ใคร่ครวญในตนเองในประเด็นต่อไปนี้
1. จากเรื่องที่ได้คุยกัน “ใจ” ของเราเป็นอย่างไร ขณะที่พูด ในแง่ความคิดความรู้สึก
2. เราได้เกิดการเรียนรู้ต่อตนเองอย่างไร
3. สิ่งที่ได้เรียนรู้นั้นย้อนกลับมาสู่ตัวเราอย่างไรบ้างทั้งความคิดและการกระทำ
ตอนที่ฟังเรื่องราว ก็จะมีการต่อต้านค่ะ มีเสียงสวนกลับอยู่ข้างใน
อย่างเรื่องที่ไม่ยอมรับคือ มันก็จะมีความรู้สึกน้อยใจ และมีความคิดตามมาว่า
“เรื่องเก็บขยะ หนูยอมรับว่า ถ้าไม่ถูกสั่ง หนูคงไม่ได้ทำ รวมถึงหลาย ๆ เรื่องเช่นลูกประคบ”
แต่พอไม่ทำ --> ดื้อรั้นไม่เชื่อฟัง
พอลงมือทำ --> หนูได้หน้า ทำเอาหน้า แล้วก็ไม่รู้บุญคุณครู
ได้เรียนรู้ว่า ตัวชั่วออกทำงานรวดเร็วมากเลยเจ้าค่ะ
มันเถียงแทบจะทุกคำข้างในเจ้าค่ะ
ตอนที่ข้างในคิดชั่วมันก็จะบอกว่า “ไม่ทำก็คือ ดื้อรั้น ไม่เชื่อฟัง แต่พอทำก็คืออวดดี ได้หน้า ไม่เข้าใจ”
ความคิดชั่วมันเร็วมากเจ้าค่ะ
ถามว่าจะแก้ยังไง
ก็เหมือนจิตใจหนูมันคอยแต่คิดไม่ดี มันเป็นอย่างนี้บ่อย ๆ ก็แก้ไม่ได้สักทีเจ้าค่ะ
เหมือนในจิตใจใจมันคอยแต่ คิดว่า หนูทำไม่ได้ ให้หนูทำก็ทำไม่ได้เรื่องหรอก
นึกย้อนเข้ามาก็เหมือนมันก็ทำอย่างเดิมคือ
คิดแต่ซ้ำเติมตนเอง เศร้าสร้อยคร่ำครวญ
ถ้าออกมาได้คงดีเจ้าค่ะ
ฟังเรื่องพี่หนุ่ย
ก็คิดย้อนเหมือนภาพซ้ำ ขอหลาย ๆ เรื่อง และก็คิดย้อนเรื่องราวที่ครูมักจะพูดเสมอ ๆว่า
พอเขาได้ แล้วก็ไม่มีใคร เห็นไม่มีใครรู้ว่า ครูช่วยอยู่ข้างหลัง
ส่วนเรื่องเจ้าทุ่ง น้องตาล
พอฟังก็รู้สึกสงสัยกับตนเอง แล้วก็เห็นว่า “จริง”
ที่แต่ละคนต่อต้าน
โดยคำพูด ไม่ได้เอ่ย
ก็แว๊บขึ้นมาว่า
“อาจจะเป็นการกระทำ ความกลัว ความกังวล ทำให้คนรอบข้าง หนูติดเชื้อทางจิตใจเจ้าค่ะ”
ย้อนเข้ามาถ้าจะแก้ไขเรื่องเหล่านี้ก็คงต้องแก้ที่ใจของหนูที่คอยเพ่งโทษครูแล้วค่อยแพร่เชื้อเจ้าค่ะ
แต่ก็ยังมีเสียซ้ำเติมตนเองข้างใน “ว่าจะทำได้เหรอเจ้าค่ะ”
กราบขอบพระคุณค่ะ