่ส่งเงินกลับมาให้ก็มีเยอะ) ประกอบกับมีน้องที่ไปอบรม 6 เดือนกับกระทรวงมาฝึกงานที่ รพ.บ้านตาก 3 เดือน พอจบหลักสูตรเราก็เลยจ้างต่อไว้ 2 คนและก็เป็นคนที่มีการนวดและบริการที่ดีมากคือคุณทวีพร กับคุณนิตยา พอมีผู้ให้บริการมากขึ้น ผู้รับบริการก็มากขึ้น มีทั้งที่ใช้สิทธิฟรีและเสียเงินเองก็มี  ในขณะนั้นทางกระทรวงได้ส่งเครื่องมือผลิตสมุนไพรมาให้ 7-8 รายการ ก็ไม่มีใครสนใจผมก็เลยขอมาที่โรงพยาบาลบ้านตากและเริ่มทำการผลิตสมุนไพรที่ทำได้ง่ายๆก่อนเช่นชุดอบ ลูกประคบ พิมเสนน้ำ ชาชงตระไคร้ โดยมีน้องเภสัชคนหนึ่งคือน้องเกศราภรณ์ ยศประสิทธิ์ ที่ชอบด้านการผลิตมากลงมาดูแลการผลิตและได้ไปศึกษาปริญญาโทด้านเทคนิคการผลืตจากมช. พอกลับมาก็มีการปรับระบบการผลิตตามมาตรฐานGMP ขยายโรงผลิตเพิ่มเครื่องมือผลิตจนปัจจุบันสามารถผลิตได้เองถึง 33 รายการ โดยใช้วัตถุดิบจากชาวบ้านในเขตอำเภอ ต่อมาวัตถุดิบไม่พอเพราะมีปริมาณการใช้มากก็ต้องไปซื้อจากนอกเขตอำเภอด้วย จนปัจจุบันก็มีการตั้งเครือข่ายผู้ผลิตสมุนไพรขึ้นเพื่อสนับสนุนด้านวัตถุดิบ ส่วนสมุนไพรที่ผลิตได้ก็จะมีจำหน่ายที่งานการแพทย์แผนไทย และที่ห้องจ่ายยา โดยสามารถซื้อได้ทั้งแบบส่งและแบบปลีก ที่มีการชื้อไปใช้มากก็คือชุดอบ ลูกประคบ พิมเสนน้ำ ยาหม่องพลิกไพล ชาชงตะไคร้ ผงพอกหน้าและครีมหน้าขาว  ในส่วนที่แพทย์สั่งใช้ก็จะเป็นพวกกระเทียม ครีมพญายอ ขมิ้นชัน ยาหม่องพลิกไพล  โดยเฉพาะขมิ้นชันนี่ผมเองได้ลองทานเองก็สามารถรักษาโรคกระเพาะได้พอๆกับการทานRanitidine+Air X ได้เลย เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาก็มีการจัดตั้งชมรมหมอพื้นบ้านอำเภอบ้านตาก ที่มีทั้งหมอนวด หมอเป่า หมอยา ที่มีการนำการรักษาของเขามาให้ดูแต่ก็ยังไม่สามารถนำมาบูรณาการในการรักษาร่วมกันได้ เป็นแต่เพียงเวทีมาพบปะสนทนากันเท่านั้น ผมยังเคยคิดว่าน่าจะเปิดแผนกหมอพื้นบ้านให้หมอพื้นบ้านมาเปิดรักษาในโรงพยาบาล ตามความสมัครใจของคนไข้ แต่ก็ยังไม่ได้ทำ  ในส่วนของสถานีอนามัยก็จะมีการเบิกยาสมุนไพรไปใช้บ้างแต่ก็ไม่มากนักส่วนใหญ่จะเป็นชุดอบกับลูกประคบมากกว่า ปัญหาที่พบในเรื่องการผลิตก็คือวัตถุดิบมีไม่พอ กำลังประสานกับชุมชนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และขณะนี้ได้รับงบCEOมาช่วยและทางนายอำเภอสนับสนุนดีมาก ปัญหาเรื่องผลิตอีกอย่างก็คือเราพบว่าวัตถุดิบบางล็อตปนเปื้อนยาฆ่าแมลงทำให้เราต้องทิ้งทั้งหมด เราโชคดีมากที่น้องเภสัชเขาชอบ สนใจทางด้านนี้รวมทั้งจบโททางด้านนี้ด้วย เขาจะคิดสูตรยาใหม่ๆตลอดเช่นยาอายุวัฒนะ ซึ่งได้สูตรคร่าวๆจากนายอำเภอซึ่งทานขอทดลองเป็นคนแรกด้วย หรือยาลดน้ำหนักที่มีอาสาสมัครจากเจ้าหน้าที่เพียบเลย  ในเรื่องช่องทางการจำหน่ายก็ได้ประสานกับกลุ่มแม่บ้านเพื่อจะช่วยสนับสนุนให้คนในชุมชนมีอาชีพเพิ่มขึ้น  ในด้านการแพทย์แผนไทยก็มีทั้งนวดเฉพาะตัว นวดทั้งตัว นวดหน้า นวดฝ่าเท้า อบสมุนไพรแบบเดี่ยวและห้องอบเป็นกลุ่ม โดยเปิดบริการ 7 วันเต็ม มีพนักงานนวดทั้งสิ้น 5 คน มีผู้รับบริการมาก ส่วนใหญ่ติดใจฝีมือการนวด ราคาไม่แพง ความสะอาดเพราะเราเปลี่ยนผ้าปูและปลอกหมอนทุกราย ติดแอร์เย็นสบาย มองเห็นสวนภายนอกร่มรื่น ก็ถือเป็นจุดขายอีกอย่างหนึ่งของโรงพยาบาล ในขณะที่ชาวบ้านก็สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้เหมือนเดิม และการแพทย์แผนไทยก็เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพด้วย ทำให้ลดการใช้ยาแก้ปวดลงได้พอสมควรแต่ไม่ได้มีการเก็บตัวเลขที่แน่ชัด มีอีกอย่างหนึ่งที่ผมอยากทำแต่ยังไม่ได้ทำก็คือที่บ้านตากมีหมอพื้นบ้านคนหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับมากในเรื่องของโรคกระดูกโดยการดามและนวดน้ำมันชื่อหมอโต๊ะ ที่ผมกำลังหาโอกาสเข้าไปศึกษาและเรียนรู้ แต่ก็ไม่ได้ทำ จนเมื่อ สัปดาห์ก่อนน้องหมอคนหนึ่งก็ได้พูดให้คิดถึงเรื่องนี้อีกเพราะน้องเขาบอกว่ายังไงเราก็แก้ความเชื่อของชาวบ้านไม่ได้ เราก็น่าจะเป็นแนวร่วมกันไปเลยแต่จะตกลงกันได้ไหมแค่ไหน เขารักษา แค่ไหนต้องส่งมาให้เราดูแลในกรณีที่มีกระดูกหัก ถ้าหากว่าผมได้ทำเรื่องนี้แล้วจะมาเล่าให้ฟังใหม่ครับ  ส่วนคำชมของอาจารย์วีรพัฒน์ที่ว่าเป็นสุดยอดโรงพยาบาลแห่งชาติ ยังไม่ขอยอมรับนะครับ อาจารย์อาจจะมองโรงพยาบาลเราดีเกินจริงไปหน่อยครับ เรายังต้องพัฒนาอะไรๆอีกเยอะเลยครับ ตอนนี้ก็เป็นแค่โรงพยาบาลชุมชนธรรมดาๆโรงพยาบาลหนึ่งแค่นั้นเองครับ