๑๘  พฤศจิกายน  ๒๕๕๕

เรียน  เพื่อนครู  ผู้บริหารและผู้อ่านทุกท่าน

วันจันทร์ที่ ๑๒  พฤศจิกายน ๒๕๕๕  ตื่นเช้าแม้ว่าเมื่อคืนกลับมาถึงเกือบเที่ยงคืน เพราะไปงานพระราชทานเพลิงศพ นายถวัลย์  สนธิอนุเคราะห์ อดีตศึกษาธิการจังหวัดที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชา ที่วัดธรรมิการาม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงสโมสรท่านรองฯ และเจ้าหน้าที่มารวมกันอวยพรวันเกิดย้อนหลังให้  ต้องขอบคุณที่ระลึกถึงแม้จะผ่านพ้นไปแล้ว เรื่องวันเกิดก็อยากให้ลืม ๆ กันเสียบ้างเพราะจะเป็นทั้งภาระและหน้าที่ให้ลำบากใจสำหรับคนที่ไม่ได้รักและศรัทธา ผมเองก็ไม่อาจขวางโลกได้แต่ก็คงไม่ตามโลกจนเกินไป บางคนก็บอกมาด้วยความใสซื่อว่า ต้องรีบมาและรีบไปเพราะวันนี้มีงานที่ต้องไปร่วมหลายแห่ง ฟังแล้วก็หดหู่ใจที่เป็นเหตุให้เขาลำบาก ขึ้นไปทำงานที่ห้องชั้น ๓ มีคนมาอวยพรให้อีกทั้งในเขตและโรงเรียน  เที่ยงสั่งข้าวยำปักษ์ใต้มาทานที่ห้องทำงาน บ่ายมีผู้บริหารโรงเรียนมาอวยพรให้ ๔-๕ คน เย็นเขาจัดงานเลี้ยงสังสรรค์กันที่สโมสร อยู่กันสองทุ่มก็แยกย้ายกันกลับบ้าน


วันอังคารที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เช้าไปเยี่ยมโรงเรียนเอกชนในอำเภอคลองหลวง กับกลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชนและโรงเรียนทวิวิชช์ โรงเรียนนี้เคยติดขัดเรื่องบันไดหนีไฟ ปัจจุบันได้แก้ไขจนเข้าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เดินชมห้องเรียนต้องชื่นชมสำหรับคุณครูที่สอนชั้น ป.๑ ให้นักเรียนใช้เทปเล็ตกันทุกคน เด็กไม่คุยกันอีกแล้ว คนไปใครมาก็ไม่สนใจ สายตาและสมองมุ่งที่จอสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ของเขา โอ้โลกแห่งการเรียนการสอนได้เปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ ขึ้นไปตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ที่ห้องผู้บริหารชั้น ๒ มีปัญหาเรื่องน้ำดื่มและห้องน้ำนักเรียนที่เรียนชั้น ๔ ชั้น ๕ ของตึก ผู้ปกครองร้องว่าโรงเรียนไม่จัดน้ำดื่มไว้ให้ นักเรียนต้องลงมาดื่มน้ำที่ชั้น ๑ เหนื่อยเกินเหตุ ผู้รับใบอนุญาตเขาบอกว่า คนงานน้อยหิ้วขึ้นไปไม่ไหว เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ต้องเตรียมกระบอกน้ำให้ลูกมาดื่มที่โรงเรียน เพื่อป้องกันโรคระบาด อีกอย่างหนึ่งถ้าดึงน้ำขึ้นไปชั้นบนห้องน้ำเลอะเทอะ ฟังแล้วก็เป็นเหตุผลของโรงเรียน แถมตบท้ายด้วยประโยคที่ว่า บริเวณอำเภอคลองหลวงมีโรงเรีนนเอกชนและโรงเรียนของรัฐอีกหลายแห่ง หากผู้ปกครองเห็นว่าที่ไหนเหมาะก็พาลูกไปเรียนได้ ไม่ได้ออกโรงเรียนเอกชนมานานมาวันนี้ทำให้ทราบว่าแนวรบยังเหมือนเดิม ประหยัดและบริการเท่าที่จำเป็น เดินทางต่อไปวิทยาลัยเทคโนโลยีบุญถาวร  เป็นสถานศึกษาเอกชนประเภทอาชีวศึกษา ที่เปิดสอนระดับ ปวช. ปวส. ในวิชาการก่อสร้าง และคอมพิวเตอร์ แม้ทางเข้าวิทยาลัยแห่งนี้จะวกวนไปสักหน่อย แต่พอเข้าบริเวณวิทยาลัยก็ตื่นตาตื่นใจได้วยความพร้อมด้านอาคารสถานที่ ด้วยวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาที่เกิดจากเครือบริษัทบุญถาวร ที่มีชื่อเสียงในการจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่กำลังขยายตัว  ผู้รับใบอนุญาตและทีมงานพาไปชมห้องปฏิบัติการสอน ที่ลงทุนสมบูรณ์แบบจากบริษัทในเครือ ดูแล้วก็เหมือนยกห้องแล็บของบริษัทมาไว้ในห้องเรียน นักศึกษาต้องพักประจำมีอาหารจากโรงครัว ๓ มื้อ ดูแล้วที่นี่เน้นคุณภาพไม่เน้นประหยัด ที่สำคัญผู้เรีนนจบแล้วสามารถเข้าทำงานที่บริษัทๆ ได้เลย หรือใครจะๆ ไปเป็นเถ้าแก่น้อย บริษัทจะลงทุนให้ บ่ายไปโรงเรียนนภสรณัฐนนท์ โรงเรียนนี้เปิดเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึง ปวช.ในบริเวณเดียวกัน  เขาสร้างอาคารเรียนแบบพิเศษ แบ่งสัดส่วนที่เรีนนแต่ละระดับๆไม่ให้ปะปนกัน  ได้เดินดูห้องเรียน สำหรับ Tablet เด็กๆ ยังไม่ได้ใช้ โรงเรียนบอกว่าครูยังไม่พร้อม  กลับมาแวะดูการถมดินบริเวณก่อสร้างสำนักงานเขต รู้สึกว่าการคำนวณผิดพลาดไป ทำให้ความสูงไม่ได้ดั่งที่คิด ค่อยว่ากันใหม่อีกรอบ


วันพุธที่ ๑๔  พฤศจิกายน ๒๕๕๕  เช้านิติกร จาก อบจ.มาปรึกษาข้อกฎหมาย ได้สั่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันที่ห้องสโมสร  สาย ๆ มีประชุมคณะทำงานตั้งงบประมาณครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง ปีงบประมาณ ๒๕๕๗  ซึ่งมีตัวแทนผู้บริหารโรงเรียนเป็นคณะทำงานด้วย คำขอกับวงเงินที่ สพฐ.กำหนดมาแตกต่างกันมาก สัดท้ายก็ต้องแบ่งโควตาเป็นอำเภอ เป็นระดับ ปละดูประวัติย้อนหลังการได้รับงบประมาณ บ่ายขึ้นไปทำงานที่ห้องชั้น ๓  ดร.ลัดดา อิ่มอกใจ ผอ.รร.สังข์่อำมาหาเรื่องการประเมินนักเรียนเลื่อนชั้นระหว่างปี ตามที่ ผู้ปกครองร้องขอ ก็ยืนยันให้ดำเนินการตามระเบียบ เพราะหากไม่เป็นไปตามระเบียบเราก็ไม่มีอำนาจ การกระทำที่ปราศจากอำนาจก็เท่ากับโมฆะ คือ เท่ากับไม่มีสิ่งนั้นมาแต่ต้น  ยกตัวอย่าง ไม่จบปริญญาตรีแต่เจ้าหน้าที่ทะเบียนผิดหลงออกใบปริญญาบัตรให้ แม้จะใช้ไปเรียนจนจบปริญญาเอกมาก็ทำให้เสียเปล่า เพราะพื้นฐานปริญญาตรีไม่มีอยู่จริง  เรื่องนี้ก็ทำนองเดียวกัน การจะเลื่อนชั้นระหว่างปีต้องได้คะแนนตามเกณฑ์ หากไม่ได้แต่โรงเรียนไปเลื่อนชั้นให้ก็เป็นการกระทำที่ไม่ชอบ ผู้อนุมัติก็ผิด นักเรียนก็เสียเปล่า หากทำวันนี้ให้ดีที่สุด พรุ่งนี้ก็ไม่สายนะครับ


วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เข้า สพฐ. แต่เช้าตรู่รถติดไม่มาก สาย ๆ จึงกลับมาทำงานที่เขตได้แล้ว บ่ายมีประชุมเตรียมการเรื่องวันมหาวชิราวุธของคณะลูกเสือจังหวัด ปีนี้จะจัดพิธีถวายราชสดุดีที่สนามโรงเรียนปทุมวิไล ได้แบ่งงานให้ผู้เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ


 จากนั้นประชุมคณะกรรมการเตรียมร่วมงานศิลปหัตกรรมนักเรียนที่จังหวัดระยอง ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๕ สำนักงานจะรับผิดชอบเรื่องที่พักนักเรียนและครูรวมทั้งค่าอาหาร โดยจัดโรงเรียน ๒ แห่งเป็นที่อยู่ที่กิน ส่วนค่าพาหนะโรงเรียนดูแล ได้ฝากให้บูรณาการนิทรรศการวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ ของ อบจ.ปทุมธานี กับงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนว่าส่วนไหนที่จะนำไปใช้กันได้ก็ไม่ต้องเหนื่อยสองครั้ง เย็นไปงานศพคุณครูมณี บำเพ็ญทาน แม่ยายท่าน ผอ.ปรีชา  จิตรสิงห์ที่อำเภอธัญบุรี รถติดมากกลับมืดค่ำ ต้องแวะไปโรงพยาบาลปทุมธานีเพื่อดูนักเรียนที่ถูกนักเรียนต่างโรงเรียนแทงบนรถเมลล์ได้รับบาดเจ็บสาหัส


วันศุกร์ที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เช้าไปงานแต่งลูกคุณธนะ  โพธิ์ชัย นิติกรของสำนักงานเขต เป็นพิธีพื้นบ้านอีสาน เรียบง่ายแต่อบอุ่นไปด้วยญาติมิตร เสร็จพิธีกลับมาทำงานที่ห้องทำงาน บ่ายประชุมรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตและ ผอ.กลุ่ม   มีเรื่องหารือกันหลายเรื่อง อาทิ การบริหารงบประมาณ ประจำปี ๒๕๕๕  การแบ่งงานให้รอง ผอ.เขต  การบริหารงานในกลุ่ม การเตรียมการจัดงานลูกเสือ และงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน การประชุมคณะกรรมการเขต/ กตปน. การเตรียมประชุม ผอ.รร. เรื่องเหล่านี้ยังต้องกระชับพื้นที่ความใส่ใจให้มากขึ้น เพราะหากเราทำแบบขอไปทีปัญหาจะตามมาทับถมที่ตัวเองจนแก้ไม่ไหว  การจัดระบบงานที่ดีช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะการบริหารเวลา


ขงเบ้งเคยสอนเล่าปี่เรื่องการบริหารเวลา จากข้อเขียนคอลัมน์ คลื่นความคิด  โดย สารสิน วีระผล  มติชนรายวัน วันที่ 04 เมษายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9886 ขอนำมาบอกต่อดังนี้

ทุกวันทุกคนบนโลกใบนี้มีเวลาเท่าเทียมกันคือ 24 ชม. อย่างไรก็ดี มองจากแง่มุมของเศรษฐศาสตร์ เวลาของทุกคนมีคุณค่าไม่เท่ากัน การบริหารเวลาของแต่ละคนจึงหมายถึงความแตกต่างระหว่างความสำเร็จกับความพ่ายแพ้

ค่าของเวลาเกี่ยวข้องกับสมรรถภาพ ซึ่งในแง่ธุรกิจคือต้นทุน ฉะนั้นสถาบันศึกษาทุกแห่งที่สอนวิชาการบริหารธุรกิจจึงมีหลักสูตรเกี่ยวกับการบริหารเวลา

ครั้งหนึ่ง เล่าปี่ ขอขงเบ้งให้แนะนำวิธีสร้างตนเป็นอภิมหาเศรษฐีแห่งดินแดน ขงเบ้ง ว่างานใหญ่เช่นนี้ต้องวางแผนและรู้จักบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ

เล่าปี่ กล่าวว่า "ข้าฯเห็นด้วยในหลักการแต่ทว่าข้าฯมีงานมากมายที่ต้องทำทุกวันจนเวียนเกล้าเวียนศีรษะ ไม่เคยมีเวลาพอที่จะจัดการกับทุกสิ่งทุกอย่างได้เลย"

ขงเบ้ง บอกให้ลูกน้องไปเตรียมก้อนหิน ก้อนกรวด ก้อนทราย และน้ำจำนวนหนึ่ง พร้อมถังเหล็กใหญ่หนึ่งใบ

เล่าปี่ถามด้วยความแปลกใจ "ท่านเตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้เพื่ออะไร?"

ขงเบ้งยิ้มอย่างมีเลศนัย พร้อมกับตอบด้วยคำถามว่า "ท่านบริหารเวลาด้วยวิธีใด?"

เล่าปี่ตอบว่า "ข้าฯเคยคิดว่า ข้าฯมีเทคนิคที่ดีอยู่แล้ว คือใช้วิธีมอบหมาย ข้าฯมีผู้ช่วยอยู่รอบด้านตั้งแต่กวนอู เตียวหุย เจ้าหยุน ฯลฯ ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ด้านต่างๆ แต่งานทั้งหลายก็ยังพันกันอีรุงตุงนัง ไม่สามารถปรับให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลดีขึ้นได้ เดิมข้าฯคิดว่าคือแมลงวันไม่มีหัวอยู่ตัวเดียว แต่หลังการใช้ระบบมอบหมายงาน กลับกลายเป็นว่าปัจจุบันบริษัทมีแมลงวันหัวขาดเป็นฝูง!!

ขงเบ้งฟังแล้วจึงเริ่มอธิบายว่า "เทคนิคการบริหารเวลาสามารถแบ่งเป็น สูง กลาง และต่ำ สามขั้น ขั้นต่ำเน้นการใช้เศษกระดาษบันทึก ขั้นกลาง เน้นการใช้แผนดำเนินงาน และตารางโปรแกรมประจำวันซึ่งสะท้อนความสำคัญของการวางแผน ส่วนขั้นสูง เน้นการจัดการโดยแบ่งแยกประเภทของหน้าที่การงานตามดีกรีความสำคัญของงานเพื่อพิจารณาลำดับความเร่งด่วนในการจัดการงานดังกล่าว ทั้งสามขั้นอันดับต่างมีเรื่องการมอบหมายงานเกี่ยวข้องอยู่ด้วยตามความต้องการของปริมาณและลักษณะเฉพาะของงานแต่ละชิ้น

เล่าปี่สารภาพว่า "หากพิจารณาตามการแบ่งขั้นของเทคนิคการบริหารเวลาแล้ว ข้าฯยอมรับว่าวิธีของข้าฯอยู่ที่ขั้นต่ำ เพราะใช้แค่ส่งสลิปบันทึก ขงเบ้งชี้ไปที่ถังเหล็กกับกองวัสดุที่ผู้ช่วยได้เตรียมเสร็จไว้มุมห้องพร้อมกล่าวว่า

"คำตอบของการบริหารขั้นสูงอยู่ในถังเหล็กใบใหญ่นี้แหละ! ความจุของถังนี้เปรียบเสมือนขีดความสามารถของคนๆ หนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง ก้อนกรวดเปรียบได้กับงานที่สำคัญและเร่งด่วน ก้อนหินคือภาระที่สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน เม็ดทรายเปรียบได้กับภาระที่เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ และน้ำคือหน้าที่ที่ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน"

ขงเบ้งอธิบายพลางวาดผังประกอบคำอธิบาย ดังในตารางประกอบ


"ปกติท่านเน้นงานประเภทใด?" ขงเบ้งถาม

"ก็ต้องเป็นประเภท "ก." เล่าปี่ตอบอย่างไม่ลังเล "แล้วงานประเภท ข. ล่ะ?" ขงเบ้งถามต่อไป เล่าปี่ตอบว่า "ข้าฯตระหนักถึงความสำคัญของงานประเภท ข. แต่ก็ไม่มีเวลาพอที่สนใจมัน"

"เป็นอย่างนี้ใช่ไหม" ขงเบ้งถาม พรางใส่กรวดลงไปในถังเหล็กจนเต็มแล้วพยายามใส่ก้อนหินเข้าไปซึ่งใส่ไม่ได้ เล่าปี่ตอบว่า "ใช่!"

"และหากเปลี่ยนวิธีบรรจุใหม่ล่ะ?" ขงเบ้งถามต่อ พลางใส่ก้อนหินทีละก้อนเข้าไปในถังก่อนจนใส่ไม่ได้ แล้วจึงถามเล่าปี่อีกว่า "ตอนนี้ถังเหล็กเต็มแล้วจะใส่อะไรลงไปอีกไม่ได้ใช่ไหม?" ซึ่งเล่าปี่ตอบว่า "ใช่"

"จริงหรือ?" ขงเบ้งถามแล้วหยิบก้อนกรวดใส่เข้าไปข้างบนถังแล้วเขย่าให้ก้อนกรวดตกลงไปในถังจนหมด "บัดนี้ถังเหล็กใบนี้ใส่อะไรลงไปอีกได้หรือไม่?" ขงเบ้งพูดพรางเทเม็ดทรายลงไปอีกจนหมด

"แล้วทีนี้ละ? ใส่อะไรลงไปอีกได้ไหม?" ขงเบ้งถามต่อไป

แต่ก่อนที่เล่าปี่มีโอกาสตอบ ขงเบ้งก็ตักน้ำที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในถังเหล็กอีกจนหมด "ตอนนี้ท่านเข้าใจความหมายของการทดลองนี้แล้วหรือยัง?"

เล่าปี่ตอบว่า "เข้าใจแล้ว นี่คือสิ่งที่ท่านกล่าวถึงเมื่อสักครู่เกี่ยวกับการจัดการแบบแยกประเภท และเลือกการจัดการก่อนหลังใช่ไหม?"

ขงเบ้งตอบว่า "ใช่แล้ว การทดลองชี้ให้เห็นว่าหากถังเหล็กตั้งแต่แรกก็เติมเต็มไปด้วยก้อนกรวด ทราย และน้ำ ก็คงไม่มีโอกาสใส่ก้อนหินลงไปได้ แต่ถ้าใส่ก้อนหินลงไปก่อนในถังยังมีเนื้อที่ที่จะใส่สิ่งอื่นๆ เข้าไปได้อีก ดังนั้น การบริหารเวลาที่ได้ผลต้องดูว่า อะไรคือก้อนหิน อะไรคือก้อนกรวด เม็ดทราย และน้ำ ฯลฯ และไม่ว่าจะเป็นประการใดก็ต้องใส่ก้อนหินลงไปในถังเป็นอันดับแรก"

เล่าปี่ยังถามว่า "แล้วการวิเคราะห์แยกแยะเรื่องต่างๆ ออกเป็นสี่หมวดนี้มีผลอย่างไรล่ะ?"

ขงเบ้งตอบว่า "บุคคลจำพวกที่ว่าวุ่นอยู่กับเรื่องราวประเภทก้อนกรวด ย่อมมีความรู้สึกถูกเวลากดดันและวนเวียนอยู่ในแดนวิกฤตจนอ่อนล้า พวกที่เน้นเรื่องประเภทเม็ดทรายจะขาดพลังสร้างสรรค์ ชอบฟังคำพูดเพราะหู คบคนแบบผิวเผิน พวกที่นิยมเรื่องราวประเภทน้ำมักบกพร่องเรื่องสำนึกรับผิดชอบ แม้กระทั่งเรื่องสารทุกข์สุกดิบของตนเอง"

เล่าปี่ถามว่า "เป็นไปได้ไหมที่ว่าถ้าเน้นก้อนหินมากเกินไปจะมองข้ามก้อนกรวด เพราะก้อนกรวดมากับความเร่งด่วน?"

"ท่านทราบไหมว่าก้อนกรวดมาจากไหน? ก็มาจากก้อนหินที่แตกสลายไง!" ขงเบ้งตอบ "คนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องประเภทก้อนหินจะมีก้อนกรวดน้อย คนที่เน้นก้อนกรวดก็จะมีก้อนกรวดเยอะตลอด"

ขงเบ้งสอนต่อไปว่า "คนที่อิงเรื่องประเภทก้อนหินเป็นคนมีประสิทธิภาพ เพราะเขาจะเก่งในการวิเคราะห์สถานการณ์ เวลา และสิ่งแวดล้อม สามารถจับประเด็นหลักของปัญหา สามารถจัดการกับเรื่องเร่งด่วนและควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกินกว่าเหตุ กล้าฟันธงและใช้มาตรการป้องปราม บุคคลจำพวกนี้จะมีวิสัยทัศน์ มีอุดมการณ์ เคารพระเบียบ สามารถควบคุมตัวเอง ดำเนินชีวิตอย่างมีวินัย และสามารถทำงานชิ้นใหญ่ได้

เล่าปี่ชื่นชอบทฤษฎี "วัตถุในถัง" ของขงเบ้งเป็นอย่างมาก พร้อมกับสารภาพว่า "มาวันนี้ข้าฯถึงเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า การต่อสู้ของข้าฯทำไมจึงยังลุ่มๆ ดอนๆ เพราะแม้ว่าข้าฯมีขุนพลเก่งๆ เช่น กวนอูและเตียวหุย แต่พวกเขาจะก้าวหน้าได้อย่างไรตราบใดที่คนที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างพวกเขาจมปลักอยู่กับเรื่องจิ๊บจ๊อย กับทำงานลักษณะ "เก็บเม็ดงาแต่ทิ้งแตงโม" (เจี่ยนเลอจือหมา ติวเลอซีกวา) ขืนดำเนินตามวิธีนี้ต่อไป ความพยายามของข้าฯที่จะเป็นอภิมหาเศรษฐีนัมเบอร์วันในแผ่นดินก็คงเป็นได้แค่ ความฝัน !"

กำจัด คงหนู

ผู้อำนวยการสำนังานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑