.

ภาพ: อาหารเช้าที่เรียวกัน (โรงแรมขนาดเล็ก มักเป็นแบบโบราณ)... นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นวัยทำงานน้อยลง นักท่องเที่ยวสูงวัยเพิ่มขึ้น ทำให้ธุรกิจต่างๆ ต้องปรับตัวเพื่อรองรับนักช็อปวัยดึกมากขึ้น [ wikipedia ]

.

อ.ธารา รานาซิงเฮ (Dhara Ranasinghe; นามสกุล "สิงเห" น่าจะมาเชื้อสายศรีลังกา) ตีพิมพ์เรื่อง 'Can Japan's elderly become its growth engine?
' = "คนสูงอายุญี่ปุ่นจะ(กลาย)เป็นเครื่องจักรกระตุ้นการเจริญเติบโต(ทางเศรษฐกิจ)ได้หรือไม่" ทางเว็บไซต์สำนักข่าว CNBC, ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

.

เดิมสำนักข่าว NBC ร่วมลงทุนกับไมโครซอฟต์ (microsoft / MS) เป็น MSNBC, ตอนนี้แยกทางกัน โดยไมโครซอฟต์คงจะตั้งสำนักข่าวของตัวเองต่างหากเพื่อทดลองหาโอกาสทางธุรกิจ ใหม่ๆ

.

ธุรกิจหนึ่งที่ท่านบิลล์ เกตส์ แห่งไมโครซอฟท์สนใจเข้าไปลงทุน คือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นใหม่ที่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงานหลายชั้น เพื่อลดข้อผิดพลาดจากการทำงานของคน โดยน่าจะร่วมลงทุนกับบริษัทในจีน

.

ญี่ปุ่นซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก กำลังมีประชากรสูงวัยมากขึ้นเรื่อยๆ

เกือบ 1/4 ของประชากร 127 ล้านคน มีอายุเฉลี่ยเกิน 65 ปี และจะเพิ่มเป็น 40% ในปี 2060/2603

.

ขณะที่หลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ เยอรมนี มาเลเซีย สิงคโปร์ ฯลฯ นำเข้าแรงงานต่างชาติ เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ... ญี่ปุ่นเป็นประเทศเกาะที่รับแรงงานต่างชาติเข้าไปทำงานน้อยมาก

.

ก่อนหน้านี้, ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การที่ญี่ปุ่นจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจใหม่ได้... อาจต้องนำเข้าแรงงานต่างชาติ กระตุ้นการผลิตลูก (เช่น ลดภาษีให้คนมีลูก ให้วันหยุด ให้แท็บเล็ตหรือสินน้ำใจอะไรทำนองนี้ ฯลฯ), เปิดกาสิโนแข่งกับมาเก๊า-มาเลเซีย-สิงคโปร์, หรือไม่ก็ส่งออกอาวุธ

.

หนี้ภาครัฐที่สูงมาก (เร็วๆ นี้มีข่าวใหม่ที่รอการตรวจสอบซ้ำ คือ เกาหลีใต้ก็มีหนี้ภาครัฐระดับ 200+% คล้ายๆ กัน), ส่งออกสินค้าได้น้อยลง เศรษฐกิจโลกที่ชะงักงัน และการมีสัดส่วนคนวัยทำงานต่ำ ทำให้ญี่ปุ่นเสี่ยงต่อวิกฤติในการจ่ายบำนาญ และบริการสุขภาพมากขึ้นเรื่อยๆ

.

.

คนทั่วโลก ส่วนใหญ่ใช้จ่ายเงินมากในช่วงอายุต่ำกว่า 35-40 ปี ทำให้มีคำกล่าวว่า คนเรามักจะเริ่มรู้ค่าของเงิน ค่าความหนืด(เหนียว)ของเงินเพิ่มขึ้น และเก็บเงินเป็นหลัง 35-40 ปี

.

ทว่า... ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาพบว่า ขณะที่คนวัยต่ำกว่า 40 ปีในญี่ปุ่นอยู่อย่างประหยัด คนสูงวัยกลับหันไปใช้จ่ายมากขึ้น

.

รัฐบาลญี่ปุ่นรายงานว่า

.

การใช้จ่ายภาคครัวเรือนของคนอายุ 60up = 60 ปีขึ้นไป คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวม = 30% ในปี 2000/2543

.

.

11 ปีต่อมา... เพิ่มเป็นมากกว่า 40% ของทั้งหมดในปี 2011/2554

.

โบราณมีคำกล่าวว่า "หลาน 1 คนมีกระเป๋า 6 ใบ" = หลานคนเดียวมีคุณปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่, รวมกันเลี้ยง รวมกันจ่าย 6 คน

.

เมื่อมีหลานน้อยลงก็หมายความว่า คนรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย จะมีเงินเหลือเก็บมากขึ้น

.

คนญี่ปุ่นรุ่นเก่าได้ชื่อว่า เป็นนักเก็บเงิน (savers) แต่ดูเหมือนตอนนี้... อะไรๆ กำลังจะเปลี่ยนไป

.

.

คนอายุ 60-plus = เกิน 60 ปี ใช้เงินมากกว่า 300,000 เยน/เดือน = 115,125 บาท/เดือน สูงกว่าคนอายุต่ำกว่า 39 ปี ซึ่งใช้เงินประมาณ 260,000 เยน/เดือน = 99,775 บาท/เดือน

.

สำนักสถิติญี่ปุ่นรายงานว่า คนญี่ปุ่นที่มีอายุมากขึ้นใช้เงินจากรายได้มากขึ้น เก็บเงินน้อยลง คือ

  • ช่วงอายุ 30s (30-39) & 40s (40-49) = 30-49 ปี > ใช้น้อยกว่า 70%
  • ช่วงอายุ 50s = 50-59 ปี > ใช้น้อยกว่า 74%
  • ช่วงอายุ 60s = 60-69 ปี > ใช้ 94%

ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านกล่าวว่า เหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนสูงอายุญี่ปุ่นคิดอะไรๆ ไม่เหมือนเดิม คือ ซึนามิและแผ่นดินไหว

.

อ.นิโคลัส สมิต นักยุทธศาสตร์ญี่ปุ่นจาก CLSA ในโตเกียวกล่าวว่า ถึงมีเงินก็พาไปหลังตายไม่ได้... ถ้าอย่างนั้นใช้มันบ้างน่าจะดี

.

.

วอวล์ สตรีท เจอร์นัล (wsj) วิเคราะห์ว่า ถ้าคนสูงอายุญี่ปุ่นหันมาใช้เงินมากขึ้นจริง จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ = 100 ล้านล้านเยน = 38.37 ล้านล้านบาท

.

NTT Docomo บริษัทสื่อสารไร้สายยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นออกมือถือใหม่ เน้นตัวอักษรใหญ่ ไอคอน (icons = รูป สัญลักษณ์) ขนาดใหญ่ และใช้ง่ายขึ้น เพื่อเอาใจคนสูงวัยที่มีสัดส่วนใช้มือถือเกือบ 1/4 ของทั้งหมด

.

อีออน (Aeon) ในญี่ปุ่นเพิ่งเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตใหม่ เน้นผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับลูกค้าสูงวัย เช่น บริการสุขภาพ รถเข็นที่มีแว่นขยายพร้อม ฯลฯ

.

บริษัทยูนิชาร์ม (Unicharm) ผู้ผลิตผ้าอ้อม (diaper = ผ้าอ้อม แพมเพิร์ส) กล่าวว่า ปี 2554 เป็นปีแรกที่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ขายดีกว่าผ้าอ้อมเด็ก

.

.

สมาคมตัว แทน(เอเยนต์)ท่องเที่ยวญีปุ่นรายงานในเดือนกันยายน 2555 ว่า ไตรมาศที่ 2, 3 ของปีนี้นักท่องเที่ยวสูงวัยกำลังมาแรง แซงนักท่องเที่ยวประเภทที่ไปกันเป็นครอบครัว นักศึกษา หรือฮันนีมูนหลังแต่งงาน

.

สถาบันวิจัยประชากรและความมั่นคงทางสังคมญี่ปุ่นรายงานว่า คนวัยทำงาน (15-64 ปี) ในญี่ปุ่นจะลดลงเกือบ 1/2 ในปี 2060/2643

.

ตรงนี้จะทำให้ญี่ปุ่นต้องเขยิบปีเกษียณไปจาก 64 ปีในปี 2010/2553 เป็น 65 ปีในปี 2013/2556

.

นักวิเคราะห์กล่าวว่า คนญี่ปุ่นเกือบทั้งหมดกระตือรือร้น และสนใจที่จะทำงานหลังวัย 60 ปี แถมยังเต็มใจให้หักเงินเดือน หรือค่าตอบแทนให้น้อยลงด้วย

.

.

โตโยต้าและธนาคารซูมิโตโมะ-มิตซุย เป็นตัวอย่างหน่วยงานที่ประกาศโปรแกรมจ้างงานหลังเกษียณใหม่ (re-hiring programs)

.

บริษัทผลิตอุปกรณ์ก่อสร้างโคมัตซึกล่าวว่า บริษัทจ้างคนหลังเกษียณ (retirees) 90% ใหม่ โดยให้เงินเดือนใหม่ = 60% (ลดลง 40%)

.

คนสูงอายุญี่ปุ่นมักจะมีสุขภาพดี มีความรู้ความชำนาญที่สะสมมาตลอดวัยทำงาน และเต็มใจทำงานหลังเกษียณ

.

คนสูงวัยของญี่ปุ่นจะมีบทบาทมาก ขึ้นในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการทำงานหลังเกษียณด้วยค่าแรงที่ต่ำลง และการใช้จ่ายหลังเกษียณที่มากขึ้นเรื่อยๆ

.

.

บทเรียนจาก ญี่ปุ่นสอนเราว่า การเตรียมตัวเกษียณให้ดี ทั้งการสะสมความรู้ความชำนาญ การรักษาวินัยทางการเงิน เช่น ไม่เป็นหนี้เกินตัว ออมทรัพย์ ลงทุนอย่างรอบคอบ ฯลฯ และการออมสุขภาพ จะทำให้ชีวิตสูงวัยมีค่ามากกว่าที่คิดได้

.

ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

> [ Twitter ]

  • Thank > http://www.cnbc.com/id/49472404?__source=yahoo%7Cinstory%7C&par=yahoo
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 6 พฤศจิกายน 55. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่จำเป็นต้องขออนุญาต... ขอบคุณครับ > CC: BY-NC-ND.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง จำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.