ถ้าไม่มีความคิด เราอาจรับเอาแต่ความรู้ขยะที่ได้รับการจัดการมาอย่างดีแล้ว ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เช่น การสอนให้คนไทยกินนมแบบฝรั่ง กินอาหารให้ได้ ๒๐๐๐ แคล แบบฝรั่งเป็นต้น

ตะกี้ไปเม้นท้ท้ายบทความท่าน wasawat deemarn  ที่ท่านกำลังฝึกเด็กให้เขียนบลอก เพื่อแบ่งปันความรู้  ซึ่งผมว่าเป็นสิ่งทีี่ดีมากเลย  นี่แหละคือต้นกระบวนการจัดการความรู้ เพราะมันคือวัตถุดิบ  

ถ้าไม่มีวัตถุดิบป้อนเข้ามาเสียแล้ว คุณจะไปจัดการอะไรได้   


สำหรับผมเห็นว่า การจัดการความคิด สำคัญกว่าการจัดการความรู้  เพราะถ้าไม่มีความคิด เราอาจรับเอาแต่ความรู้ขยะที่ได้รับการจัดการมาอย่างดีแล้ว  ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง  เช่น การสอนให้คนไทยกินนมแบบฝรั่ง กินอาหารให้ได้  ๒๐๐๐ แคล แบบฝรั่งเป็นต้น พวกนี้เป็นความรู้ที่ได้รับการ "จัดการ" มาเป็นอย่างดีทั้งสิ้น 


โดยผมขอเสริมว่า    อยากให้เด็กๆ ฝึกคิดวิเคราะห์วิจารณ์ประกอบการเขียนด้วย ไม่ใช่แต่เพียงเขียนแบบเล่าเรื่องน่ะครับ    แบบนั้นผมว่าเสียเวลาทั้งคนเขียนและคนอ่าน เพราะวันนี้เรื่องเล่ามันมีเกร่อไปหมดในเน็ต หาอ่าน ฟัง ดู เอาทีไหนก็ได้  

เช่น เขียนเรื่อง ผีเสื้อเกาะดอกไม้ แทนที่จะเขียนว่ามันสวยดีนะ เป็นธรรมชาติ  ก็อาจเสริมว่าที่มันไปเกาะนั้นเพราะมันไปกินเกสรดอกไม้ .....แล้วถามต่อว่าเอ๊ะ มันกินเกสรดอกอะไรบ้าง ไม่กินอะไรบ้าง และเพราะอะไร  (แค่นี่ก็เป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกได้แล้ว)  

   

ถาม ...ต่อว่า อ้าวแล้วมันกินเกสรอย่างเดียวหรือ  แล้วมันจะกินอาหารครบห้าหมู่ตามที่ครูสุขศึกษาสอนเราหรือ 


คำถามเพียงแ่ค่นี้มันจะเปิดโลกกว้างทางความรู้อีกมากหลาย จนเหลือเชื่อ ไม่เชื่อลองจินต์ต่อสิ 


...คนถางทาง (๑๕ พย ๕๕)