บิดาแห่งการศึกษายุคใหม่ของโลกคือคอมีเนียส

บทความชุดนักการศึกษาโลกเรื่องที่ 1
จอห์น อมอส คอมีเนียส (John Amos Comenius): บิดาของการศึกษายุคใหม่


เฉลิมลาภ ทองอาจ

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม
คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



              เมื่อกล่าวถึงคำว่า “นักการศึกษา” (educator) หลายคนก็อาจนึกไปถึงคณาจารย์ผู้ปฏิบัติ  การสอนในมหาวิทยาลัย ด้านศึกษาศาสตร์บ้าง ด้านครุศาสตร์บ้าง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว คำว่า  นักการศึกษา หมายถึง บุคคลที่สนใจศึกษาและนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้และการพัฒนามนุษย์ การเรียกขานผู้ใดผู้หนึ่งว่านักการศึกษานั้น จึงจำเป็นจะต้องแน่ชัดว่า เขาผู้นั้นเป็นผู้ให้ความสำคัญต่อ  การเรียนรู้ของเด็ก หรือของเพื่อนมนุษย์มากกว่าสิ่งใด และที่สำคัญ เขาจะต้องเป็นผู้ที่มีความหาญกล้า   ที่จะลุกขึ้นมาบอกกล่าวถึงปัญหาของการศึกษาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และแนวทางการพัฒนาที่ควรจะเป็นต่อไปในอนาคต  ซึ่งบุคคลแรกที่บุคลากรด้านการศึกษาทุกคนควรจะรู้จัก และเรียนรู้แนวคิดของเขา คือ นักการศึกษาที่มีนามว่า จอห์น อมอส คอมีเนียส (John Amos Comenius) ผู้ถือว่า  เป็นบิดาของการศึกษายุคใหม่ 





Comenius (1592–1670)


               คอมีเนียส เกิดในปี ค.ศ. 1592 ณ เมืองที่ชื่อว่า  “Nivnice” ซึ่งอยู่ในเขตสาธารณรัฐเชคในปัจจุบัน เขาเป็นกำพร้าแต่เด็กและได้รับการอุปถัมภ์จากป้า อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้รับการศึกษาทางด้านศาสนาและในที่สุดก็ได้เป็นผู้นำของกลุ่มผู้นับถือศาสนาคริตส์นิกายโปรเตสแตนต์ โดยดำรงตำแหน่งเป็นสังฆราช (บิชอบ) ของโบสถ์กลุ่ม  Unity of the Brethren ต่อมาเมื่อเกิดสงครามศาสนาระหว่างนิกายคาทอลิกและโปรเตสแตนต์ ที่เรียกว่า “สงคราม 30 ปี” (Thirty Years' War) ในระหว่างปี ค.ศ. 1618–1648  คอมีเนียสได้อพยพไปอยู่ที่โปแลนด์ และอีกหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ ปรัสเซีย ฮังการี และเนเธอร์แลนด์  ระหว่างการเดินทางไปยังดินแดนต่างๆ  เขาได้เผยแพร่แนวคิดเกี่ยวกับการศึกษา อันเป็นแนวคิดเกี่ยวกับสภาวะแห่ง  ความเป็นเด็ก และการศึกษาที่เด็กควรได้รับ ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในแนวคิดด้านการศึกษา  อบรมกระแสหลักยุคนั้น 


                ช่วงศตวรรษที่  17 นี้เอง  ที่คอมีเนียสได้เสนอปรัชญาการศึกษาเรียกว่าปรัชญา “pansophism” (universal wisdom)  ซึ่งหมายถึง “ปัญญาอันเป็นสากล” มุ่งเน้นนำเสนอว่า มนุษย์ทุกคน ทุกเพศ ทุกสภาพและทุกเงื่อนไข สามารถที่จะมีความรู้หรือการศึกษา เพื่อเสริมสร้างความเป็นมนุษย์ ผู้มีเหตุผล คุณธรรมและความสุข เพื่อดำรงอยู่ในโลกอย่างสันติสุข แนวคิดดังกล่าวแตกต่างจากแนวคิดเกี่ยวกับการศึกษาดั้งเดิม ซึ่งมีความเชื่อว่า มนุษย์เกิดมาพร้อมกับบาปและควรได้รับการขัดเกลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านศีลธรรมจรรยา ในทางตรงกันข้าม คอมีเนียสเห็นว่า  เป้าหมายของการศึกษา ควรเป็นไปเพื่อสนองตอบต่อการเติบโตและพัฒนาการตามธรรมชาติของเด็ก อันจะนำไปสู่การสร้างสันติและความเข้าใจในชีวิต เขาจึงเน้นให้ครูให้ความสำคัญต่อ “ความรู้สึก” ของเด็ก มากกว่าจะการสอนให้ท่องจำความรู้ ซึ่งไม่ได้สัมพันธ์กับชีวิตและเป็นความรู้ที่มิได้ปรากฏอยู่จริงด้วย  เนื่องจากเขาเชื่อว่า ความรู้ที่แท้จริงย่อมพบได้ในสิ่งที่ปรากฏในโลกแห่งความเป็นจริงเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ การเรียนรู้จึงเกิดจากการได้รับประสบการณ์ตรง  ซึ่งจุดนี้แอง ถือว่าเป็น  การแผ้วถางและบุกเบิกความคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของเด็ก อันส่งอิทธิพลต่อนักการศึกษาในยุคต่อมา


                  ครูผู้สอนตามแนวคิดของคอมีเนียส ควรจะเป็นผู้ที่มีความรู้สึกเข้าใจและใส่ใจความรู้สึกของเด็ก  เห็นว่าเด็กนั้น มิใช่ผู้มีกำเนิดมาพร้อมความชั่วช้าเลวทราม แต่เป็นผู้ที่สามารถจะพัฒนาและเติมเต็มชีวิตของตนเองให้สมบูรณ์ได้ ครูควรงดเว้นจากการใช้แต่การลงโทษมาเป็นผู้สร้างห้องเรียนแห่งความสุข  ที่เด็กทุกคนมีความพร้อมในการเรียน และสามารถที่จะเรียนอย่างกระตือรือร้น เนื้อหาหรือสาระความรู้ที่จะให้แก่เด็กนั้น ก็ควรได้รับการจัดการให้มีขนาด และโครงสร้างของการนำเสนอที่สอดคล้องกับวัยและพัฒนาของเด็ก โดยเริ่มจากการจัดเนื้อหาจากง่ายไปยาก จากพื้นฐานไปสู่ซับซ้อนขึ้นเป็นต้น นอกจากนี้ ควรนำเสนอข้อมูลในรูปแบบภาพมากกว่าข้อความ เพื่อให้เด็กเกิดความสนใจและเข้าใจภาพรวมของข้อมูลที่กำลังศึกษา  ทั้งนี้ สามารถสรุปหลักการจัดการเรียนการสอนของคอมีเนียสได้ว่า  ครูผู้สอนควรสอนมโนทัศน์จากการใช้วัตถุหรือรูปภาพ จัดเรียงเนื้อหาและประสบการณ์อย่างเป็นลำดับ พัฒนาจากจุดเล็กๆ ไปสู่จุดใหญ่อย่างเป็นขั้นเป็นตอน เน้นการเชื่อมโยงเนื้อหาบทเรียนกับการดำเนินชีวิตประจำวันของเด็ก  และสร้างเสริมความตระหนักว่า มนุษย์และทุกสรรพสิ่งประกอบรวมกันขึ้นเป็นจักรวาล และที่สำคัญที่สุดคือ ก่อนการจัดการเรียนการสอนต้องคำนึงถึงความพร้อมของเด็กเป็นสำคัญ


                    แนวคิดการศึกษาหรือปัญญาอันเป็นสากลของคอมีเนียส เป็นนวัตกรรมด้านแนวคิดที่โดดเด่นในศตวรรษที่ 17 เพราะสมัยนั้น เด็กผู้หญิงไม่มีโอกาสได้รับการศึกษา และต่อมาในปี ค.ศ. 1658 เขาก็ได้ริเริ่มจัดทำหนังสือเรียนที่มีรูปภาพประกอบเป็นครั้งแรก อันเป็นจุดเริ่มต้นของสื่อการเรียนการสอน นอกจากนี้ แนวคิดในหนังสือเล่มสำคัญของเขาคือ “The Great Didactic” ที่เขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1632 นั้น ถือว่าเป็นคู่มือสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา แนวคิดสำคัญที่นำเสนอในหนังสือเล่มนี้ คือ การศึกษาและการเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นในมนุษย์ทุกคน  ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยวิธีการอันเป็นธรรมชาติ คือ เรียนรู้ผ่านประสบการณ์  หรือผ่านประสาทสัมผัสการรับรู้ การเห็น ฟัง สัมผัสจับต้อง การเล่น  เป็นต้น การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างเป็นลำดับขั้นตอนสอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กในแต่ละ  ช่วงวัย  และการเรียนรู้ย่อมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต  จากแนวคิดปฏริรูปดังกล่าว  ได้ส่งผลให้เขาได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา  เพื่อไปเผยแพร่แนวคิดและผลักดันการปฏิรูปโรงเรียนในประเทศต่างๆ


                 ชื่อของคอมีเนียสนั้น แม้ว่าจะไม่เป็นที่รู้จักในหมู่ชนทั่วไป แต่แนวคิดของเขากลับโน้มนำเมธีนามอุโฆษด้านการศึกษาหลายคน  เปรียบได้กับตะเกียงดวงงาม ที่ส่องนำปัญญาและความคิดให้กับ  นักการศึกษารุ่นหลัง ไม่ว่าจะเป็น รุซโซ เพลสตารอสซี ฟลอเบล เป็นต้น เช่นนี้ จึงกล่าวได้ว่า  คอมีเนียสเป็นบิดาของการศึกษายุคใหม่ อันเป็นยุคที่ให้ความสำคัญแก่การเรียนรู้ของผู้เรียน ธรรมชาติของพวกเขา และการเติบโตตามวิถีที่พวกเขาควรจะเป็น แม้ในปี ค.ศ. 1670 ชีวิตและความคิดของคุรุผู้นี้ได้สิ้นสุดลง แต่ก็ถือได้ว่ายุคของการศึกษาแบบใหม่ และประกายแสงแห่งปรัชญาพิพัฒนาการนิยมได้ก่อเกิดและเจิดจรัสขึ้นแล้ว



  “การศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนนั้น มิได้หมายถึงแต่การบรรจุมวลข้อมูล
  จำพวกถ้อยคำ ประโยคและความคิดของนักเขียนต่างๆ เข้าไปเท่านั้น  แต่เป็นการ
  เปิดความเข้าใจของพวกเขาไปสู่โลกภายนอก เช่นนี้ กระแสสำนึกอันมีชีวิตย่อมจะ  ไหลเลื่อนมาจากจิตใจของพวกเขาเอง เปรียบได้กับใบไม้ ดอกไม้ และผลไม้
  ที่งอกเงยผลิดอกออกยอดขึ้นจากตาของต้นไม้กระนั้น”
      (จอห์น อมอส คอมีเนียส)

 

______________________________________________