GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ขงเบ้ง สุมาอี้ สุมาเต็กโช ใครเก่งกว่ากัน

เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าในเรื่องสามก๊ก ขงเบ้งเก่งที่สุด

     ตอนที่แล้ว เล่าเรื่องครูยงยุทธยังไม่จบครับ คือ การแข่งขันเขียนคำศัพท์ไทยในพจนานุกรม ต้องมีรางวัลครับ คุณครูเลยกำหนดว่า ทีมที่แพ้ต้องเลี้ยงไอศครีมทีมที่ชนะ ส่วนทีมรองชนะเลิศก็มองดูทีมชนะกินไอศครีมครับ (ตัดสินกันตอนสิ้นเทอม) คราวนี้ต้องมีการตั้งชื่อทีมกันครับ ทีมที่จะได้ที่สองตั้งชื่อทีมว่า "ขงเบ้ง" เพราะตอนนั้นเราต้องเรียนภาษาไทยเรื่องสามก๊กตอนขงเบ้งตาย คราวนี้ผมซึ่งถูกอุปโลกให้เป็นหัวหน้าทีมจะตั้งชื่อว่าอะไรดีที่จะข่มทีมเขาได้ เพราะเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าในเรื่องสามก๊ก ขงเบ้งเก่งที่สุด แต่จากการอ่านหนังสือสามก๊ก ผมทราบว่ามีอยู่คนหนึ่งซึ่งเล่าปี่บังเอิญไปพบเข้าก่อนที่จะพบขงเบ้ง (ตอนที่หนีชัวมอ ออกจากเมืองซงหยงขี่มาเต๊กเลา ข้ามแม่น้ำตันเข) ชื่อว่า "สุมาเต็กโช"  ผมเดาว่าต้องเป็นอาจารย์ของขงเบ้งอีกทีหนึ่ง เพราะเมื่อเล่าปี่ปรึกษาเรื่องกุนซือหรือที่ปรึกษา สุมาเต็กโชกล่าวว่า "ฮกหลงหรือฮองซูหากได้ใครไปคนหนึ่งก็จะทำการใหญ่ได้สำเร็จ" (ฮกหลงคือขงเบ้ง ฮองซูคือบังทอง)

      พอเล่าปี่กลับมาเมืองซินเอี๋ย ได้ซีซีมาเป็นที่ปรึกษา แต่โดยอุบายของเทียหยกที่ปรึกษาโจโฉ ปลอมหนังสือของมารดาให้ชีชีไปเมืองฮูโต๋ (เมืองหลวงของราชวงค์ฮั่นในสามก๊ก) ทำให้ซีชีต้องเดินทางไปหาโจโฉ   เมื่อชีชีไปแล้ว สุมาเต็กโชได้มาหาเล่าปี่ที่เมืองซินเอี๋ย  พอทราบว่าชีชีไปหา โจโฉ ก็กล่าวว่า "ถ้าชีชีไม่ไปมารดาจะไม่ตาย เมื่อชีชีไปมารดาก็จะตาย" (เพราะมารดาต้องการให้ชีชีอยู่กับเล่าปี่มากกว่าโจโฉ) 

      อีกตอนหนึ่งตอนที่ขงเบ้งมาอยู่กันเล่าปี่ สุมาเต็กโชกล่าวว่า "ขงเบ้งจะได้นายก็ดีแล้ว แต่น่าเสียดายที่เล่าปี่เป็นคนอาภัพ และขงเบ้งจะกระอักเลือดตาย" ผลสุดท้ายขงเบ้งก็รากเลือดตายเมื่อตอนอายุ 54 ปี เมื่อคราวบุกกิสานครั้งที่ 6 รบกับสุมาอี้ (ภายหลังตระกูลสุมา คือ สุมาเอี๋ยน ลูกของสุมาเจียว หลานสุมาอี้ ได้เป็นฮ่องเต้ราชวงศ์จิ้น รวมสามก๊กมาเป็นก๊กเดียวได้สำเร็จ) ถึงตอนนี้ผมมานึกได้ว่าอีกทีมหนึ่งเขาตั้งชื่อทีมว่า สุมาอี้ครับ

      เล่ามาเสียยืดยาว สรุปว่า ผมตั้งชื่อทีมว่า สุมาเต็กโช แล้วทีมผมชนะเลิศได้กินไอศรีมฟรีจากทีมสุมาอี้ครับ.........

       ขงเบ้งรู้ก่อนออกจากกระท่อมน้อยแห่งเขาโงลังกั๋งว่า แผ่นดินจะแยกเป็นสามก๊ก แต่สุมาเต็กโชนั้นรู้ก่อนที่ขงเบ้งไปทำงานกับเล่าปี่ว่า ขงเบ้งจะรวมสามก๊กเป็นก๊กเดียวไม่ได้ และจะกระอักเลือดตาย

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 5099
เขียน:
แก้ไข:
ดอกไม้: 2
ความเห็น: 316
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (100)

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น   
  • ขงเบ้งเก่ง แต่ไม่เฮง
  • เก่ง แต่ไม่สามารถฝืนชะตาฟ้าลิขิต

สมัยเด็กๆผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าสุมาอี้เป็นใคร ถ้านึกถึงสามก๊กก็จะนึกถึงเจ้าก๊กทั้งสามคือโจโฉ เล่าปี่ ซุนกวน ในบรรดาทั้งสามคนนี้ โจโฉเป็นผู้ร้าย เล่าปี่เป็นคนดี ส่วนซุนกวนเป็นกลางๆ แล้วก็มีคนที่โดดเด่นอีกหล่ายคนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ก๊กเล่าปี่ คือกวนอู เตียวหุย จูล่งและขงเบ้ง ซึ่งมีความโดดเด่นคนละด้าน คนที่เก่งที่สุดคือขงเบ้งผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน ตอนเด็กๆผมก็เชียร์ก๊กเล่าปี่ล่ะครับ มีความรู้สึกว่าเป็นพวกเรา แต่ผมก็อ่านสามก๊กไม่จบ แต่ดูจากการปูพื้นฐานแล้ว น่าจะจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง คือขงเบ้งรวมสามก๊กได้ แต่พอโตขึ้นมาอ่านดูกลับพบว่าขงเบ้งรวมสามก๊กไม่ได้ ซึ่งคนที่เป็นก้างขวางคอทำให้อารามณ์ค้างคือสุมาอี้ ก็จะไม่ค่อยชอบสุมาอี้เท่าไหร่เพราะอยู่ฝ่ายเดียวกับโจโฉซึ่งเป็นผู้ร้าย แต่พออ่านไปอ่านมาผมก็ชักรู้สึกเปลี่ยนข้างครับ เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงมันไม่มีพระเอก ไม่มีผู้ร้าย มันมองได้หลายมุมมอง และจากที่ไม่ชอบสุมาอี้ก็กลับเป็นหลงใหลคลั่งไคล้ เพราะผมคิดว่าสุมาอี้เป็นคำตอบสุดท้ายที่ถูกต้องแล้ว และสุมาอี้เป็นผู้ชนะที่แท้จริงในเรื่องสามก๊ก ถึงแม้ว่าผู้ชนะคนนี้จะไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ถ้าไม่สังเกตดีๆก็ไม่อาจจะมองเห็น เพราะสุมาอี้เป็นคนซ่อนรูปและงำประกาย และสไตล์ของสุมาอี้ก็ต้องใช้ความอดทนสูงและอาศัยระยะเวลานาน มันน่าอึดอัดมากกว่าน่าเชียร์ แต่สุมาอี้ก็คือสุมาอี้ จะช้าจะเร็วสุมาอี้ก็ต้องได้ครองแผ่นดิน ส่วนขงเบ้งนั้นผมเดาว่าไสตล์ของขงเบ้งคือการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง เป็นเผด็จการแบบฉลาด สุมาอี้นั้นเกิดก่อนขงเบ้ง 2 ปี และตายทีหลังขงเบ้งอีกนาน แสดงว่าสุมาอี้รักษาเนื้อรักษาตัวดีถึงได้อายุยืน

  • เป็นมุมมองที่น่าสนใจครับ..อิอิ

吴老师您好。

บทความเรื่องสามก๊กของอาจารย์ติดลมบนยาวข้ามปี คิดไม่ถึงเลยค่ะ

แต่ข้อเขียนอื่นเว้นห่างไปหน่อยนะคะ รออ่านอยู่ค่ะ

  • เป็นเพราะ "สามก๊ก" เป็นนิยายอมตะที่อยู่ในความทรงจำของหลายคนครับ
  • ....พอดีไม่ค่อยได้อยู่หน้าจอคอมฯ ครับ
  • เลยยังไม่ค่อยมีเรื่องราวใหม่ๆ
  • แล้วจะพยายามต่อไปครับ
  • ขอบคุณ คุณนุชครับ

สุมาอี้เคยกล่าวว่า "อันตัวข้านั้นไม่สามารถเทียบขงเบ้งได้"

เเล้วสุมาเต็กโชได้บอกว่าฮกหลงหรือฮองซูหากได้ใครไปคนหนึ่งก็จะทำการใหญ่ได้สำเร็จ" เเปลว่าความสารถมารถของสองคนนั้นเท่ากัน

มีคนเคยกล่าวไว้ว่าปราชณ์เเห่งยุคนั้นมีเเค่2คนคือ 1 ฮกหลง 2ฮองชู

ซึ่ง เมื่อขงเบ้งไปบอกเเก่ซีซี ซีซียังบอกกับเล่าปี่ว่า "ฮกหลงดังมังกรส่วนข้านั้นเป็นเพียง จิ้บหรี๊ด" เเละในเเค่วุยที่บังทองได้ใช่กลลวงโจโฉ ซีซีได้กล่าวกับบังทองว่า"แผนการของท่านเฉียบคบจนปราชณ์ในวุยก๊กคิดไม่ถึง"

เเค่นี้ก็รู้เเล้วว่าใครเก่งกว่า

เรียงลำดับความเก่ง

1. ขงเบ้ง

2. บังทอง

3. สุมาอี้

4.ซีซี

สุมาอี้กล่าวว่า"อันตัวข้าไม่อาจเทียบขงเบ้งได้" คำพูดนี้แปลว่าอะไร?แปลว่าสุมาอี้สู้ขงเบ้งไม่ได้ใช่หรือไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น การที่สุมาอี้กล่าวเช่นนี้เป็นวัฒนธรรมของคนตะวันออกที่อ่อนน้อมถ่อมตน สุมาอี้เพียงแต่ถ่อมตนเท่านั้นไม่ได้แปลว่าสู้ขงเบ้งไม่ได้ ไอ้เรื่องที่ถามว่าสุมาอี้กับขงเบ้งใครเก่งกว่ากัน ความจริงคำตอบมันก็มีอยู่แล้ว และมันก็มีมาตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว สุมาอี้ชนะขงเบ้งในการรบกันครั้งที่ห้าโดยขงเบ้งตรอมใจตายเพราะทนความกดดันในการรบกับสุมาอีไม่ได้ ในขณะที่ขงเบ้งตรอมใจตายสุมาอี้ไม่ได้เป็นอะไรยังสบายดี มันก็เหมือนเส้นผมบังภูเขานั่นแหละครับ เส้นผมที่บังตาไม่ให้รู้ว่าใครแพ้ใครชนะก็คือลีลาสำนวนโวหารของคนแต่ง ที่ทำให้คนแพ้ดูเหมือนจะเกือบชนะ ความจริงสุมาอี้ชนะขงเบ้งมาเป็นพันๆปีแล้ว ซึ่งการที่สุมาอี้ชนะขงเบ้งได้ก็ไม่ได้แปลว่าสุมาอี้เก่งกว่า แต่ว่าจังหวะเวลาหรือไทม์มิ่งของสุมาอี้ดีกว่า ส่วนคนแต่งจะแต่งแก้แทนให้ขงเบ้งยังไงก็คงไม่มีความหมายอะไรเพราะมันไม่ใช่ความจริง ซึ่งคนสมัยใหม่รู้แล้วว่าใครคือของจริง และใครคือคนที่ถูกประโคมความเก่งกาจโดยที่ไม่ใช่ความจริง ในหนังสามก๊กโจโฉแตกทัพเรือบทบาทของจิวยี่ก็เด่นกว่าขงเบ้ง ซึ่งความจริงมันก็ควรจะเป็นเช่นนั้น หรือในหนังสือการ์ตูนหงสาจอมราชันย์สุมาอี้ก็เป็นตัวเอกบทบาทของขงเบ้งไม่เด่นเท่าไหร่ และอีกเรื่องคือมังกรอหังการหมาป่าคะนองศึกสุมาอี้ก็เป็นตัวเอกฝ่ายผู้ร้าย ตัวเอกฝ่ายดีคือบุตรมังกรซึ่งเป็นคนญี่ปุ่น(เพราะเขียนโดยคนญี่ปุ่น)ขงเบ้งก็ไม่เด่นเลย

ตามความเห็น 223 ครับ ดูๆแล้วสุมาอี้ก็ชนะอยู่ดี ไม่ว่าจะแพ้กี่ครั้งก็ตาม เหมือนตอนสมัยฮั่นโกโจ หลิวปัง โดนเซี่ยงหยี ไล่บี้จนจะตายแหล่มิตายแหล่อยู่แล้ว สุมาอี้ก็เหมือนกัน เลยทำให้มองว่า "โจโฉ เป็นเครื่องมือของ สุมาอี้" อีกต่างหากแสดงว่าสุมาอี้วางแผนเอาไว้ก่อนหน้านั้นเรียบร้อยแล้วว่ายังไงขงเบ้งก็เอาชนะไม่ได้อยู่ดี "ไม่รบ ไม่แพ้"

ผมเองก็ดูสามก๊กมาเหมือนกัน

ผมว่าแล้วนิลักษณะนิสัยคน

ผมว่าแล้วแต่คนจะมองแบบไหนมากกว่า

ไม่มีใครถูกผิดหรอก

คุณจะมองแบบเล่าปี่ หรือจะมองแบบ ซุยเป้ง หรือจะมองแบบซุนกวน หรือว่าจะมองแบบ โจโฉ

ทุกอย่างแล้ว แต่จังหวะ เวลา

มันก็ต้องคิดดูเอาเองดีกว่านะ

  • ขอบคุณฮกซู สำหรับลำดับความเก่ง
  • ขอบคุณไม่แสดงตน สำหรับข้อคิดเห็นผ่านหนังสือสำนวนญี่ปุ่น
  • ความเห็นของ 224 ลิขิตคนหรือจะสู้ชะตาฟ้า
  • ข้อคิดเห็นคุณ Jeng เรื่อง "Timing" นี่สำคัญมาก ในการดำเนินชีวิต และการดำเนินธุรกิจ

ผมรู้สึกสงสัยครับว่าสามก๊กฉบับจริงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ที่เฉินโซว่เป็นผู้เรียบเรียงนั้นในราวค.ศ.สองร้อยกว่านั้นมีลักษณะเป็นจดหมายเหตุบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีเนื้อหากะทัดรัด แต่ในอีกพันกว่าปีต่อมาหลอกว้านจงได้เอามาแต่งเป็นนิยายแล้วแต่งเสริมเติมแต่งเข้าไปมากมาย ที่แต่งเติมเข้าไปในส่วนที่เกี่ยวกับสุมาอี้ก็อย่างเช่นขงเบ้งดีดพิณลวงทัพสุมาอี้,ขงเบ้งลวงสุมาอี้และบุตรทั้งสองเข้าหุบเขาแล้วจุดดินระเบิดเผาโชคดีที่ฝนตกลงมาสุมาอี้และบุตรจึงรอดมาได้,ขงเบ้งตายแล้วแต่ยังลวงทัพสุมาอี้ได้ ผมก็สงสัยนะครับว่าสามก๊กฉบับจริงมันไม่มีเรื่องเหล่านี้ แต่นิยายของหลอกว้านจงกลับมี รู้สึกแปลกเหมือนกัน

ขงเบ้งฉลาดที่สุด แต่สุมาอี้ฉลาดกว่า

สุมาเต็กโชฉลาดมากที่สุด

^^

สวัสดีค่ะอาจารย์ beeman

ขอแจมความเห็นสักหน่อยนะคะ ว่ากันตามฉบับวรรณกรรม

ทั้ง 3 คนเป็นผู้มีความสามารถค่ะ

อาจารย์สุมาเต็กโช : เป็นผู้ที่วิเคราะห์สถานะการณ์และคนได้อย่างปรุโปร่ง จากการที่ท่านสุมาเต็กโช วิเคราะห์เรื่องของชีช๊ และความสามารถของขงเบ้ง อีกทั้งการในอนาคตที่ขงเบ้งจะไปร่วมด้วยเล่าปี่ เพียงแต่ท่านถือสันโดษทางวิถีแห่งเต๋า จึงไม่ขอไปยุ่งเกี่ยวกับหนทางที่ไม่เที่ยงแท้ และการฝืนลิขิตของการล่มสลาย

ขงเบ้ง : เป็นปราชญ์ผู้ใฝ่เรียนรู้ ศึกษา มีคุณสมบัติในการรับราชการแผ่นดิน และมีความจงรักษ์ภักดี เขามีความคิดพัฒนาเรื่องการปฎิรูปการปกครอง ในยุคที่การปกครองฮั่นได้ล่มสลาย ขงเบ้งเองก็รู้อยู่ว่าราชวงศ์ฮั่นอ่อนแอ และจะมีการเริ่มราชวงศ์ใหม่ จึงเกิดมีการแย่งชิงกันขึ้น เขาเป็นผู้ที่มีวาทศิลป์ รู้ศาสตร์แห่งการเป็นแม่ทัพ และการจัดการฝึกฝนทางทหาร วินัยเคร่งครัด ข้อสำคัญ มีสติปัญญา และเล่ห์เหลี่ยมที่จะรับมือ กับเสือ สิงห์ กระทิง ในวงราชการ ในยุคแห่งการแย่งชิงนี้ ขนาดชุยเป๋ง ยังรู้ แล้วขงเบ้งจะไม่รู้หรือว่าหนทางอนาคตเป็นอย่างไร

แต่ขงเบ้งก็แพ้ความอ่อนน้อมถ่อมตนของเล่าปี่ ที่ยอมอดทนไปหา ถึง 3 ครั้ง กินระยะเวลาไม่ใช่น้อยๆ จากที่ได้เห็นในซีรีย์ว่า ผ่านไปถึง 3 ถดู ตั้งสารทฤดู -เหมัตฤดู ไปจนถึงได้พบกับขงเบ้ง ใน ช่วงแห่งวสันตฤดู เขาก็พร้อมที่จะติดตามรับใช้เล่าปี่ เพราะเลือกนายคนนี้แล้ว ก็รับใช้ทั้งชีวิต

ขงเบ้งได้วางแผนยุทธศาสตร์สามก๊ก เพื่อคานอำนาจ และต้องกอบกู้ในช่วงที่กำลังผลัดแผ่นดินของทางวุยก๊ก ในช่วงของโจผี แต่เมื่อเล่าปี่ได้ตัดสินใจยกทัพไปล้างแค้น ขงเบ้งได้ห้ามไว้หลายครั้งแต่ไม่เป็นผล จึงต้องปล่อยตามชะตา ขงเบ้งถึงกับร้องไห้พูดกับม้าเลี้ยงว่า ราชวงศ์ฮั่นจบสิ้นแล้ว ขงเบ้งจึงต้องเหนื่อยมากอย่างที่อาจารย์สุมาเต็กโชกล่าวไว้

แต่ขงเบ้งเป็นคนที่เข้มแข็งมาก รับปากว่าจะช่วยอุ้มชูเล่าเสี้ยน เขาก็ทำจนสุดกำลัง ตามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไป แล้วยังบั่นทอนความเข้มแข็งของวุยก๊ก แต่ขงเบ้งก็ต้องมาเจอกับสุมาอี้ คู่ต่อสู้ที่ทำให้ขงเบ้งหนักใจ (ทำไมสุมาอี้หนังเหนียวจังฟร่ะ ขนาดเผาก็ไม่ยังตาย ^^)สุดท้ายถึงใจจะยังสู้ แต่ร่างกายไม่ไหว ก็ขอไปก่อน เขาก็ยังวางเกียงอุยให้ช่วยปกป้องรักษาต่อไป

สุมาอี้ : เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ทั้งบุ๋นและบู๊ เป็นคนที่สามารถรอคอยโอกาสได้

ถึงจะขับเคี่ยวกับขงเบ้ง แต่เขาก็ถือว่ามีความเป็นใจนักเลงคนนึง ยอมรับ นับถือในความสามารถของขงเบ้ง เขาจึงไม่กล้าที่จะประมาทคู่ต่อสู้เลย

หลังจากที่ได้เห็นรัฐประหารของสุมาอี้ เราก็จะรู้สึกคิดถึงขงเบ้งขึ้นมาทันทีเลย

และถึงตระกูลสุมาจะได้รวบรวมแผ่นดินไว้ ตั้งเป็นราชวงศ์จิ้น ในสามก๊ก

แต่จากนั้นอีกไม่นานราชวงศ์จิ้นก็สิ้นสุด ด้วยเส้นทางแห่งวงกลม เช่นเดียวกัน

  • แม่นางเตียววิเคราะห์ได้เยี่ยมทีเดียวครับ

เรามีข้อสังเกตอยู่สักหน่อยนะคะ อาจารย์ beeman เวลาที่ดูซีรีย์ คือเราจะเห็นภาพเปรียบเทียบเมื่อเรา ตอนที่เราดูย้อนกลับไป ซึ่งขอชมผู้ที่แต่งทรงผมและMakeup

ตอนขงเบ้งอยูที่โงลังกั๋ง ผมของเขาจะดำเงามาก บ่งบอกถึงความมีสุขภาพที่ดี

แต่พอมาถึงระยะหลัง หน้าตาเริ่มหมอง และซูบเซียว ผมขาวขึ้นมากมาย ทั้งๆที่อายุเพียง 50กว่าปี แสดงถึงสุขภาพที่เริ่มทรุดลงของเขา และจากการที่ขงเบ้ง พูดขึ้น เมื่อตอนออกศึกเบ้งเฮ้ก ตอนรบกันถึง 7 ครั้งในตอนที่เผาทัพทหารเกราะหวาย ว่า เขามีคุณแก่แผ่นดิน แต่อายุเขาจะสั้น (เพราะการทำสงครามนี่เอง)ดึงพลังชีวิตของเขาไปด้วย

ดูแล้ว น่าเศร้าจริงๆค่ะ

สวัสดีค่ะ อาจารย์ beeman

มิกล้า มิกล้า แค่พูดจากความรู้สึกที่ได้ดูสามก๊ก ฉบับนี้ค่ะ

ต้องขอโทษที่พิมพ์ภาษาไทยไปหลายคำนะคะ

สวัสดีครับ แม่นางเตียว

  • ตอนที่ขงเบ้งเผาทหาร "ลุดตัดกุด" หรือทหารเกาะหวาย ตายไป ๓,๐๐๐ คน
  • ขงเบ้งได้เปรยกับคนรอบข้างว่า "ชีวิตของเราเห็นจะอยู่ได้ไม่ยืนยาวเสียแล้ว"
  • ที่เป็นเช่นนี้ เพราะขงเบ้งทราบดีว่า การทำสงครามที่ได้ผลาญชีวิตคนไปมากมาก โดยคำสั่งของตน จะทำให้ชีวิตของตนสั้นลง
  • ขงเบ้งทำสงครามผลาญชีวิตคนในช่วงสามก๊ก คงไม่ต่ำกว่า ๕ แสนคน...นี่เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ขงเบ้งอายุสั้น
  • ศีล ข้อ ปาณาฯ คือ ห้ามฆ่าสัตว์ เพราะการฆ่าสัตว์นั้นบั่นทอนชีวิตให้อายุสั้น
  • คนยุค ๓ ก๊ก โจโฉ เล่าปี่ และ ซุนกวน ตายตอนอายุ ๖๐ กว่าทั้งนั้น ความจริงขงเบ้งก็ควรจะตายตอนอายุ ๖๐ กว่าๆ แต่เพราะเป็นแม่ทัพสั่งทหารไปฆ่าทหารฝ่ายตรงข้ามมาก เลยทอนอายุไป ๑๐ กว่าปี

ขอวิเคราะห์ในเรื่องสามก๊กที่หลอกว้านจงแต่งนะครับว่ามีลักษณะเช่นไรและสามารถนำไปใช้ในทางปฏิบัติได้หรือไม่ ในกระบวนการทางวิทยาศาตร์จะมีการตั้งสมมุติฐาน การทดลอง เมื่อสำเร็จก็จะตั้งเป็นทฤษฎี กรณีของหลอกว้านจงเขาเอาบันทึกหมายเหตุสามก๊กที่เฉินโซว่บันทึกในราวคศ.สองร้อยกว่า แต่ในยุคสมัยของหลอฯอยู่ในยุคคศ.พันกว่ามันห่างกันเป็นพันปี นิยายเรื่องสามก๊กของหลอฯจึงมีกลิ่นอายในยุคสมัยของเขา เหตุที่เขียนขึ้นเพราะหลอเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นของขุนศึกคนหนึ่ง หลอฯเขียนเป็นนิยายให้ทหารในกองทัพของขุนศึกผู้นี้อ่านเพื่อศึกษาเล่ห์เหลี่ยมในการทำสงคราม แต่ลักษณะมันคงอยู่แค่ในระดับของการตั้งสมมติฐานเท่านั้น การนำไปทดลองปฏิบัติจริงเป็นเรื่องซึ่งต้องพิสูจน์เพราะกองทัพของขุนศึกผู้เป็นนายของหลอฯต้องพบกับความพ่ายแพ้ต่อกองทัพของจูหยวนจางทั้งที่กำลังก็พอฟัดพอเหวี่ยงกัน และจูหยวนจางได้ตั้งราชวงศ์หมิงในที่สุด คิดว่ากลศึกในเรื่องสามก๊กอยู่ในระดับของการตั้งสมมติฐานเท่านั้น เทียบไม่ได้กับตำราพิชัยสงครามของซุนวูซึ่งสามารถตั้งเป็นทฤษฎีได้เพราะมีความเป็นวิทยาศาสตร์ แต่ก็ยอมรับว่านิยายเรื่องสามก๊กอ่านแล้วสนุกดี เป็นวรรณกรรมชิ้นเอกเลยที่เดียว

ปล.ความคิดเห็นที่229ที่บอกว่าราชวงศ์จิ้นสิ้นสุดไม่นานนั้น ความจริงก็ไม่น้อยนะครับตั้งร้อยกว่าปี จุดเปลี่ยนน่าจะอยู่ที่ลูกของสุมาเอี๋ยนเป็นคนปัญญาอ่อน

สวัสดีค่ะ อาจารย์ beeman

ก่อนอื่นต้องขอโทษ ที่พิมพ์ภาษาไทยผิดไปหลายคำนะคะ

บทเสริมนี่ เราว่าจะไปคุยใน บท"สัจธรรมจากวรรณกรรมเรื่องสามก๊ก" ที่อาจารย์เขียนนะคะ

ขอบคุณอาจารย์ สำหรับข้อความเสริม ซึ่งอธิบายให้เห็นเป็นภาพ ประกอบกับการแสดงในซีรีย์นี้ได้เป็นอย่างดี เลยทีเดียว เพราะในการแสดง สื่อออกมาทางสีหน้า แววตา และท่าทาง ซึ่งต้องใช้พลังในการสื่ออย่างมาก เพื่ออธิบายสิ่งเหล่านี้ ผ่านการแสดง

อันที่จริง เราว่า ขงเบ้ง ถ้าอยู่ที่โงวลังกั๋ง น่าจะมีชีวิตที่ยืนยาวทีเดียวค่ะ

แต่เมื่อ ขงเบ้งเอง เลือกเส้นทางนี้ เขาก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ชนิดที่ว่า ร่วมทุกข์กับเล่าปี่ เล่าเสี้ยน จนถึงที่สุด เห็นชีวิตของขงเบ้ง และยุคแห่งความแก่งแย่ง วุ่นวาย ในวรรณกรรมแล้ว ก็คิดถึง คำพูดของ จื่อก้ง หนึ่งในศิษย์เอกของ ท่านขงจื่อเลยค่ะ

เดียวขอยกเรื่องนี้ ไปคุย ที่บทนั้น ดูจะเข้ากับ บทที่อาจารย์ได้กล่าว

สวัสดี คุณเจ

  • มีมุมมองที่น่าสนใจของหลอกว้านจง
  • สรุปว่าสามก๊กก็คือ "นิยาย" นั่งเอง ขงเบ้งจึงเก่งเกินมนุษย์ แต่มีข้อสงสัยที่เขียนได้ไม่เนียนเท่าไร คือตอนที่กวนอูจะตาย ขงเบ้งน่าจะมีการเตรียมการได้ดีกว่านี้ แต่ก็ทำไม่ได้ดี แสดงว่าหลอกว้านจงหนีประวัติศาสตร์ไม่ออกนั่นเอง

สวัสดีครับแม่นางเตียว

  • ได้ไปตอบแล้วใน "สัจธรรมจากวรรณกรรมเรื่องสามก๊ก"

ชอบบบบบ!

ผมชอบสามก๊กมากคร้าบ

และผมก้อสะสมสามก๊กทุกเล่มเลย

ผมว่าน่ะ

สุมาอี้กับขงเบ้งก้อเก่งทั้งคู่แหละ

เพราะขงเบ้งถูกขอร้องให้ไปอยุ่กับเล่าปี่ตั้ง 3 ครั้ง

แต่สุมาอี้ต้องโดนโจโฉขู่ตั้ง 3 ครั้ง

อิอิ! สุดท้ายก้อเก่งพอกันนั้นแหละคร๊าบบบ

บายคร๊าบ

สวัสดีค่ะ อ.บีแมน

มาอ่านสามก๊ก ทุก คห.

วิจารณ์ได้สุดยอดทุก คห.

แล้วค่อยมาอ่านอีกนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ความเห็นของคุณธรรมภณ ลาดนอก

  • คือ ขงเบ้งกับสุมาอี้เก่งพอกัน

ครูจิ๋วเห็นว่า

  • ทุกคห.(ตัวย่อของคุณชายขอบ) เยี่ยมยอด
  • พ่อครูบาสุทธินันท์เคยบอกว่า บันทึกของบีแมนเรื่องสามก๊กไม่มีวันตาย เพราะมีคห.เข้ามาเรื่อยๆ..อิอิ

ขงเบ้งเก่งที่สุดในโลกของจินตนาการ(ของหลอกว้านจง)ส่วนสุมาอี้เก่งที่สุดในโลกของความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์

การที่สุมาอี้รวบรวมแผนดินได้ เพราะเป็นยุคของคนรุ่นหลังแล้วหรือเปล่าครับ?

ขุนพลที่มีชื่อลือเลื่องว่าเก่งกาจปานเทพ ไม่ว่าจะเป็น เตียวหุย กวนอู ตองฮง จูล่ง ม้าเฉียว แม้กระทั่งทางของซุนกวนหรือของโจโฉเองก็ตาม ได้แก่ชราหือไม่ก็ล้มหายตายจากไปมากแล้ว ทำให้การกระทำการใดๆ ของสุมาอี้ง่ายยิ่งขึ้นเข้าไปอีก

หรือท่านใดพอจะทราบว่า ขุนพลยุคหลังที่เก่งเทียบดังที่กล่าวมาแล้วนั้น มีท่านใดบ้าง?

ส่วนเรื่องผู้ใดเก่งกว่าใครนั้นอาจสูสี สุมาอี้ได้เปรียบตรงที่ มีเรื่องราวหรือผลงานของขงเบ้งให้ศึกษามากมายหลายสิบปี ดังว่ารู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ส่วนขงเบ้งคงเสียเปรียบตรงนี้

  • เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดที่ไม่มีถูกไม่มีผิดครับ
  • ยินดีรับฟังข้อคิดเห็นทุกท่านครับ

ขุนพลยุคหลังที่เก่งเทียบ 5 ทหารเสือนั้น ไม่แน่ใจว่ามีรึเปล่า แต่ที่

ถือว่ามีความสารถในยุคของไจเสี่ยงขงเบ้งแล้ว น่าจะเป็น กวนหิน เตียวเปา เกียงอุย น่ะคับ

สุมาอี้ผมคิดว่าเรื่องความเฉียบคมในด้านกลยุทธ์นั้นเทียบขงเบ้งไม่ได้แน่นอน แต่สุมาอี้อยู่ในช่วงเวลาที่

กองทัพจกได้สูญเสียแม่ทัพคนสำคัญไปหลายคนแล้ว แต่แม่ทัพฝ่ายวุยยังมีมากมายและด้วยการอาศัยความใจเย็น

และระมัดระวังตัว จึงกล่าวได้ว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่ขงเบ้งกลัวมากที่สุดในวุยก๊กเลยก็ว่าได้

  • ขอบคุณสำหรับข้อคิดเห็นครับ

อ.บีแมนคะ กรุณา ลบ (คห. 247) ให้ด้วยค่ะ

โพสเข้าไปแล้ว รวน หมดเลยค่ะ

ขอบคุณมากๆค่ะ

หลังจากสิ้น 5 ทหารเสือแล้วยังมี ขุนศึกที่เก่ง พอเทียบ 5 ทหารเสือได้ คือ อ๋ยเอี๋ยน แต่เสียดาย ขงเบ้งเสียชีวิตก่อนรวมก๊กได้ ผมคิดว่า ถ้าขงเบ้งอยู่ต่ออีกสัก 2 ปี น่าจะรวมก๊กได้น่ะ แตเว่าด้วยเงื่อนไขของโชคชะตาที่ฟ้าดินกำหนด ทำให้ขงเบ้ง ต้องอายุสั้น ส่วน สุมาอี้นั้น ถึงแม้สติปัญญาจะเทียบขงเบ้งไม่ได้เลยก็ตาม แต่ในเรื่อง ดวง และโชค ชะตาแล้ว เหนือกว่าขงเบ้ง ทำให้ เมื่อสิ้นขงเบ้งแล้ว ก๊กวุย ซึงใหญ่ และ แข็งแกร่งและปัจจัยหลายๆอย่างจึงสามารถ รวบรวมแผ่นดินได้

ผมว่า สุมาอี้เก่งสุดครับ

ผมคิดว่า

ขงเบ้งเป็นคนหวงตำราเนื่องจาก มีความสำนึกในบาป บุญ หากให้ตำราใครไปจะมีการฆ่าแกงต่อไปนับไม่ถ้วน แต่อีกนัยหนึ่ง ขงเบ้งเป็นคนมีวิชาชำนาญสงคราม ด้วยตัวเป็นคนไม่ยอมแพ้และต้องการสนองคุณเล่าปี่ จึงอยากจะพยายามรวมสามก๊กด้วยมือของตนเองแล้วเชิดชูราชวงศ์ฮั่น เมื่อไม่มีผู้สืบทอดตำรามีแต่เกียงอุยผู้เป็นลูกศิษได้ไปแต่ งูๆปลาๆ ซ้ำร้ายยังถูกขับออกจากเมือง เปิดโอกาสให้ทัพสุมาอี้ล่วงเข้ามาได้

ผมลองคิดว่าขงเบ้งกับสุมาอี้ใครจะเหนือชั้นกว่ากัน

ถ้าด้านสมอง วิชา กลอุบาย ความชำนาญ ผมคิดว่าขงเบ้ง

ถ้าด้านกำลังทัพ ทหารเอก ภูมิประเทศ ความมั่งคังในทรัพย์ ข้าวปลาอาหารยังบริบูรณ์ ต้องสุมาอี้

ว่าถึงการที่ขงเบ้งเสียทีหลายครั้งหลายหนให้สุมาอี้

พระเจ้าเล่าเสี้ยนคลุกอยู่แต่กับขุนนางโดนขุนนางหลอกใช้นานาซ้ำยังไม่มีสมอง

ขงเบ้งยกไปทหารย่อมอิดโรยเป็นธรรมดา

ข้าวปลาก็อยู่ไกลส่งเสียงทีก็แสนลำบาก

ภูมิประเทศสมัยราชวงศ์ฮั่นเลือกและทำไว้มั่นคงหมดแล้ว

สรุปแล้วถ้าเป็นราคาต่อ ผมว่า 10:3 แทงขงเบ้งตีวุยก๊กแตก แทง 3 ได้10 แทงวุยก๊กชนะ แทง 10 ได้ 3

หนูก็ชอบสามก๊กนะคะ แต่อ่านไม่จบสักที หลับคาหนังสือทุกที

เลยต้องอาศัยดูเป็นแบบหนังค่ะ[ดูแบบขาดๆหายๆเพราะหลับก่อน]

หนูคิดว่าการแสดงความเก่งของแต่ละคนนั้น วัดยากค่ะว่าใครเก่งกว่าใคร

ขึ้นอยู่กับโอกาส จังหวะในการใช้กลยุทธ์ สิ่งแวดล้อมทางกายภาพและคนสนับสนุนด้วยค่ะ

ถามว่าเก่งไหม หนูว่าเก่งหมดทุกคนแหละค่ะ

เพราะหากให้หนูไปคิดในเรื่องวางแผนแบบมีกลยุทธ์เองเช่น ชิซี ข้งเบ้ง บังทอง หรือสุมาอี้

ตัวหนูเองก็ทำไม่ได้ค่ะ เพียงได้แต่ศึกษาแนวคิด กลวิธี ข้อคิดที่ได้จากกลอุบายและตัวละคร แล้วเอามาย้อนดูตัวเอง

ถึงใครจะบอกว่า "อ่านสามก๊ก ครบ 3 จบ คบไม่ได้" เพราะว่าคนพวกนี้เล่เหลี่ยมมาก

ในความคิดหนู คนที่อ่านสามก๊ก ยังไงก็ยังน่าคบอยู่ดีค่ะ

เรามีสิทธิ์ที่จะเลือก หรือไม่เลือกในการเชื่อใครนี่คะ คบไว้ศึกษาแนวคิด วิธีคิด ก็สนุกดีค่ะ

คุยกับคนชอบสามก๊กแล้วสนุกดีค่ะ

- ด้วยจิตคารวะ -

จากเรปที่ 243 ที่ว่า สุมาอี้ศึกษาขงเบ้งจึงได้เปรียบ อันนี้ผมว่าก็ใช่นะคับ แต่เท่าที่ศึกษา สุมาอี้ อายุเยอะกว่าขงเบ้งเสียอีก

เพียงแต่แฝงกายไม่มีผลงานอยู่ในทัพโจโฉเนื่องจากกลัวจะมีภัยแก่ตัว โจโฉนั่นก็ไม่เคยไว้ใจสุมาอี้เลย แต่สุมาอี้นั้นสนิทชิดเชื้อกับ

โจผีเพราะรุ่นราวคราวเดียวกัน โจโฉก็คิดว่า สุมาอี้คงไม่มีอำนาจมากมายเนื่องจาก สกุลโจยึดอำนาจไว้หมดแล้ว แต่ผิดคาด สุมาอี้

เป็นพวกยึดถือในหลักของขงจื้อ ไม่เสพสุรานารี โรคภัยไม่มีแก่เฒ่าก็ยังแข่งแรงต่างกับสกุลโจที่ใช้ชีวิตอย่างเสพสุขจนอายุสั้น

ทำให้สุมาอี้เป็นขุนนาง 3 รุ่นตั้งแต่ โจโฉ โจผี และ โจยอย นี่เป็นการแฝงตัวในสกุลโจ ต่างจากขงเบ้งที่ไม่ได้แฝงตัวแต่อย่างใดจึงมีผลงานมากมาย หากเทียบความสามารถด้านการบรรชาการรบแล้ว ผมว่าขงเบ้งเหนือกว่าอยู่ขั้นนึง แต่ด้านอื่นๆแล้ว สุมาอี้เหนือการทุกประการ ไม่ว่าการใช้ชีวิต การดูแลตัวเอง แม้แต่การสร้างทายาท นี่เป็นจุดที่บ่งบอกความสามารถที่แท้จริงของคน คือ "เหนือกว่าการเป็นยอดคน คือผู้ท่สร้างยอดคน" สุมาอี้ได้สร้างทายาทที่เก่งกาจไม่แพ้ตนอีกทั้งยัง วางรากฐานให้สกุลสุมาครองแผ่นดินไว้ได้อย่างงดงาม จะสังเกตุได้ว่า สุมาอี้ออกรบกี่ครั้งๆมักจะให้ลูกๆตามออกรบด้วยเพื่อสั่งสอนและฝึกลูกๆให้เป็นยอดคน ทำให้ "พยัคมีลูกเป็นพยัค" ต่างจากขงเบ้งโดยสิ้นเชิง ขงเบ้งคิดว่าตนจะรวมแผ่นดินให้เล่าปี่ได้ โดยไม่เคยสร้างทายาทไว้เลย ลูกของเล่าปี่ซึ่งเป็นลูกบุญธรรมก็ไม่เอาไหน ลูกขงเบ้งเองก็ไม่ได้มีความเก่งกาจอะไร เพราะขงเบ้งไม่เคยฝึกฝนพวกเขาเลย นี่เป็นสิ่งที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง ซึ่งขงเบ้งน่าจะรู้ตัวในภายหลัง จึงทาบทามเกียงอุย มาช่วยเพื่อเป็นทายาทในการศึกสืบไป แต่ก็ไม่เป็นอย่างที่หวัง

แต่ยังมีบางคนกล่าวว่าถ้าไม่ขงเบ้งก็ไม่มี 3 ก๊ก ฉะนั้นขงเบ้งเก่งสุด อันนี้ผมไม่เถียงแต่จะบอกว่า ถ้าไม่ขงเบ้ง โจโฉครองแผ่นดินได้ง่ายมากครับ เพราะถ้าไม่มีขงเบ้งแล้ว ศึกผาแดง ซุนกวนแพ้แน่นอน ทัพเล่าปี่ก็ไม่เหลือ จีนจะเป็นแผ่นดินเร็วขึ้นไปหลายสิบปีครับ

โดยมีสกุลโจเป็นผู้รวมประเทศไม่ใช่สกุลสุมา ขอบคุณครับ

  • ขอบคุณทุกท่าน ทุกความคิดเห็นครับ
  • วิเคราะห์ได้เยี่ยม ทุกท่านครับ

การที่ จกก๊ก ต้องล่มก้อเพราะการ สืบ ทอด เจตนารมณ์ ฟื้น ฟู ราชวงศ์ ฮั่น ของเกียงอุย... ซึ่งต้องการสานต่อ จาก ขงเบ้ง

จาก การ ที่ขงเบ้งได้ตายจากไป ระหว่างกรำ ศึกเป็นเวลานาน เนื่องจากจกก๊กมีกำลังที่น้อย กว่า วุยก๊กค่อนข้างมาก...

ขงเบ้งจึงรีบทำศึกอย่างรวดเร็ว เพื่อมิให้วุยก๊ก รวบรวมกำลัง ทั้งแผ่น ดินเพื่อมาโจม ตี จกก๊กสำเร็จ สื่ง นี้ เองทำให้ขงเบ้งได้ป่วย

และ เสีย ชีวิตอย่างรวดเร็ว ... ก่อน เสียชีวิตขงเบ้งได้ ตั้งเกียงอุยเป็น แม่ ทัพ หวังให้ปกป้องรักษา จกก๊กไว้โดยให้ตำราพิชัย

สงคราม ซึ่ง ส่วนใหญ่เป็นตำราทางด้าน(ป้องกันเมือง)เสียส่วนใหญ่ .... ซึ่งขงเบ้งเองก้อต้องการให้เป็นเช่น นั้น เพราะรู้ว่า..

สติปัญญาของเกียงอุยนั้น...ส่วนใหญ่จะถนัดทางด้านป้องกันเมือง.... และ ขงเบ้งก้อรู้ ว่า ถ้าเกียงอุยรักษาแฮบังก๋วนไว้อย่างมั่นคง

ยังไง วุยก๊ก ก้อตีเสฉวนไม่แตก... แต่ ทั้งนี้ เกียงอุย ต้องการ สร้างชื่อ และ ต้องการ ทำสิ่งที่ขงเบ้งทำไม่รำเร็จ ให้สำเร็จ

(ขงเบ้งทำไม่ได้แต่กูจะทำให้ดูว่างั้น) เกียงอุยจึงเสียทัพและกลับ เสฉวนไม่ได้เพราะโดนตีตัดหลัง....

(เป็นไปตามความต้องการของตะกูลสุมา) เพราะ ไม่มี เกียงอุยในเสฉวน ก้อ จะไม่มีใครป้อง กันเสฉวนได้...

พูด ถึง ตรง นี้ ก้อ พอ จะ รู้ กัน หมด แล้ว.... ว่า เรื่อง ต่อ ไป เป็น อย่าง ไร ครับ.. ^^

สุมาอี้เป็นคนรอบคอบ ใจเย็น เจ้าเล่ห์ ตอนที่สุมาอี้โดนขงเบ้งล้อมไว้บนเขาแล้วจุดไฟเผาสวรรค์ยังช่วยให้ฝนตกลงมา แถมยังเเซ่เดียวกับสุมาเต็กโชอีก สรุปนะถ้าขงเบ้งไม่กระอักเลือดตายเสียก่อนสุมาอี้คงรวบรวมแผ่นดินได้ยากครับ

  • ได้อ่านความคิดเห็นใหม่ๆ มุมมองใหม่ๆ ตลอด
  • ขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมครับ

สุมาอี้อายุยืนกว่าตระกูลสุมาจึงรวมสามก๊กได้ การรบก็สูสีกันไม่มีใครแพ้ใครชนะ แต่สุมาอี้วางรากฐานดีกว่าและวุยก๊กก็มีความพร้อมที่สุดอยู่แล้ว

  • เรื่องสุขภาพก็มีความสำคัญ คนเราบางคนคิดแต่เรื่องงาน โดยลืมเรื่องอื่นๆ ทั้งหมด อย่างนี้ไม่ดีเลย

ขงเบ้งนั้นเป็นผู้ที่ถือว่าชำนาญพิชัยสงครามและศาสตร์ต่างๆมากมาย แต่ไม่มีใครที่จะรับความรู้ไปจากขงเบ้งได้ทั้งหมดเพราะมันเยอะเกินความสามารถของมนุษย์ ถ้าจะวัดระดับสติปัญญากัน ก็จะมีอันดับต้นๆในสามก๊กก็จะต้องมี ขงเบ้ง สุมาเต็กโซ บังทอง ซีซี สุมาอี้ อย่างแน่นอนครับ ถ้าจะวัดระดับสติปัญญาไม่ต้องหาหรอกครับขงเบ้งฉลาดกว่าสุมาอี้อยู่แล้ว แต่เนื่องด้วยกษัตริย์ของจ๊กก๊ก(เล่าเสี้ยน)มีระดับสติปัญญาน้อยมาก และในขณะนั้น 5 ทหารเสือได้สิ้นชีพจนหมด เหลือเพียงรุ่นลูกๆเท่านั้น เลยทำให้จ๊กก๊กเสียเปรียบอย่างมากแต่ก็ไม่ต่างกันขุนพลยุคแรกๆของวุยก๊กก็สิ้นชีพเกือบหมดแล้วเหมือนกัน และในระดับกำลังทหารอีก ความแข็งแกร่ง แน่นอนอยู่แล้วว่าจ๊กก๊กเสียเปรียบแน่นอน แต่เราลองคิดดูสิว่าถ้า 5 ทหารเสือของจ๊กก๊กยังอยู่ และ มีกำลังทหารเท่ากันจะเป็นอย่างไร

ผมขอเพิ่มนิดนึงครับ การที่สุมาอี้มีชัยเหนือจ๊กก๊ก เพราะว่า ขงเบ้งได้สิ้นบุญไปก่อนนะครับ ถ้าไม่สิ้นบุญ ศึกครั้งนี้อาจพลิกเกมได้นะครับถ้าสุมาอี้สิ้นบุญก่อน และอีกอย่างตระกูลสุมาเป็นผู้รวบรวมประเทศครับ เพราะพระเจ้าโจยอยก็ไม่ต่างจากเล่าเสี้ยนเท่าไรหรอกครับ ตระกูลสุมารวบรวมแล้วตั้งตนเป็นกษัตริ์เช่นเดียวกับที่โจผีทำกับราชวงศ์ฮั่นครับ เป็นความพินาศจากคนใกล้ตัวเช่นเดียวกันครับ

โง่กว่าก็ต้องโดนแบบข้อความข้างบน ครับ สรุปถ้ามีลูกน้องก็ต้องให้เก่งกว่านะไม่งันจะเป็นแบบนี้ 555555555555

  • ขอขอบคุณข้อคิดเห็นจากมังกรนิทราครับ

ลองอ่าน เปิดหน้ากากขงเบ้งดูสิครับ แล้วท่านจะหมดศรัทธาไปเยอะเลย....

แต่แนะนำให้อ่านแบบเป็นกลางนะครับ อย่าไปบ้าจี้ตามคนเขียนครับ เพราะเค้าอคติมากไปในหลายๆจุดอยู่เหมือนกัน....

  • เป็นอย่างนี้ก็ดีอยู่แล้วครับ ถ้าไปอ่านอาจจะหมดศรัทธา..อิอิ

อยากได้หนังสือสามก๊ก ค่ะ เอาแบบฉบับสมบรูณ์เลยนะค่ะ คือตอนเเรกถึงตอนสุดท้ายเลยค่ะ

ไม่ทรายว่าหาซื้อได้จากไหนค่ะ

ผมคิดว่าสไตล์ของสุมาอี้ในการรบกับขงเบ้งคงเป็นแบบสไตล์ของมูริญโญ่ที่พาอินเตอร์ มิลานคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกนั่นแหละคือเน้นความสมดุลในเกมรับและรุก มีเกมรับที่มีวินัย มีเกมรุกที่คมกริบใช้โอกาสไม่เปลือง ไม่เน้นการครองบอล สุมาอี้รบกับขงเบ้งเหมือนฟุตบอลที่นำไปแล้ว2-0 ไม่จำเป็นต้องไปแลกหรือปะทะ ประการแรกสุมาอี้ไม่จำเป็นต้องรบให้ชนะเพราะไม่ได้เป็นฝ่ายที่ยกทัพไปตีบ้านเมืองของคนอื่นเพียงแต่ระมัดระวังไม่ให้ข้าศึกบุกถล่มบ้านเมืองของตัวเองได้เท่านั้น ประการที่สองสุมาอี้มีแต้มต่อที่สำคัญอยู่แล้วในเรื่องเสบียงอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาที่ขงเบ้งแก้ไม่เคยตก คงใช้รูปแบบ 4-2-3-1 แผงรับ 4 ตัว กองกลางตัวรับ 2 ตัว ริมเส้น 2 ข้างและตัวปั้นเกมหรือหน้าต่ำ 1 ตัว และหน้าเป้าที่ใช้โอกาส2ครั้ง=1ประตู 1 ตัว

ผมว่าสุมาเต็กโช น่าจะเป็นคนที่มีอภิญญาสามารถมองเห็นอนาคตได้ ไม่ฉลาดเหมือนขงเบ้ง ส่วนขงเบ้งนั้นก็หยั่งรู้ในอนาคตเช่นกันเพียงแต่เชื่อมั่นในตัวเองว่า "เพราะแสวงหา มิใช่เพราะรอคอย เพราะเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส เพราะสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย ดังนี้แล้วลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะคน" ทำให้ขงเบ้งตัดสินใจช่วยเล่าปี่

ความจริงแล้วการวางแผนนั้นต้องประกอบด้วยแผนระยะสั้นกับแผนระยะยาว แผนระยะยาวคือการกำหนดยุทธศาสตร์การเดิน ส่วนแผนระยะสั้นนั้นเน้นกลยุทธ์แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นพลิกแพลงตามสถานการณ์ กุนซือหลายคนใน 3 ก๊ก เก่งเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่คนที่โดดเด่นทั้งสองแผนคือขงเบ้ง สามารถวางแผนระยะยาวคือยุทธศาสตร์ 3 ก๊กเปลี่ยนเล่าปี่จากขุนศึกที่วิสัยทัศน์แคบให้มองเห็นและเดินตามจนได้เป็นใหญ่ ส่วนแผนระยะสั้นนั้นก็คือการวางแผนกลศึกต่างๆพลิกแพลงตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป หากแผนทั้ง 2 เกิดขึ้นในคนเดียวย่อมมีพลังมากกว่ามีกุนซือที่เก่งเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งหลายๆคน เพราะสามารถวางแผนระยะสั้นให้สอดคล้องและไม่กระทบกับแผนระยะยาวได้ วางแผนกลยุทธ์ในสงครามแต่ละครั้งไม่กระทบความสัมพันธ์กับซุนกวน เพราะการเป็นศัตรูกับซุนกวนจะขัดขวางการเป็นใหญ่ของเล่าปี่

ไม่จริงคับสุมาอี้เก่งกว่าขงเบ้งเพราะ ดูยังตอนต่ออายุเทียนชัยของขงเบ้ง เปนต้นลองหาอ่านเอา

สุดท้ายความหมายของเรื่องสามก๊ก ทั้งสติปัญญา ความสามรถทั้งบุ๋นบู๊ ชื่อเสียงอำนาจ วาสนา ก็ไม่สู้ฟ้าลิขิตได้นะครับ

บางเรื่องคนลิขิตได้ บางเรื่องคนเราก็ลิขิตไม่ได้ สุดท้ายเนื้อหาทั้งหมดก็อยู่ในเพลงตอนเริ่มเรื่องนั่นแหละครับ

  • ขอบคุณ ทุกความเห็นจากทุกท่านครับ

ข้าพเจ้า ได้ใช้เวลาอ่าน ข้อความหลากหลายความคิด เห็นให้บล๊อกแล้ว

ส่วนตัวผม ยกให้ จูกัดเหลียง ขงเบ้ง เนี่ยละเก่งที่สุด ถ้าถามว่า หาก ขงเบ้ง ไม่ตาย จะรวมรวบแผ่นดินเป็นใหญ่ได้เฉกเช่นสุมาอี้ หรือไม่ ผมขอตอบว่าได้ ด้วยเหตุผม หลากหลายประการ ประการแรก ขงเบ้งเป็น คนที่คำนวน คาดเดาเหตุการณ์เบื้อง ทั้งก่อนและหลัง ได้อย่างสุขุมรอบ คอบ มีเพียงครั้งสุดท้ายที่ทำพิธีต่อ ชีวิต แล้วเกิดการผิดพลาด ผิดแปลกไปจากการคำนวนของ ขงเบ้ง นอกนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะเกิดเหตุูการณ์นอก ควบคุม ขงเบ้ง ก้อจะเปลี่ยน ดีเป็นร้าย เสมอ . . . . ขงเบ้งเป็น ที่ปรึกษาแบบ ที่พยายามควบคุมทุกอย่างมิให้เกิดขึ้น เหนือ ความคาดเดา ยกตัวอย่าง ทุกครั้งที่ มีทูต จากเมืองอื่นมาขอเจราจา ขงเบ้ง จะเตรียมคำพูดไว้ให้เล่าปี่เสมอ ว่าท่านทำอย่าง นี้ อย่างนั้น เพราะหาก ไม่เตรียมคำพูดหรือเตือนให้เล่าปี่ อย่าออกนอกเรื่อง ก็จะเกิดอารมณ์ เฉกเช่นตอนี่เล่าปี่ไปทำสงครามจะเอาเมือง เฉสวน การที่ทำให้การตีเมืองเฉสวน นั้นยากยิ่ง คงเเป็นเพราะ บังทองเป็นที่ปรึกษาแบบ ไม่รอบคอบ ไม่เตือนเล่าปี่ให้ ควบคุม อารมณ์ ความรู้สึก ที่มี จึงเกิดเหตุการณ์ ดังเกล่าว ขึ้น หากขงเบ้งอยู่ด้วยกับเล่าปี่ นั้น ขงเบ้งคงจะพยายามมิให้เล่าปี่ นำอารมณ์มาแสดงจนต้องเกิดศึกกับข้างเมืองเฉสวน ดีร้าย ก้อจะใช้ให้เมืองเสฉวนนั่นละ ไป ตี ทัพของ ซุนกวน แทนโดนอาจจะวางแผนอันแยบคายไว้ เกือบทุกครั้ง

ขงเบ้ง ทำศึกทุกครั้งนั้น ฝ่ายเล่าปี่ นั้นจะเป็นผ่ายเสียกำลังทหาร น้อยเป็นอย่างยิ่ง บางครั้งบางครากับไม่เสีย ทหารเลย ซักคน ด้วย อุบาย นั่งบนภู ดู เสือกัดกัด หรือ อุบายที่หลอก จิวยี่ให้ไปตีเมือง ...? (ขอโทษด้วยครับจำไม่ได้) ที่ฝ่ายขงเบ้งให้จิวยี่ กวนอู และ เตียวหุย ปลอมตัวเป็นทหารโจโฉ รอบไปยึดหัวเมืองต่างๆ สามหัวเมือง โบราณว่า หากทำการรับโดนเสีย กำลังทหารน้อย นับว่า ดีแล้ว แต่ดีที่สุด คือ รบโดน มิต้องเสียกำลังทหาร ขงเบ้งเป็นคนที่ไม่ยอมเสียทหารโดยไม่จำเป็น ครับ

การทำงานแบบขงเบ้ง ต้องโดนใจอย่างที่ผมชอบมากคือ คิดแล้ว มุ่งไปตรง ไปเส้นทางเดียว คือ สังเกตุว่าทุกครั้งที่ ขงเบ้งแนะนำอะไรเล่าปี่ ก็จะบอกให้เล่าปี่ ทำตามแผน ไปเลยแผนเดียว ไม่มีมาให้เล่าปี่ตัดสินใจว่า ท่านเลือกทางนี้ไหม ทางนั้นไหม ต่างกับบังทอง สถานการณ์ คับขัน หน้าเมืองเฉสวน ยังจะมาให้เล่าปี่เลือกแผน ว่าท่านจะทำ เช่นไร โดนมีอยู่ สามทางให้เลือกก นั่นแล จะทำให้โอกาศการทำงาน มีผิดพลาดมากขึ้น และคิดการไปไม่ตลอด

กำลังนั้นอาจจะทำให้ ทหารและประชาชนทั้งหลายมาเป็น พวก ได้ ในเวลาอันสั้น . . .

แต่การซื้อใจนั้น ทำให้ ทหารและประชาชนนั้นรักใคร่ มาเป็น พวก ได้ในระยะยาว แม้จะพ่ายแพ้ ก็มีแต่คนสงสารและ สรรเสริญ

ด้วยเหตุผมที่กล่าวมาบางข้อ ข้าพเจ้าคิดว่า หากขงเบ้ง มิสิ้นบุญ นั้นแล ยังไงคิดว่าคนอย่างขงเบ้ง ก้อ ต้อง รวบรวมแผ่นดิน ได้ ตามมันสมอง ของขงเบ้ง " หากไร้ขงเบ้งแล้ว ไซร่ สามก๊ก คงเป็น นวนิยาย ที่มีแต่ การสู้ด้วยการรู้เท่าทันกันไปหมด คงจะน่าเบื่อพลึก "

ปล.จิวยี่ ท่านรู้รึ ยังว่าทำไม ขงเบ้ง จึงเกิดมา . . . . ขงเบ้งนั้นเกิดมา เพื่อทำให้ นิยาย สามก๊กเล่มนี้เป็นอมตะ

คนที่เก่งที่สุด ผมว่าคือสุมาอี้แหละครับ

สุมาอี้ เยือกเย็น สุขุม อดทนรอเวลาให้ได้จังหวะได้เปรียบก่อน ยอมกล้ำกลืนความอัปยศหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่ยอมให้โจยอยปลดจากตำแหน่งเพราะถูกกลของม้าเจ๊ก พอไปรบขงเบ้ง ก็ play save ท่าเดียว เพราะรู้ว่าชัยภูมิเหนือกว่า ขนาดขงเบ้งส่งชุดชั้นในผู้หญิงไปให้ ยังยิ้มได้ ไม่ยอมออกรบ จนขงเบ้งกระอักเลือดตาย

พอถูกปลดจากแม่ทัพใหญ่ หลังขงเบ้งตาย ก็แกล้งทำเป็นป่วยพูดจากไม่รู้เรื่อง จนสามารถกลับมายึดอำนาจได้

นี่แหละครับ ที่ซุนวู กล่าวไว้ในตำราพิชัยสงครามว่า "ผู้ชนะ ต้องตั้งอยู่ในฐานะไม่แพ้ก่อน และไม่เสียโอกาสให้ผู้อื่นต้องแพ้... ฝ่ายชนะนั้น รู้ว่าชนะก่อนจึงออกรบ แต่ฝ่ายแพ้นั้น (คือพวก) ออกรบก่อนแล้วค่อยคิดว่าจะ(หาทางเอา)ชนะ"

ขงเบ้งเป็นคนเก่งก็จริง แต่เป็นพวกไม่ไว้ใจใครเลย ขงเบ้งตรากตรำทำงานในสนามรบ ขนาดที่ว่า ถ้าคนผิดวินัยที่จะต้องถูกเฆี่ยน 30 ทีขึ้นไป ยังต้องส่งให้ขงเบ้งตรวจก่อน ทำงานหนักจนตายตอนอายุแค่ 54 ปี นี่แสดงให้เห็นว่า ขงเบ้งไม่เห็นคนอื่นในสายตาเลย

พูดถึงความฉลาดหลักแหลม ต้องยกให้ขงเบ้งก็จริง แต่อัจฉริยะที่ไม่มีพรรคพวก และไม่ได้สร้างคนเก่งๆ ขึ้นมารองรับตัวเองเลย จนตัวจะตายแล้วถึงได้ยอมปล่อย "ตำรา" ของตัวเองให้กับเกียงอุย สุดท้าย ก๊กนี้เลยแตกเละเทะก่อนใครเพื่อน

คนอย่างขงเบ้งนี้ ในองค์กรธุรกิจนี่ก็เจอเยอะนะครับ ประเภททำอะไรต้องตัดสินใจคนเดียว ลูกน้องเป็นแค่คนคอยชงข้อมูล หรือคอยส่ง "ไขควง-ตะปู" ให้ คนพวกนี้ไม่ใช่ "นักบริหาร" เป็นแค่ "เสมียนใหญ่" เท่านั้น

ลองเทียบกับเล่าปี่ เล่าปี่นี่ไม่มีอะไรเลย (หมายถึงกลยุทธ์-ความหลักแหลม) แต่อาศัยมีบารมีสั่งสมมานาน แล้วก็วางตัวได้เก่ง ทำให้คนรัก แต่ที่เล่าปี่เหนือกว่าขงเบ้งอย่างเห็นได้ชัด ก็คือเรื่อง การดูคน และการรักษาน้ำใจลูกน้อง เล่าปี่ทำให้ลูกน้องมาตายแทนตัวได้หลายต่อหลายครั้ง ในที่สุดก็ยังสามารถตั้งตัวเป็นฮ่องเต้ได้ ในยุคที่เล่าปี่ได้เสฉวน เลยเป็นยุคเฟื่องฟูที่สุด เพราะมีทั้งทหารเอก, กองทัพขนาดใหญ่, ขุนนางพลเรือน, ที่ปรึกษา, ฯลฯ และก็ไม่ได้วางบทบาทเด่นให้ขงเบ้งคนเดียวด้วย น่าเสียดายแต่ในที่สุด ก็เลี่ยงไม่พ้น self extreme หลังจากได้เป็นฮ่องเต้ ก็เอาแต่ใจตัวเอง ยกทัพไปตีก๊กซุนกวนโดยไม่มีที่ปรึกษา เลยแพ้ยับกลับมา

ผมว่ากรณีของขงเบ้งกับบังทองนั้น หลอกวนจง คงพยายามเปรียบเทียบให้เห็นว่า นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ 2 คน ที่มีความรู้ทัดเทียมกัน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องประสบความสำเร็จเหมือนกัน ถ้ามีองค์ประกอบอื่นๆ ต่างกัน เช่น

ขงเบ้งสุขุมรอบคอบ รู้จักเตรียมตัว ฉลาดในการเจรจา คุยกับซุนกวน โต้ตอบกับพวกปราชญ์ของง่อก๊ก จนซุนกวนยอมรับนับถือ

บังทองบุ่มบาม ไม่มียุทธศาสตร์เลย ไปคุยกับซุนกวน ก็ถูกไล่ออกมา แสดงว่าก่อนจะไปคุย ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ไม่รู้ว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูด ไม่ "อ่าน" ซุนกวนให้ขาด เหมือนขงเบ้ง

ตอนเปิดตัวขงเบ้ง เล่าปี่ไปหาถึง 3 ครั้ง แต่ละครั้ง ก็หลอกล่อไม่ให้พบ แต่ก็กลับเอาพ่อตาบ้าง น้องชายบ้าง มาพูดสรรเสริญตัวเอง จนเล่าปี่เคลิ้ม ไม่เชิญไม่ได้แล้ว (ตอนนั้นเล่าปี่หมดเค้าหน้าตักแล้ว ต้องโซเซไปหาที่พึ่ง)

บังทองเปิดตัวกับเล่าปี่ ตอนที่เล่าปี่ "พร้อม" ทุกอย่างแล้ว ก็กลับไม่ได้ทำให้เล่าปี่ประทับใจอะไร สุดท้ายก็ถูกส่งไปเป็นนายอำเภอ

ตอนเข้าเสฉวน บังทองเสนอให้เล่าปี่ "ฆ่า" เล่าเจี้ยงในงานเลี้ยง พอเล่าปี่ไม่ทำ ก็ยังไปสั่งอุยเอี๋ยน ไปรำกระบี่ จนเกือบได้ซัดกัน ดูแล้วเหมือนบังทองไม่รู้เลยนะครับ ว่าอีกฝ่าย เขาก็มีคนฉลาดทัดเทียม จากนั้น ก็ถูกเล่าปี่ "สอนมวย" เข้าอีก ว่า ที่เล่าปี่ตั้งตัวมาได้ เพราะเล่าปี่ "เย็น" ในขณะที่โจโฉ "ร้อน", โจโฉ "ดุร้าย" ในขณะที่เล่าปี่ "เมตตา", ฯลฯ แสดงว่าอ่านเกมการเมืองไม่ขาด

พอออกรบเข้าจริงๆ ก็ไปตั้งทัพในชัยภูมิอันตราย คืออยู่ใต้เขื่อน จะถูกเปิดเขื่อนท่วมได้ จนมีผู้รู้ฝ่ายเสฉวนมาบอกเล่าปี่ แสดงว่าบังทองไม่ได้ดูรายละเอียดของชัยภูมิ

พอตอนจะตาย ก็วิเคราะห์แผนที่ แล้วก็ยกทัพไปตี ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ใช้กลอุบายอะไรเลย แต่มุ่งจะใช้กำลังทหารเข้าตีหักโหม แถมยังไปเอาม้า "เต็กเล้า" ของเล่าปี่ ไปขี่ ทั้งๆ ที่ม้าตัวนี้ มีหลายคนก็เคยบอกแล้วว่าจะเป็นอันตรายต่อคนขี่ที่ไม่ใช่เจ้าของ แสดงว่าไม่รอบคอบ

ดูตอนขงเบ้งออกรบสิครับ เอาแผนที่มากาง ถ้าไม่มี (อย่างตอนไปรบเบ้งเฮก) ก็ต้องให้คนไปทำแผนที่มา แล้วนั่งวิเคราะห์แผนจนตกผลึก ถึงจะออกรบ

แค่นี้ก็เห็นแล้วนะครับ ว่าจริงๆ แล้ว หลอกวนจง พยายามเปรียบเทียบให้เห็นระหว่างปราชญ์ 2 คนนี้ เอาไว้เป็นบทเรียนคนรุ่นหลัง

272. ท่านบัณฑิต วิเคราะห์ได้เยี่ยมยุทธ ครับ

273-275. นายแมวนี่ก็เป็นนักอ่านและนักวิเคราะห์ชั้นยอดครับ

เห็นด้วยกับการวิเคราะห์ของนายแมวครับ วิเคราะห์ได้เยี่ยม

ขงเบ้งตายเพราะทำงานมากเกินไป

วิเคราะห์ได้แตกฉานจริงๆๆๆๆๆๆ

เรามองที่ผลลัพธ์สุดท้ายกันมากไปรึเปล่า แค่ที่ขงเบ้งรวม3ก๊กไม่ได้ก็ว่าขงเบ้งพูดผิด

ถ้าขงเบ้งไม่มานะบากบั่นเกือบชั่วชีวิต จะยังมีจ๊กก๊กได้เหรอ

ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน....จริง100%!!!!!!!

แต่ถ้าจะให้เปรียบเทียบว่าใครเป็น คนดีที่สุดนั้น.... เราว่าเป็นขงเบ้ง

-ขงเบ้ง...ยอมเสียสละลงจากเขา เพื่อทำให้แผ่นดินที่ปั่นป่วนวุ่นวายนี้สงบลงบ้างอย่างน้อยก็มีแค่สามก๊ก

ชาวบ้านตาดำๆได้อยู่อย่างสันติสุขมากขึ้น(ลองนึกสภาพว่าอยู่ที่ไหนก็ไม่มีความปลอดภัย ย้ายบ้านเป็นสิบๆครั้ง เอ้าอพยพกันอยู่นั่นแหละ ทั้งระเบิด ถูกขูดรีด โจรร้าย อดยาก)

-ขงเบ้ง...รู้จักแยกแยะชั่วดี มีความจงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อเล่าปี่มาก แม้เล่าปี่ตายก็ยังช่วยดูแลเล่าเสี้ยน(ที่ไม่ได้เรื่องได้ราว)ต่อไป( เราไม่นับถือสุมาอี้ที่อยู่กับโจโฉ มีชีวิตอย่างเสแสร้ง ทำงานให้คนที่ไม่ดี)

-ขงเบ้ง...มีความวิริยะอุตสาหะมาก สุมาอี้น่ายกย่อง ที่รู้จักรอคอยโอกาส ก็จริง....แต่เราคิดว่าขงเบ้งน่ายกย่องกว่ามากที่มีความเพียรพยายามเป็นสิบๆๆปีโดยไม่ได้เกียจคร้านลงเลย

เพราะธรรมดาโลกแล้วคนเราย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำ(เกียจคร้าน ลืมตัว)

-ขงเบ้ง...มีความสมะถะใช้ชีวิตเรียบง่าย

-และที่ทำๆเป็นสิบปีนี้ทำเพื่อสร้างราชวงศ์จูกัดก็หาไม่....!!!

นึกแล้วจะรู้เลยว่าขงเบ้งเป็นที่มีความเสียสละมากเพียงใดที่ยอมสละชีวิตสันโดษ ที่ปลอดภัย สุขใจ สบายกายกว่ามาก

เข้ามาเอี่ยวติดบ่วงกรรม ทั้งที่เค้าก็ไม่ได้อยากเป็นฮ่องเต้ แต่มาก็เพื่อทำให้บ้านเมือง ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข มีกษัตริย์ที่ดี

และยังดำเนินชีวิตด้วยสติ เสมอต้นเสมอปลายตราบชั่วชีวิตได้

กลียุคสร้างยอดคน

ผมชอบบังทองนะ

คิดว่าถ้าเล่าปี่ได้บังทองมาก่อน บังทองน่าจะมีบทมากกว่านี้

ตรงที่มีคนบอกว่าบังทองไม่รู้เวลา มัวแต่ให้เล่าปี่เลือกว่าจะยึดเมืองเสฉวนโดยวิธีไหน

ผมคิดว่าบังทองน่าจะฉลาดมาก ที่มันใจว่าวิธีไหนก็สามารถยึดได้ และแต่ละวิธีก็มีอธิบายประกอบด้วยว่า วิธีนี้ จะเป็นแบบนี้

แถมได้มีการพูดคุยกับหัวหน้าด้วย ให้ได้เลือกตัดสินใจ

ต่างจากขงเบ้งบังคับให้มีวิธีเดียว จนเล่าปี่ตอนหลังคิดอะไรไม่เป็นเลย

แล้วที่บังทองตาย ผมว่าก็เป็นเพราะเล่าปี่นั่นหละเรื่องมาก

อ่อ จริงๆ ผมว่าไม่มีใครเก่งกว่ากันหรอกครับ มันอยู่ที่จังหวะ และโอกาสมากกว่า

บางคนอาจจะเก่งมาก แต่ดันพลาด แล้วตายเร็ว เลยไม่มีผลงาน ฮ่าๆๆ

จากเรื่องสามก๊ก การรบในเรื่องนี้ใช้พิชัยยุทธทั้งสิ้น สุมาอี้ไม่มีทางชนะหรอกถ้าไม่รู้ความเป็นไปของจ๊กก๊ก ขงเบ้งจะหลุดลุ่ยกว่านี้ถ้าเปิดเกมรุก ใส่สุมาอี้

รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ยังไม่ถือว่าสุดยอด ชนะโดยไม่รบคือยอดคน

278-285

  • ขอบคุณทุกท่านและทุกความเห็น
  • มีประโยชน์มากครับ

สงสัยคับ...ทำไมโจโฉให้สร้างสุสาน72แห่ง แต่ไม่ให้คนรุ่นหลังรุ้ว่าตัวเองอยุ่สุสารไหน...เพราะอะไรขอรับ....

เวรกรรมตามทันกันในชาตินี้

สุมาอี้หล่อกว่า

สุมาอี้หล่อกว่า

ขั้นตอน-จังหวะ-คม สุมาอี้ดีกว่า

ผมก็ว่าขงเบ้งเก่งจริง แต่ในเฉพาะยุคที่ไม่มีคนฉลาดใกล้เคียง จึงชนะมาตลอด

พอมายุคสุมาอี้นำทัพแล้ว ขงเบ้งนั้นเรียกว่าสะดุกตัวสั่นกันเลยที่เดียว เพราะมีคน

ที่เก่งใกล้เคียวตัวเอง ดังนั้นมายุคหลังๆจะว่าขงเบ้งเก่งคนเดียวนั้นไม่ได้ เพราะสถานการร์มักสร้างวีระบุรุษ สุมาอี๊ ผมถือ ว่าเป็นวีระชนคนกล้า คนหนึ่ง

แถมสั่งสอนลูกหลานดีด้วย ดีจนสามรถกลืนกินและชนะได้ทุกก๊ก ต่างจากขงเบ้งนั้น

ไม่ได้สอนเด็กรุ่นหลังๆเลย มัวเอาเวลาไปทำการทหารอย่างเดียว ก๊กตัวเองนั้นคนไม่

มีคุณภาพพึ่งพา อะไรไม่ได้เลย ถึงเอาเกียงอุยมาสอนอย่างไรก็ไม่ได้ดีอะไรผมเห็น

ยงไปตีเค้ากี่ครั้งก็แพ้ พูดแล้วช่างน่าอนาจใจ เด็กๆในเสฉวน เกิดมาไร้ความสามารถทั้งนั้น เพราะผู้ใหญ่ไม่สนใจ ปลูกฝังความรู้กัน

  • น่าคิดครับ คุณ rinkoe
  • ผมคิดว่าน่าจะเหมือนกับระบบการศึกษาของไทยในปัจจุบันเลย..อิอิ

เหมือนอย่างที่หลายท่านว่านะครับ ว่าเป็นเรื่องของจังหวะและโอกาส สุมาอี้นั้นเป็นยอดคนที่สามารถอดทนรอโอกาสที่จะมาถึงตนได้ แต่ขงเบ้งนั้นเป็นผู้สร้างโอกาสขึ้นมาด้วยตนเอง ขงเบ้งไม่เคยรอให้โอกาสมาถึงแต่แสวงหาโอกาส วางแผนสร้างโอกาสให้เกิดกับตนเอง จนทำให้เล่าปี่ยิ่งใหญ่ได้แม้โอกาสต่างๆไม่อำนวยให้ ส่วนสุมาอี้นั้นเหมือนโอกาสจะเป็นใจเข้ามาเกื้อหนุนอยู่เสมอในยามตกต่ำหรือเข้าตาจน ถ้าผมมองแล้วผมมองว่าขงเบ้งเหนือกว่าเพราะสร้างทุกอย่างด้วยมืออย่างแท้จริง แต่สุมาอี้ความสำเร็จนั้นเริ่มมาจากโอกาสที่มักมีผู้หยิบยื่นให้เสมอ และไม่อาจคาดเดาเหตุการณ์ได้ทะลุอย่างขงเบ้ง ทำให้แผนการสุมาอี้ไม่ซับซ้อนเหมือนขงเบ้ง แต่สุมาอี้เหนือกว่าขงเบ้งตรงความทะเยอทะยานที่มากกว่า ความทะเยอทะยานจึงเป็นตัวผลักดันให้สุมาอี้ประสบความสำเร็จในท้ายที่สุด แต่ขงเบ้งนั้นเพียงทำหน้าที่ของตนเองตามที่ได้รับปากเล่าปี่ไว้เท่านั้น หากขงเบ้งมีความทะเยอทะยานเหมือนสุมาอี้ ชิงแผ่นดินเล่าเซี่ยน แล้วค่อยวางแผนยึดก๊กอื่นๆ ก็ไม่แน่ว่าผู้ชนะจะเป็นสุมาอี้หรือไม่ เพราะหากขงเบ้งได้เป็นใหญ่ก็ไม่ขัดกับมติฟ้าที่ต้องการให้ราชวงศ์ฮั่นล่มสลายอีกด้วย ขงเบ้งก็อาจไม่อายุสั้นอย่างที่เป็น

ทุกท่านมีเหตุผลสนับสนุนที่ดีครับ ความคิดเห็นต่างๆล้วนไม่มีถูกผิด แต่ผมเชื่อในคำกล่าวที่ว่า "ตาเห็นในสิ่งที่ใจเลือก" ครับ รักใครชอบใครก็เป็นสิทธิ์นะครับ ดีๆครับที่มีความเห็นหลากหลายขอบพระคุณครับที่มีเรื่องดีๆให้อ่าน

จังหวะว่ากำลังเปิดหาข้อมูลเลยมาเจอและได้ลองอ่านความคิดเห็นของแต่ล่ะคนจนอ่านแล้วเริ่มคิดว่าเริ่มจะเถียงกันที่ว่า"ใครเก่งกว่าใคร"จริงๆแล้วผมว่ามันก็อยู่องค์ประกอบหลายๆอย่างนะครับ โอกาส จังหวะเวลา สภาพแวดล้อม ทรัพยากร

และอะไรหลายๆอย่างถ้าจะมาวัดที่ใครคนใดคนนึงอย่างเดียวผมว่ามันคงไม่ถูกเท่าไหร่ผมว่าบรรดาคนรักสุมาอี้ หรือ คนรักขงเบ้ง ลองมาดูองค์ประกอบและปัจจัยที่อยู่รอบกายของบุคคลทั้ง 2 ดูก่อนไหมครับ!? ถ้าจะวัดว่าใครเก่งกว่าใคร จะมาเถียงกันว่าใครเก่งกว่าใครนั้นผมว่าทั้ง2ท่านเค้าก็เก่งทั้ง2ท่านแหละครับ สุมาอี้ก็รู้ว่าควรจะทำอย่างไรถ้าขงเบ้งยกทัพมา,ขงเบ้งเองก็รู้ว่าจะทำอย่างไรเวลาที่ต้องถอยทัพ แต่!!!ชีวิตคนเรามันเหมือนกันหรือเท่ากันหรือเปล่าก็เปล่าถ้าชีวิตคนเรามันเหมือนป่านนี้ก็นัดเวลาที่จะตายพร้อมกันได้แล้วล่ะครับบางคนเมื่อถึงที่ตายยังไงก็ต้องตายบางคนดวงจะเกิดมายิ่งใหญ่ยังไงเค้าก็หาทางจนได้บุญวาสนาคนเรามันไม่เท่ากันหรอกครับก็คล้ายๆกับ หลิวปังกับเซี่ยงอี่ สุดท้ายหลิวปังก็ได้ตั้งราชวงศ์ฮั่น

ในกรณีสุมาอี้นั้นดวงตระกูลเค้าจะได้มาเป็นฮ่องเต้จะทำอย่างไรมันก็ต้องเป็นแบบนั้นเรื่องมันก็แค่นี้แหละครับ

อย่ามาเถียงกันเลยว่าใครเก่งกว่าใครแต่ล่ะคนมันก็มีทั้งดีและไม่ดี(ขอยกอีกตัวอย่างบ้างท่านในนี้ฝันอยากเป็นนักบินถามหน่อยว่าความฝันอยากเป็นนักบินนั้นจะมีสักกี่คนที่จะได้เป็นมันก็อาจจะอยู่ที่ว่าใครจะทำหรือไม่ทำให้เป็นจริงแต่คนที่เลือกจะทำเค้าจะสำเร็จสักกี่คน?)"ถ้าจะมัวแต่เถียงกันว่าใครเก่งกว่าใครผมว่าเอาเวลามานั่งวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของแต่ล่ะคนมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันของตัวเองดีกว่าไหม?"ไม่ใช้แค่2ท่านนี้ด้วยซ้ำ จูล่ง กวนอู โจโฉ เตียวหุย และอีกหลายคนที่พวกท่านลืมไปในช่วงต้นสามก็ก อย่าง กุยแก ซุนฮก เป็นต้น ฝากไว้ให้คิดกันครับ

เอาง่ายๆเลยนะครับ ก่อนอื่นผมจะไม่พูดถึงเรื่องความจงรักภักดีต่อราชวงศ์ฮั่นและเรื่องของกลศึก เพราะผมว่าขงเบ้งเก่งกว่าสุมาอี้ด้านกลยุทธ์ (ไม่มาก) แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้น นอกนั้นทุกเรื่องสุมาอี้เก่งกว่าหมด ไม่ว่าจะ

1. ในเรื่องของการบริหารจัดการกองทัพ และเรื่องการคัดคน

ขงเบ้งเป็นรองสุมาอี้อย่างเห็นได้ชัด จะเห็นได้ว่าขงเบ้งเป็นคนที่ชอบใช้งานแม่ทัพโดยการดูโหงวเฮ้งเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการรับสมัครคนเข้ามาเป็นแม่ทัพ หรือตำแหน่งสำคัญในการบริหารบ้านเมือง ก็มักจะชอบตัดสินจากความชอบส่วนตัว คือ ถ้าใครโหงวโอ้งไม่ถูกใจพี่ขงเบ้งแก แกไม่เอาเลย เอาง่ายๆ ลองดูกรณีอุยเอี๋ยนเป็นตัวอย่างนะครับ

ขณะที่สุมาอี้รู้ดีว่า การจะทำให้บ้านเมืองอยู่ในความปกครองได้นั้น ต้องรู้จักคัดคนที่มีความสามารถ เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจนะครับว่าทำไมช่วงท้ายๆ ทางฝ่ายจ๊กก๊กถึงไม่มีแม่ทัพหรือกุนซือ ที่เก่งๆเลย ไม่ใช่ว่าคนเก่งไม่มี คนเก่งน่ะมีอยู่เสมอแต่ไม่มีโอกาสได้เข้ามาทำงานโชว์ความสามารถครับก็ด้วยเพราะการถูกใจไม่ถูกใจส่วนตัวของขงเบ้งเอง

2. ในเรื่องของการรู้จักประมาณตนเอง และการใจเย็น สุขุม

ในเรื่องนี้ไม่ต้องงงนะครับว่าทำไมสุมาอี้ถึงไม่กล้าทำอะไรขงเบ้งมาก ไม่กล้ายกทัพออกมาประจันหน้า นั่นก็เพราะว่าสุมาอี้เป็นคนที่รู้จักประมาณตนเองไงครับ ถ้ายังไม่มีโอกาสให้ฉกฉวยจริงๆก็จะยังไม่ลงมือ ตรงจุดนี้สุมาอี้เหนือกว่ามาก ในเรื่องของการอดทน การใจเย็นสุขุม รอโอกาส ถ้าเปรียบกับการจีบสาว ขงเบ้ง ก็เป็นผู้ชายที่เข้าไปจีบหญิงตรงๆ ไม่ต้องดูสถานการณ์ แต่สุมาอี้ ก็คงเป็นผู้ชายที่สุขุม รอโอกาสเหมาะๆแล้วค่อยจู่โจมสาว

3. ในเรื่องของการรักษาสุขภาพของตนเอง

ขงเบ้ง ด้อยกว่าสิ้นเชิง ขงเบ้ง เป็นคนไม่ชอบปล่อยวางแม้กระทั่งเรื่องการจัดงานในเรื่องเล็กๆน้อยๆ แทนที่ถ้าเป็นเรื่องหยุมหยิมน่าจะมอบงานให้คนอื่นทำบ้าง แต่นี่ตัวเองก็ยังจะทำคนเดียวทั้งหมด จนไม่ค่อยได้พักผ่อนเป็นการฝืนร่างกาย จนทำให้สุขภาพย่ำแย่

ในขณะที่สุมาอี้ เป็นคนที่สบายๆ รู้ว่าตัวคนเดียวไม่อาจจัดการทำการใหญ่ได้ เลยรู้จักแบ่งหน้าที่ให้ลูกน้องทำ และสุมาอี้เองก็ไม่ได้มุ่งมั่นที่จะเอาชนะมากไปจนต้องคิดมากวิตก แต่กลับดำรงตนอย่างสบายๆ ทำเฉพาะเรื่องใหญ่ และพักผ่อนอย่างเพียงพอ จนเป็นหนึ่งในตัวละครสามก๊กที่อายุยืนที่สุด

4. ในเรื่องของการอบรมสั่งสอนบุตรของตน

ขงเบ้ง ลูกของขงเบ้งมีคนไหนบ้างล่ะครับที่เก่งกาจ??? และเล่าปี่ก็เช่นกันเล่าเสี้ยนได้เรื่องมั้ย??? นี่ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าอบรมลูกของตนไม่ได้ดีเลย

ในขณะที่ลูกชายของสุมาอี้ คือ สุมาสู และสุมาเจียวนั้น ต่างก็ฉลาดและเก่งกาจไม่แพ้ผู้เป็นพ่อเลย รวมถึงสุมาเอี๋ยนผู้เป็นหลานด้วย ถ้าไม่ใช่การอบรมสั่งสอนที่ดีทั้งเรื่องไหวพริบและกลยุท จะมีหรือที่ลูกหลานของตนจะได้ขึ้นมาผงาดในแผ่นดินได้ แม้ว่าเรื่องราวของราชวงศ์ของสุมาเอี๋ยนต่อจากนี้จะไม่ค่อยโสภานักก็เถอะ แต่ก็ถือว่าได้คำตอบแล้วนะครับว่าขงเบ้ง และสุมาอี้ ใครล้มเหลวในเรื่องใดบ้าง

เพิ่มเติมครับ

แต่ที่แน่นอนที่สุด กุนซือที่เก่งที่สุดผมว่าไม่ใช่ ขงเบ้ง ซุยเป๋ง ชีซี สุมาเต๊กโช บังทอง สุมาอี้ จิวยี่ ลกซุน กุยแก แต่อย่างใดเลย กุนซือที่เก่งกาจที่สุดแม้จะเป็นช่วงสั้นๆ ผมว่า กาเซี่ยง เก่งสุดในสามก๊กครับ

อยากร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยครับ

หากถามว่า สุมาอี้ กับ ขงเบ้ง ใครเก่งกว่ากัน ?

เมื่อพิจารณาทุกองค์ประกอบแล้วขอตอบได้เลยว่า ขงเบ้ง เก่งกว่า เหนือกว่า สุมาอี้ มากมายนัก เพียงแต่ตรากตรำทำงานหนัก จึงสิ้นอายุขัยก่อนวัยอันควร ขงเบ้งนั้นได้ช่วยเล่าปี่ ก่อร่างสร้างตัวจากเจ้าเมืองเล็กๆจนสถาปนาขึ้นเป็นถึงพระเจ้าเล่าปี่ องค์ฮ่องเต้แห่งอาณาจักรจกก๊ก ปกครองเมืองเสฉวน ซึ่งเป็นก๊กหนึ่งในสามก๊ก ส่วนสุมาอี้เป็นเพียงขุนนางอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของอาณาจักรวุยก๊กของโจโฉและเป็นพวกฉกฉวยโอกาสในขณะที่วุยก๊กมีองค์ฮ่องเต้ที่อ่อนแออย่างพระเจ้าโจยอย เท่านั้นเอง

ผมว่าแต่ละคนเก่งกันไปในแต่ละตอนแต่ละฉาก ความเก่ง่ความฉลาดไม่ค่อยจะคงที่ บางที่ดูเหมือนเป็นคนละคนกัน ขงเบ้งนั้นเก่งมากเวลาวางแผนการรบมักวางแผนด้วยตนเองเสมอ วางแผนแต่ละครั้งมักศึกษาปัจจัยแวดล้อมหรือยุทธศาสตร์ก่อนเสมอ แต่วันดีคืนดี กลับส่งม้าเจ๊กไปดูแลจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างเกเต๋ง ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญซึ่งเป็นทั้งทางถอยและขนส่งเสบียง ซึ่งขงเบ้งก็ไม่ไว้ใจม้าเจ๊กเท่าใดนัก แต่ก็อนุญาตให้ทำ และที่สำคัญไม่บอกว่าให้ดำเนินการอย่างไร ซึ่งขัดกับอุปนิสัยของขงเบ้งที่วางแผนต้องรอบคอบเสมอ พยายามลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด ซึ่งยุทธศาสตร์เกเต๋งนั้นขงเบ้งย่องรู้ว่าเป็นอย่างไร ควรตั้งค่ายอย่างไร ที่ผ่านมาเวลาขงเบ้งมักใช้การยิ่งคำถามว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้แบบนั้นต้องทำอย่างไร แล้วให้อีกฝ่ายตอบคำถามมา หากไม่ถูกต้องก็จะแก้ไขให้ แต่ครั้งนี้เหมือนไม่ใช่ขงเบ้งคนเดิม ไม่ไว้วางใจ แต่ใช้ให้ทำงาน แล้วไม่วางแผนให้ด้วย หรืออาจเป็นวรรณกรรมทำให้บางครั้งขาดความสมจริงในบางฉากบางตอน ทำให้ความเก่งกาจ กลับลดน้อยลง ส่งให้อีกฝ่ายดูเด่นขึ้นมา


ผมว่า หลอกว้านจง เก่งที่สุด ที่รวบรวมเรื่ิองราว บางครั้งก็เอียง ที่2 สุมาเต็กโช ((กุยแกตายเร็วไปหน่อย)) ที่3 สุมาอี้

ขอแก้เรื่องซุนกวนพึ่งบารมีพ่อกับพี่ชายหน่อย

การที่ซุนกวนอายุแค่ 18 แต่ซุนเซ็กไว้ใจให้ทำหน้าที่แทนตนเองต่อแสดงว่าเค้าไม่ธรรมดา คนแบบซุนกวนในสายตาของดิฉันเป็นยอดนักปกครอง ซึ่งคนแบบนี้เหมาะสมมากที่จะเป็นผู้นำในสมัยนี้ ก่อนการศึกที่ผาแดง กังตั๋งมีแต่ความแตกแยก มีทั้งคนที่อยากสู้กับคนที่อยากยอม วุ่นวายสับสน เรื่องทำศึกไม่ต้องพูดถึง แต่ใครจะเชื่อผู้ชายอายุ 18 คนนี้ สามารถทำให้ทุกคนปรองดองกัน และรวมใจเป็นหนึ่งต้านศัตรูจนได้รับชัยชนะอย่างสวยงาม

ขนาดโจโฉ ยังเคยออกปากชมว่าถ้ามีลูกต้องให้ได้อย่างซุนกวน

ใครบอกว่าซุนกวนพึ่งบารมีพ่อ พี่ชาย ลองคิดเล่นๆ ตอนที่เราอายุ 18 แล้วต้องแบกภาระใหญ่หลวงขนาดนั้น เราจะทำได้อย่างเขาหรือไม่

http://www.vcharkarn.com/vcafe/168196

"อ่านใจเขาให้ออก ค้นพบตัวเราให้เจอ"  แพ้ชนะตัดสินกันตรงจุดนี้ครับ (อ้างอิงจากคำสอนของซุนวูนะครับ)

ตัวอย่างเช่น

ถ้าเราไม่รู้ใจพระพุทธเจ้า ว่าท่านคิดแบบไหน เพื่ออะไร

แล้วตัวเรา กำลังค้นหาอะไร และเพื่ออะไร

มันก็ไม่มีประโยชน์ที่เราจะมานั่งไหว้พระทุกๆวันจริงไหมครับ

นอกเรื่องไปนิด  แต่ขงเบ้งกะสุมาอี้ใครเก่งกว่ากันลองไปอ่านในเวปข้างต้นดูดีกว่าครับ


ตอบด้วยคนนะครับทุกคนลืมกาเซี่ยงไปได้ไงสุมาอี้ ขงเบ้ง เคยวางแผนผิดพลาดทุกคนแต่ในสามก๊กมีกาเซี่ยงคนเดียวที่วางแผนแล้วไม่เคยพลาดตามความเห็นของผมกาเซี่ยงยอดเยี่ยมที่สุด

http://www.youtube.com/watch?v=JxjTBBXem-Y

ขงเบ้ง – ปณิธานเพื่อบ้านเมือง

สุมาอี้ – ปณิธานเพื่อวงศ์ตระกูล

สรุปฟ้าดินฉลาดสุดใครก็ไม่อาจฝืน555…555

อ่านให้ข้อคิด ดีๆแล้วแต่สติปัญญาใครจะกลั่นกรองรู้ว่าใครกันแน่นที่เก่งที่สุด ผมมองว่าโจโฉเก่งที่สุด เอาแต่ตัวละครสำศัญนะ สุมาเต๊กโชว์กะ อาจจะเป็นชิ๋นซี๋ฮ๋องบอกแต่งให้ว่ามีคนในตระกูลเป็นอาจารย์ ขงเบ้ง ที่ผมมองโจโฉฉลาดเพราะเขาใช้คนเป็น ต่างจากขงเบ้งที่เก่งแต่ใจอ่อน ขาดข้อนี้ละ

อยากให้ทุกท่านได้อ่านของเรืองวิทยา ฉบับคนขายชาติ ตัวอักษรของเขาทำให้จินตภาพชัดเจนขึ้นมาก อาจทำให้บางมุมที่คาใจ ได้คำตอบขึ้นมาก็ได้ ลองดูนะคะ (ถ้ายังไม่เบื่อกันซะก่อน

ส่วนผมนะ ผมว่าถ้า ขงเบ้ง ไปอยู่กับ ซุนกวน ผมว่ารวมแผ่นดินได้

คือ อยู่กับเล่าปี่ ขงเบ้ง ไม่กล้าขัดใจ

สุมาเต็กโชได้แต่มองและคาดเดาเหมือนเป็นหมอดูแต่ไม่มีตอนไหนที่แสดงฝีมือในทางปฏิบัติจริงอย่างชัดเจนเหมือนคนวิพากษ์การเมืองแต่ไม่ได้ทำย่อมมีโอกาสถูกแลผิดแต่เมื่อได้ปฏิบัติจริงกับบริบทตอนเกิดเหตุจริงสุมาเต็กโชอาจไม่เป็นท่าก็ได้เอามาเปรียบเทียบความเก่งกันมิได้ แต่ขงเบ้งคิดกลยุทธ์แก้ปัญหาได้แยบยลจนเห็นความหลักแหลม ทำงานโหมหนักเสียสลุะเพื่อบ้านเมืองจนไม่ห่วงใยสุขภาพ ลืมดูดวงตนเอง ส่วนสุมาเต็กโช คงนั่งมองดูดวงชะตาของขงเบ้งและดวงชะตาของเล่าปี่ด้วยปัจจัยต่างๆและทำนาย


คนเก่งที่สุดคือผู้แต่งสามก๊กครับกุมชะตาทุกตัวทุกฉากจริงบ้างไม่จริงบ้างครับ

เห็นด้วยทุกความคิดเห็นครับ เป็นไปได้ ไม่ถูก ไม่ผิดครับ

ในสามก๊กมีคนเก่งหลายคน...ขาดแต่เจ้านายที่เก่งกาจ...อ้วนเสี้ยวมีคนเก่งๆ อยู่หลายคนก็ยังต้องแพ้เพราะฐิถิตัวเอง ลิโป้รบเก่งที่สุดแต่เบาปัญญา ซุนกวนรวมคนเก่งตั้งแต่รุ่นพ่อ รุ่นพี่ โจโฉใช้คนเป็นรอบรู้ มีประสบการณ์ เล่าปี่มีทหารเสือมีขงเบ้ง...ในพงศาวดารจะเหลือเชื่อเกินจริง หรืออย่างไร สุดท้ายทุกคนก็แพ้สังขาร...สุมาอี้ขึ้นมาได้เพราะโอกาสอำนวย....ถ้าสุมาอี้มาแก้ปัญหาตั้งแต่ช่วง 10 ขันทีครองเมือง ผลก็คงไม่ออกมาแบบนี้ แต่ขณะที่บ้านเมืองแบ่งเป็น 3 ฝ่ายชัดเจนก็รู้ว่าจะรบกับใคร...วุ่ยก๊กมีรากฐานการปกครองจากโจโฉมาดี...ง่อก๊กนับเป็นดินแดนทางใต้ของจีนในสมัยนั้นซึ่งถ้านับเป็นดินแดนของจีนมักพูดถึงลุ่มน้ำฮวงโห ง่อก็กเลยอยู่สบายไม่ค่อยโดนใครรุกราน ความเสื่อมจึงมาเยือน...จ๊กก๊กเริ่มแรกทำศึกทางใต้ ต่อมาทำศึกทางเหนือ ตลอดช่วงชีวิตขงเบ้งทำศึกตลอดเวลา มาเสียตอนที่เล่าปี่จะแก้แค้นให้กวนอู พอขาดเล่าปี่ไป กรรมเลยมาลงที่ขงเบ้ง

สุดท้ายใครเก่งกว่ากัน...ผมว่าบอกไม่ได้หรอกเพราะ 3 คน 3 ช่วงเวลา หลายปัจจัย หลายเงื่อนไข...สรุปคือ วุ่ยก๊ก มีรากฐานการปกครองที่ดีกว่า สุมาอี้เลยคว้าชัย

ท่าน yyy วิเคราะห์ได้เยี่ยมครับ

ผมขอแสดงความเห็นด้วยคนนะครับ เรื่องของสุมาเต็กโชนั้นเขาอาจจะเก่งกว่าขงเบ้งบังทอง สุมาอี้ แต่เขาไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยยยกเขาออกไป1คน ส่วนขงเบ้งกับบังทองนั้นต้องบอกว่าอาจสูสีเรื่องตำราพิชัยสงครามแต่การวางแผนและความรอบคอบสู้ขงเบ้งไม่ได้เลย ส่วยคู่ขงเบ้งกับสุมาอี้นั้น สองคนนี้อาจจะเป็นมวยถูกคู่เขาอาจเสมอกันแต่จังหวะและเวลาของสุมาอี้ดีกว่าอีกทั้งเรื่องวิสัยทัศน์ขงเบ้งเขาจะจัดการทุกอย่างคนเดียวเป็นส่วนใหญ่แล้วก็ออกคำสั่งแต่ทางสุมาอี้เขารุ้จักเลือกใช้คนให้ตรงกับงานเลยททำให้เขาเครียดน้อยกว่าขงเบ้งในส่วนนี้ทำให้สุมาอี้ได้เปรียบแต่ถ้าวัดกันเรื่องความฉลาดนั้นน่าจะพอๆกันตามที่ผมเคยอ่านขงเบ้งแพ้ให้สุมาอี้จึงวางแผนให้โจโฉขับไล่สุมาอี้ตรงนี้ดูเหมือนขงเบ้งจะเป็นฝ่ายชนะแต่ไม่ใช่เลยในทางกลับกันสุมาอี้หลังจากโดนโจโฉขับไล่เขาก็ไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนกลับใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเหมือนกับเขารู้อยู่แล้วว่ายังไงซะโจโฉก็ต้องตามเขากลับไปเพื่อสู้กับขงเบ้งแล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ พอสุมาอี้กลับมาขงเบ้งก็ถึงกับเหงื่อตกอีกครั้ง ส่วนนี้จึงทำให้ผมคิดว่าถึงเขาสองคนอาจฉลาดเท่าๆกันแต่ขงเบ้งกลับกลัวสุมาอี้ อีกอย่างนึงเหมือนที่บางท่านได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่าขงเบ้งเขาจะเอาตัวเองเป็นศูนนย์กลางจึงทำให้เขาแบกรับทุกอย่าวเอาไว้ทั้งหมดและทำงานภายใต้ความกดดัน แต่ทางสุมาอี้เขาเลือกใช้คนของโจโฉทำงานให้จะแพ้หรือชนะเขาก็ไม่เสียหายอะไรแต่เขาไม่ต้องมานั่งกดดันเหมือนขงเบ้ง นอกจากที่ว่าไปก้อมีเรื่องเวลา จังหวะ และโชคชะตาเจ้ามาเกี่ยว พูดง่ายๆเหมือนทางสุมาอี้เขาดวงดีบวกกับสติปัญญาที่มัเลยชนะศึกไป แต่ที่สุมาอี้เหนือกว่าขงเบ้งจริงๆคือเขารู้จักมองการไกลกว่าขงเบ้งเขาวางรากฐานต่างๆไว้เพื่อให้คนที่มาสานต่อทำงานต่อไปได้สะดวกหากเขาต้องตายก้อจะมีคนที่เก่งพอจะมาแทนเขาได้ แต่ทางขงเบ้งมีแต่ตัวคนเดียวมาคิดได้ทีหลังตะให้เดียงอุยสืบต่อก็ไม่ทันเสียแล้ว ความเห็นของผมก้อมีเท่านี้ล่ะครับขอบคุณสำหรับความเห็นต่างๆที่ทำให้รู้เรื่องอะไรหลายๆอย่างครับ

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น