.
สำนักข่าวรอยเตอร์ตีพิมพเรื่อง 'Eating in restaurants tied to higher calorie intake'
= "(การ)กินอาหารที่ร้าน (ร้านอาหาร ภัตตาคาร อาหารซื้อนอกบ้าน ฯลฯ)
เพิ่มเสี่ยง (มีความสัมพันธ์กับ) อ้วน (แคลอรี /
กำลังงานจากอาหารเพิ่มขึ้น)", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.
การศึกษาใหม่พบว่า การกินอาหารนอกบ้าน หรือกินอาหารซื้อ เช่น ฟาสต์ฟูด (fast food = อาหารจานด่วน) ฯลฯ ทำให้คนเรากินมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร้านประเภทนั่งกิน (sit-down) หรือประเภทยืนกิน-ซื้อไปกินที่อื่น
.
อ.ลิซา โพเวว, อ.บินฮ์ เหงวียนน่าจะเป็นคนเชื้อสายเวียดนาม) และคณะ จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ชิคาโก สหรัฐฯ ทำการศึกษาข้อมูลสำรวจสุขภาพสหรัฐฯฯ รวมกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 9,000 คน
.
กลุ่มตัวอย่างเด็กและวัยรุ่น สหรัฐฯ 24-42% กินอาหารแบบซื้อไปกินที่อื่น (take-out), กินที่ร้านฟาสต์ฟูด (fast-food), หรือร้านอาหารที่มีบริการแบบภัตตาคาร (full-service restaurant)

ผลการศึกษา พบว่า การกินอาหารนอกบ้านทำให้กินมากขึ้น คิดเป็นหน่วยกำลังงานหรือแคลอรี (calories / แคลอรี (C) - ในทางสุขภาพใช้คำนี้แทน 1,000 แคลอรีทางฟิสิกส์ = 1 กิโลแคลอรี) ดังนี้
- ฟาสต์ฟูด > เพิ่ม 310 C/วัน (วัยรุ่น 13-19 ปี) หรือ 126 C/วัน (เด็ก 2-11 ปี)
- ร้านอาหาร > เพิ่ม 267 C/วัน (วัยรุ่น 13-19 ปี) หรือ 160 C/วัน (เด็ก 2-11 ปี)
.
เนื้อเยื่อไขมันมีน้ำ-โปรตีนปนอยู่เล็กน้อย เฉลี่ยแล้ว 7,000 แคลอรี = เนื้อเยื่อไขมัน 1 กิโลกรัม นั่นคือ
(1). ฟาสต์ฟูด > เพิ่ม 310 C/วัน = 16.16 กก./ปี (วัยรุ่น 13-19 ปี) หรือ 126 C/วัน = 6.57 กก./ปี (เด็ก 2-11 ปี)
(2). ร้านอาหาร > เพิ่ม 267 C/วัน = 13.92 กก./ปี (วัยรุ่น 13-19 ปี) หรือ 160 C/วัน = 8.34 กก./ปี (เด็ก 2-11 ปี)
.
![]()
.
ถ้ากินแบบนี้ทุกสัปดาห์ = 1 มื้อ/สัปดาห์ จะเพิ่มน้ำหนักเท่าไร, ให้นำจำนวนสัปดาห์ใน 1 ปี = 52 คูณ, แล้วหารด้วย 7,000
.
(1). ฟาสต์ฟูด > เพิ่ม 310 C/วัน = 2.30 กก./ปี (วัยรุ่น 13-19 ปี) หรือ 126 C/วัน = 0.94 กก./ปี (เด็ก 2-11 ปี)
(2). ร้านอาหาร > เพิ่ม 267 C/วัน = 1.98 กก./ปี (วัยรุ่น 13-19 ปี) หรือ 160 C/วัน = 1.19 กก./ปี (เด็ก 2-11 ปี)
.
![]()
.
การศึกษา นี้พบว่า เด็กๆ จากครอบครัวที่ยากจนมีแนวโน้มจะได้รับแคลอรีจากอาหารเพิ่มขึ้น เมื่อไปกินอาหารฟาสต์ฟูด หรือร้านอาหารที่มีเก้าอี้ให้นั่งกิน
.
วิธีป้องกันน้ำหนักเกิน-อ้วนในยุคที่คนเราต้องกินอาหารนอกบ้าน หรือซื้อไปกินที่บ้าน-ที่เรียน-ที่ทำงาน น่าจะพอทำได้อย่างนี้
.
(1). หุงข้าวเอง > ข้าวกล้องอย่างน้อย 1 มื้อ/วัน, หรือผสมข้าวกล้องกับข้าวขาว (ควรแช่น้ำทิ้งไว้ค้างคืน เพื่อให้ข้าวกล้องนุ่มลง และมีคุณค่าจากการงอกของจมูกข้าวบางส่วน)
.
ถ้าซื้อกับข้าวนอกบ้านมากินกับ ข้าวกล้อง จะได้รับเส้นใยหรือไฟเบอร์ โปรตีน ไขมันชนิดดีจากจมูกข้าว-รำข้าวเป็นอาหารเสริมชั้นเยี่ยมทุกวัน
.
(2). ทำกับข้าวเอง > ทำกับข้าวเองอย่างน้อย 1 มื้อ/วัน
.
(3). ฝึกนิสัยไม่ดื่มเครื่องดื่มเติมน้ำตาล เช่น เปลี่ยนน้ำอัดลมเป็นน้ำ "เป-ล่า (น้ำเปล่า)" ฯลฯ และฝึกเปลี่ยนน้ำผลไม้เป็นผลไม้ที่ไม่หวานจัดทั้งผล เช่น ฝรั่ง ชมพู่ ส้มโอ ส้ม แอปเปิ้ล ฯลฯ
.
(4). พกผักง่ายๆ ติดตัวไปใส่ในอาหารซื้อ เช่น แตงกวา มะเขือเทศ ฯลฯ หรือจะหัดทำถั่วงอกเองก็จะได้ผักไร้สารเคมีตกค้างอย่างดี
.
(5). ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ สะสมเวลาเดินหรือปั่นจักรยานให้ได้อย่างน้อย 40 นาที/วัน, ขึ้นลงบันไดตามโอกาสอย่างน้อย 4 นาที/วัน
.
การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า การออกกำลังให้หนักขึ้นหน่อย (แม้จะไม่นาน) มีแนวโน้มจะดีกับสุขภาพมากกว่าแบบเบาๆ นานๆ
.
ถ้าฝึกใส่รองเท้าวิ่งหรือผ้าใบ... ฝึกเดินให้เร็วขึ้นบ่อยๆ น่าจะทำให้สุขภาพดีขึ้นได้ทุกวัน
.
![]()
.
เรียนเสนอรัฐบาล เปลี่ยนหลักสูตรสุขศึกษาใหม่ เน้นให้เด็กไทยทำกับข้าวไทยเพื่อสุขภาพเป็น ออกกำลังเพื่อสุขภาพเป็น เพื่อให้ไทยแข่งขันกับนานาชาติได้ในระยะยาว
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
- [ ไทชิ-ชี่กง ช่วยปอด-หัวใจดีขึ้น บรรเทาอาการถุงลมโป่งพอง ]
-
[ กขค.3G ทำให้ไทยแข่งขันกับนานาชาติไม่ได้ ]
. - [ อ.หมอพิณ - วิธีลดช้ำรั่ว กลั้นเบาไม่อยู่ ]
- [ กูรูจุฬาฯ - ชี้แนะเรื่อง 3G ]
> "กขค." ไม่ให้ไทยมี 3G ทำให้ไทยเสียโอกาสในการแข่งขันกับนานาชาติ

- Thank Reuters > SOURCE:bitly.com/KEGTVvArchives of Pediatrics & Adolescent Medicine, online November 5, 2012.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 6 พฤศจิกายน 55. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่จำเป็นต้องขออนุญาต... ขอบคุณครับ > CC: BY-NC-ND.
- ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง จำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>