ผมได้แรงบันดาลใจให้เขียนบันทึกนี้จากหนังสือ "เปิดขุมทรัพย์ไอเดียฝ่าวิกฤติ : พลิกฟื้นธุรกิจด้วยการปลดปล่อยพลังความคิดของ 'คน' " ของสำนักพิมพ์ วีเลิร์น (www.welearnbook.com)      ที่คุณพูนลาภ อุทัยเลิศอรุณ กรุณาส่งมาให้

        หนังสือเล่มนี้แปลมาจากหนังสือ "IDEAS ARE FREE. How the Idea Revolution is Liberating People and Transforming Organizations"    แต่งโดย Alan G. Robinson & Dean M. Schroeder

       เป็นหนังสือที่ดีมากครับ     และมีส่วนที่สอดคล้องกับหลักการ KM มากด้วย     คือส่วนที่เน้นให้พนักงานทุกคน "ทำและคิด" ไปพร้อมๆ กัน     เน้นว่าทุกคนนะครับ    เป็นการปฏิวัติความคิดหรือความเชื่อในการทำงาน    จากแบบเดิมที่คิดว่าคนระดับหน้างานมีหน้าที่ทำ ก็ทำไป     หัวหน้าต่างหากที่มีหน้าที่คิด     เปลี่ยนเป็นว่าคนทุกระดับมีหน้าที่ทั้งคิดทั้งทำ

       โดย KM เราก้าวล้ำไปอีกก้าวหนึ่ง     คือมีความเชื่อว่าการทำ (ปฏิบัติ) นั้นเองที่ช่วยสร้างความรู้     โดยที่ความรู้บางส่วนไม่สามารถเกิดจากการคิดได้     แต่เกิดจากการปฏิบัติและเห็นผลของการปฏิบัติ     คือ KM มองว่าไอเดียบางอย่างเกิดขึ้นโดยต้องมีการทำเสียก่อน     ถ้าไม่ทำหรือทดลองทำจนเห็นผล ไอเดียก็ไม่เกิด

       มองจากแว่น KM เราเชื่อว่า ไอเดียมีทั้งส่วนที่มาจากการคิด    และมีทั้งส่วนที่มาจากการปฏิบัติ     ถ้าจะขยายพลังการสร้างไอเดีย ต้องเปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับได้ทดลองทำงานโดยวิธีการใหม่ๆ ที่ตน (และทีมงาน) คิดขึ้น     นั่นคือ ไอเดียคู่กับความเป็นอิสระ  ทั้งอิสระในการคิด และอิสระในการทดลองทำ

       ในอีกส่วนหนึ่ง ไอเดียมาจากการคิดแบบไม่คิด     คือมาจาก "ปัญญาญาณ" (intuition)     แต่ปัญญาญาณนี้ได้มาจากการสั่งสมบารมี  ในด้านการกล่อมเกลาจิตใจ     จนมีกิเลสน้อย     กิเลสคือตัวบดบังปัญญา     เมื่อกิเลสบาง  ปัญญาก็เกิดง่าย     เกิดขึ้นได้เองโดยไม่ต้องคิด

        มองอีกมุมหนึ่ง ไอเดียคู่กับความริเริ่มสร้างสรรค์     ความริเริ่มสร้างสรรค์มาจาก "พรทั้ง ๓"    คือพรสวรรค์   พรแสวง   และพรสวัสดิ์     พรสวัสดิ์หมายถึงได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย     ไม่มีตัวปิดกั้นจากวัฒนธรรมองค์การที่เคร่งครัดกฎเกณฑ์กติกาตายตัว     ไม่มีวัฒนธรรมการทำงานแบบหน่วยใครหน่วยมัน     หรือต้องจงรักภักดีและเชื่อฟังเฉพาะ "นาย" ของตนเท่านั้น

วิจารณ์ พานิช
๔ กย. ๔๙