ความอดกลั้นทางศาสนา

ผมว่าคนไทยเรามีความอดกลั้นทางศาสนา (religion tolerance)  มากที่สุดในโลก อดกลั้นจนมันกลั่นตัวมาเป็นความปล่อยทิ้งทางศาสนาได้อย่างเหลือเชื่อ   (religion  ignorance) 


ตัวอย่างเช่นสักสองปีก่อน คนไทยพุทธซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยถูกโจรมุสลิมที่นราธิวาสยิงตาย ๕ ศพ แบบก้มหมอบ ไสตล์ execution  เพื่อสร้างความกลัวให้คนพุทธหนีออกจากพื้นที่


กรณีเช่นนี้  ถ้าเป็น usa  ยุโรป (ไม่ต้องพูดถึงอิสราเอล)  รับรองว่าการโต้ตอบจะมาอีก 100 เท่า แบบตาต่อฟัน    แต่ไทยเรา เงียบฉี่ ไม่มีอะไรเลย  อดทน อดกลั้น หรือ ปล่อยทิ้ง ก็ไม่ทราบ  ...เป็นเช่นนี้เสมอมาเสมอแหละคนไทยเรา

(ลองจินต์ดูสิ ถ้าคนมุสลิมในภาคกลาง  เช่น แถวหนองจอก  ลาดกระบัง ถูกกระทำโดยคนพุทธแบบนั้นบ้าง อะไรจะเกิดขึ้น รับรองได้ว่า แผ่นดินลุกเป็นไฟแน่นอน ) 


จนผมทนไม่ไหว  พิมพ์บทความมือหงิก เสนอให้อย่างน้อยสร้างอนุสาวรีย์สันติภาพทางศาสนาเพื่อเป็นที่ระลึก เพราะมันเป็นกรณีน่าสังเวชจริงๆ  เพราะศาสนาที่อ้างสันติกันเกร่อติดปาก ไม่น่านำสู่การฆ่ากันแสนเหี้ยมโหดแบบนี้ได้  นี่มันเลวยิ่งกว่าเดรัจฉาน  


ถ้าคนเราเกิดมาทั้งทีแล้ว มีปัญญาและความพยายามเพียงเพื่อมีศานาเพื่อเป็นข้ออ้างในการฆ่ากันได้เยี่ยงนี้ ซึ่งผมเห็นว่ามันเลวโง่ชั่วยิ่งกว่าเดรัจฉานสิบเท่า     ชาติหน้าผมปวราณาจิตขอเกิดเป็นอมนุษย์ดีกว่า ..จะไ้ด้ไม่้ต้องมานับถือศาสนาใดให้เป็นอัปมงคลแก่ชีวิต


ผมสลดใจมากต่อกรณีนี้   จนต้องร่ายยาวเขียนไปถึงรัฐบาล  ขอให้สร้างถาวรวัตถุ ณ จุดนั้น ให้เป็นสังเวชณียสถานเพื่อเตือนใจทุกฝ่าย ทุกศาสนา ให้เห็นถึงความโหดร้ายทางความแตกต่างทางศาสนา  และจัดให้มีศาสนพิธีร่วมสองฝ่ายเป็นประจำทุกปีในวันนั้น เพื่อรำลึกถึงความโหดร้าย ความโง่   ..... แต่รัฐบาลในขณะนั้นเขาก็ไม่สนใจ แม้แต่ตอบอีเมล์ผม  


 ... พวกเขาคงว่า    "ไม่เป็นไร"    เออ  ก็สมควรแล้ว ที่ต้องรับกรรมกันมาจนบัดนี้  คนเขาเอาบุญมาให้ ยังไม่มีตามองเห็น ก็สมควร  


ศาสนาอื่นไม่ว่าคริสต์ อิสลาม ซิกส์  บาฮาย  ฝ่าหลุนกง ฮินดู  ถ้ามีคนศาสนาอื่นไปฆ่าพวกเขา รับรองว่าเป็นเรื่อง (ไม่ต้องเอ่ยพวกยิว จูดา Hey Jude)   แต่พุทธเรา ถูกฆ่ามาหลายแสน ล้าน   ตั้งแต่ตักศิลา ยันปัตตานี  เราก็ยิ้่มร่า ว่า ไม่เป็นไร เสมอมา ท่องคาถา... โอม เมตตา กรุณา อมิตตาพุทธกันเสมอมา  


น่าเสนอเปลี่ียนคำศัพท์ นิพพาน เป็นใหม่ว่า ไม่เป็นไร  (เซ็นเขายังเปลี่ยนเป็น ซาโตรี ได้เลย)


่ว่าไปแล้ว นิพพาน กับ ไ่ม่เป็นไร ก็เหมือนๆ กันอยู่นะ   คือมัน  อนัตตา ไร้ตัวตน ใครมาทำร้ายอะไรเรา  ก็ท่องมนต์ว่า ไม่เป็นไร   เพราะมันไม่มีตัวตน อะไร ให้ใครทำร้ายได้หรอก 


พวกพุทธเรานี้ ว่าไปแล้ว ซาดิสก์ได้ใจจริงๆ  พวกโง่ก็โง่สุดๆ  พวกฉลาดก็ฉลาดสุดเหมือนกัน  แต่พวกนี้มันมีน้อยมาก  ขาดดุลอำนาจ  ทำให้ขณะนี้พวกคริสต์ครองอำนาจโลกได้มากที่สุด รองลงไปก็มุสลิม รองลงไปก็พวกไร้ศาสนา เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี รัสเซีย  (สามประเทศหลังนี้ดูเหมือนมีศาสนาในรูปแบบแต่เนื้อแท้แล้วไม่มี) 


ส่วนพวกพุทธ ก็อมิตาพุทธ หลับตา สันติ อหิงสากันต่อไปก็แล้วกัน   ๒๖๐๐ ปี พุทธชยันตี  ไม่เคยเรียนรับซับรู้อะไรกันบ้างเลย หรือว่าพวกพุทธเป็นพวก late bloomer (แปลว่าเรียนรู้ช้า  inert )  


อหิงสาเชิงรุกได้ไหม  ...pro-active peace


...คนถางทาง (๑๔ พย. ๕๕)