-คำนามเพศหญิง อาการานต์
- การใช้คุณศัพท์
- สนธิ ฉฺ
- คำศัพท์ใหม่
เผลอแป๊บเดียวก็มาถึงบทที่ 20 แล้ว เนื้อหาไม่มาก จึงควรท่องจำให้ได้ เน้นว่าท่องจำ เช่น ท่องปากเปล่าให้จำได้ หรือจะเขียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยมือ ไม่ใช่พิมพ์ในคอมพิวเตอร์นะครับ แบบนั้นจะจำได้ดี อันที่จริงผมอยากทำแบบฝึกหัดฉบับคอมพิวเตอร์ ที่ทำโจทย์และคำตอบไว้ ให้สุ่มขึ้นมาถามได้ แต่ว่าทำไม่เป็น ก็ใช้วิธีธรรมดาไปก็แล้วกัน
เข้าสู่บทเรียนเลยก็แล้วกัน...
1. คำนามเพศหญิง ลงท้ายด้วยสระอา แจกรูปแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย มาดูแบบกันก่อน
|
การก case |
เอกพจน์ |
ทวิพจน์ |
พหูพจน์ |
|
อาลปน vocative |
เสเน सेने |
เสเน सेने |
เสนาสฺ सेनास् |
|
กรฺตฺฤ nominative |
เสนา सेना |
เสเน सेने |
เสนาสฺ सेनास् |
|
กรฺม accusative |
เสนามฺ सेनाम् |
เสเน सेने |
เสนาสฺ सेनास् |
|
กรฺณ instrumental |
เสนยา सेनया |
เสนาภฺยามฺ सेनाभ्याम् |
เสนาภิสฺ सेनाभिस् |
|
สมฺปฺรทาน dative |
เสนาไย सेनायै |
เสนาภฺยามฺ सेनाभ्याम् |
เสนาภฺยสฺ सेनाभ्यस् |
|
สมฺพนฺธ genitive |
เสนายาสฺ सेनायास् |
เสนาภฺยามฺ सेनाभ्याम् |
เสนาภฺยสฺ सेनाभ्यस् |
|
อปาทาน ablative |
เสนายาสฺ सेनायास् |
เสนโยสฺ सेनयोस् |
เสนานามฺ सेनानाम् |
|
อธิกรฺณ locative |
เสนายามฺ सेनायाम् |
เสนโยสฺ सेनयोस् |
เสนาสุ सेनासु |
* ลำดับอาลปนะไว้ก่อน เพื่อจะได้ดูง่าย ท่องง่าย
คำนามเพศหญิง ส่วนหนึ่งเป็นคำที่เกี่ยวข้องหรือมีความหมายว่าผู้หญิง แต่ก็ไม่จำเป็นเท่าไหร่ อย่างตัวอย่างนี้ เสนา ก็เป็นคำนามเพศหญิง ขณะที่ โยนิ กลับเป็นคำนามเพศชาย
การลงปัจจัยส่วนไหนคล้าย หรือแตกต่างจาก นามอื่นๆ ก็ลองพิจารณาดูนะครับ ปัจจัยที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ (ภฺยามฺ, ภิสฺ, นามฺ และ สุ) ควรจะจำได้แบบหลับตาเห็นแล้ว การกอื่นๆ ที่ง่ายๆ ก็ เอกพจน์ กรรมการก ลง มฺ ทุกการานต์อยู่แล้ว นอกเหนือจากนั้นก็ไม่แตกต่างมาก คงความคล้ายกันอยู่
โปรดสังเกต พหูพจน์ การกที่ 1 2 และ 8 ใช้เหมือนกัน
คำนามเพศหญิง ลงสระอา ที่แจกเหมือนกัน มีดังนี้
|
กนฺยา कन्या kanyā หญิงสาว คงฺคาगङ्गाgangā แม่น้ำคงคา ชื่อแม่น้ำมักจะเป็นเพศหญิง ฉายา छाया chāyā เงา หรือ ร่มไม้ ภารฺยา भार्या bhāryā คำนี้ ภาษาไทยใช้ว่า ภรรยา ภาษา भाषा bhāṣā คำพูด,
ภาษา |
ภิกฺษา भिक्षा bhikṣā อาหารที่ขอมา ยมุนา यमुना yamunā แม่น้ำยมุนา รถฺยา रथ्या rathyā ถนนในเมือง วิทฺยา विद्या vidyā ความรู้ การเรียน (จากธาตุ วิทฺ รู้, ลงปัจจัย ย แล้วยืดเสียงอะ เป็นอา ได้นามเพศหญิง) สํธฺยา संध्या saṃdhyā เวลาย่ำรุ่ง เวลาย่ำค่ำ ตอนโพล้เพล้ ภาษาไทยว่า สนธยา |
2. การใช้คุณศัพท์ หรือคำขยายนาม
ในภาษาสันสกฤต คำคุณศัพท์กับคำนามนั้นแยกออกจากกันยาก เพราะคำทั้งสองจะต้องมีการเติมปัจจัย บอกการก และพจน์ เช่นเดียวกัน (ยกเว้นในคำสมาส หากไม่ได้อยู่ท้ายคำ ก็ไม่ต้องแจกรูป) แต่หากจะคำแนกแจกแจง ก็พอจะบอกได้ ว่าคำไหนเป็นคุณศัพท์ เช่น ดำ ขาว สูง ผอม อย่างนี้เป็นคุณศัพท์ แต่คำนี้อาจจะเป็นคำนามก็ได้เช่น
กฺฤษฺณ แปลว่า ดำ เราอารจบอกว่าเป็นคุณศัพท์ แต่ถ้าแจกรูปเป็น กฺฤษฺณสฺ แปลว่า (คน)ดำ, (ของ)ดำ ก็เท่ากับเป็นคำนาม
ถ้ามาด้วยกันสองคำ กฺฤษฺโณ ทฺวิชาติสฺ แบบนี้ กฺฤษโณ (กฺฤษฺณสฺ) เป็นคุณศัพท์ ขยาย ทฺวิชาติสฺ
*เพื่อให้สับสนยิ่งขึ้น จะบอกว่า กฺฤษโณ ทฺวิชาติสฺ แปลว่า คนดำ(หรือคนชื่อกฤษณะ) และพราหมณ์ ก็ได้. ในภาษาสันสกฤต อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น...*
ทีนี้ เพื่อความปลอดภัย คำไหนขยายคำนาม เราค่อยเรียกคำนั้นว่าคุณศัพท์ คือดูตามหน้าที่ (ถ้าคำนั้นอยู่เฉยๆ ไม่ทำหน้าที่อะไร ก็ระบุได้ยาก)
มีหลักนิดเดียว คำที่นำไปขยายคำนามใด ก็จะต้องมีเพศ พจน์ และการก ตรงกับคำนามนั้น แต่.... ไม่จำเป็นต้องมีการานต์เดียวกันเพราะตัวการานต์ หรือตัวท้ายนั้นเราเลือกไม่ได้
สมมุติว่า คำที่จะนำไปขยาย ลงท้ายเป็น อะ (ยกตัวอย่าง กฺฤษฺณ นี่แหละ แปลว่า ดำ)
- ขยายคำนามเพศชาย ใช้รูป อะ (แจกรูปเหมือน เทว) เช่น กฺฤษฺเณา นเรา
- ขยายคำนามเพศหญิง ใช้รูป อา (แจกรูปเหมือน เสนา) เช่น กฺฤษฺณา ภารฺยา
- ขยายคำนามเพศกลาง ใช้รูป อะ (แจกรูปเหมือน ผล) เช่น กฺฤษฺณํ ผลมฺ
3. อักษร ฉฺ มีเรื่องยุ่งยากอยู่บ้าง นั่นคือ จะซ้อนตัว จฺ เข้ามาหน้า ฉฺ เป็น จฺฉฺ ในกรณีที่ ฉฺ นั้นอยู่ต้นคำ และ
- ตามหลังสระเสียงสั้น เช่น อตฺร ฉายา > อตฺร จฺฉายา (ไม่ต้องเขียนชิดกัน)
- ตามหลัง “อา” ที่เป็นอุปสรรคเช่น อา + ฉาทยติ > อาจฺฉาทยติ
- ตามหลังคำสั่งห้าม “มา” เช่น มา เฉท > มา เจฺฉท
4. ศัพท์ใหม่ ต่อไปนี้เป็นคำนามอื่น
ที่ไม่ได้ลงอาการานต์ เพศหญิง ขอให้ท่องจำให้คล่อง เป็นศัพท์พื้นฐานที่ควรรู้
|
อิษุ इषु ปุ. ลูกศร คฺฤหสฺถ गृहस्थ ปุ. ผู้ครองเรือน, หัวหน้าครอบครัว (คฺฤห + สฺถา) ปฺรยาค प्रयाग ปุ. เมืองประยาค ปัจจุบันคือ Allahabad ภย भय นปุ. ความกลัว รณ रण นปุ. การรบ |
วิหค विहग ปุ. นก วฺยาธ व्याध ปุ. นายพราน ศรณ शरण นปุ. การคุ้มครอง, ความคุ้มครอง (ภาษาไทยใช้ สรณะ) [พุทฺธํ ศรณํ คจฺฉามิ แปลได้ไหม..] สฺวรฺค स्वर्ग ปุ. สวรรค (อ่านเรื่อง ศัพท์ สวรรคต และ สวรรคคต เพิ่มเติม) หฺฤทย हृदय นปุ. หัวใจ (ภาษาไทยใช้ หฤทัย, ฤทัย) |
|
คุณศัพท์ (นิยมจัดเป็นคำคุณศัพท์) กฺฤษฺณ,
กฺฤษฺณา. कृष्ण (/आ) (ปุ.,นปุ. ใช้ กฺฤษฺณ สฺตฺรี ใช้ กฺฤษฺณา) ดำ ปาป, ปาปา.पाप (/ई, /आ) เลว, บาป ปฺรภูต, ปฺรภูตา.प्रभूत(/आ) มาก |
ศัพท์ไม่แจกรูป (อังกฤษเรียก adverb สันสกฤตนิบาต) สห सह พร้อมด้วย (ใช้กับกรฺณการก) สหสา सहसा ทันใด |
แบบฝึก
ให้แต่งประโยค โดยใช้คำนามเพศหญิง 5 คำ คุณศัพท์ 3 คำ และคำศัพท์ไม่แจกรูป 2 คำ ข้างต้น
(ท่านที่สนใจภาษาสันสกฤต โปรดคัดลอกบันทึกเอาไว้ เผื่อเกิดเหตุขัดข้องขึ้นมา จะได้มีสำรอง)
ชอบอ่านเรื่องของท่าน อจ. มากค่ะ เพราะไม่มีความรู้ .... จึงมาหาความรู้ นะคะ
กนยา = ผู้หญิง
ปาปา = บาป
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะ
เห็นเกี่ยวกับคำนามเพศหญิง พยายามอ่าน อ่านไปยิ่งตาลาย...ง่วงนอนได้ที่พอดี
ฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะพคุณครู @_@
ฮ่าๆๆ ขำคุณหยั่งราก ฝากใบคะ ตลกจัง ^-^
อาจารย์ค่ะ เห็นงานจุฬาวิชาการเขาจัดงานนี้ขึ้น ที่อักษร หนูว่าจะไปอยู่คะ แต่ไม่แน่ไม่นอนเหลืออีกสองวันแล้ว
แต่งประโยคจากคำที่กำหนดให้
1.) เหล่าบรรดาหญิงสาวผิวดำและสหาย(เที่ยวเดิน)เตร็ดเตร่อยู่ที่ตามถนนในเมือง = กฺฤษฺณาะ กนฺยา มิตฺไรรฺภฺรามยนฺติ รถฺยาสุ
2.) พระกฤษณะเสด็จผ่านข้ามแม่น้ำยมุนาพร้อมกับพระบิดาด้วยความเด็ดเดี่ยว = กฺฤษฺณะ ตรติ ยมุนำ ชนเกน ไธรฺเยณ
3.) พระนางยมุนาคือชายาของพระกฤษณะ = ยมุนา ภวติ ภารฺยำ กฺฤษฺณสฺย
4.) แม่น้ำคงคาไหลลงมาจากพระเศียรของพระศิวะ = คงฺคา วหนฺติ ศิราจฺฉิวสฺย
5.) เหล่าเทวดาประทานความรู้อันมากมายหลากหลายแด่มวลมนุษย์ = เทวา ยจฺฉนฺติ ปฺรภูตา วิทฺยา มนุษฺเยภฺยะ
6.) พวกโจรบาปปล้นสะดมทรัพย์สินของชาวบ้านในเวลาโพล้เพล้ = ปาปาะ โจราะ โจรยนฺติ ธนานิ โลกานำ สํธฺยายาะ
ขอบคุณพี่หมอเปิ้ลมากครับ
อิๆ คุณหยั่งรากเห็นสันสกฤตเป็นยานอนหลับซะแล้ว
คุณศรีฯ ขอบคุณมากครับที่แจ้งข่าว ผมกระจายข่าวออกไปแล้ว แต่เสียดายไม่ได้ไป
3.) พระนางยมุนาคือชายาของพระกฤษณะ = ยมุนา ภวติ ภารฺยำ กฺฤษฺณสฺย
ยมุนา กฺฤษฺณสฺย ภารฺยา ภวติ (นิยมเรียงคำแบบนี้, ภารฺยา ไม่ได้เป็นกรรม ใช้การกที่ 1)
4.) แม่น้ำคงคาไหลลงมาจากพระเศียรของพระศิวะ = คงฺคา วหนฺติ ศิราจฺฉิวสฺย (วหติ, ไหลลง ใช้ศัพท์ อวรุหฺ, อวสฺรุ ก็ได้)
5.) เหล่าเทวดาประทานความรู้อันมากมายหลากหลายแด่มวลมนุษย์ = เทวา ยจฺฉนฺติ ปฺรภูตำ วิทฺยำ มนุษฺเยภฺยะ
ความรู้เป็นกรรมตรง
6.) พวกโจรบาปปล้นสะดมทรัพย์สินของชาวบ้านในเวลาโพล้เพล้ = ปาปาะ โจราะ โจรยนฺติ ธนานิ โลกานำ สํธฺยายาะ
ปาปาศฺโจราศฺโจรยนฺติ ธนานิ โลกานำ สํธฺยายาะ
(สนธิ)
อุตฺตมมฺ !
หนูลืมถามว่า อวยย. ย่อมาจากอะไรค่ะ อาจารย์
1.) มารอบนี้อยากจะขอรบกวนอาจารย์สักเรื่องว่าช่วยสรุปการเรียงรูปประโยคในแบบที่สวยงามและเป็นธรรมชาติตามแบบภาษาสันสกฤตให้หน่อยคะ เช่น king's toy ก็เอาเจ้าของวางไว้ที่ข้างหน้าสิ่งของเหล่านั้น
หนูทราบจากที่อาจารย์เคยกล่าวว่าในการวางประโยคก็ไม่มีอะไรซับซ้อนอยู่แล้วเพราะลักษณะของแต่ละคำที่ปรากฎก็บอกหน้าที่แล้วว่าควรจะทำหน้าที่อะไร แต่ที่ผ่านมาหนูเล่นเรียงประโยคตามแบบภาษาไทยเพราะกลัวว่าจะสับสนเอาได้ ต่อแต่นี้ไปก็เลยอยากจัดวางแต่ละคำแบบมืออาชีพแล้วคะ อิอิ แบบว่าให้คนที่ได้สันสกฤตมาอ่านแล้วไม่รู้สึกกระด้างกระเดื่อง
เช่นพวกคำ adj นี้ก็ไม่จำเป็นต้องวางหน้าคำนามเสมอไปใช่ไหมค่ะ ว่าแต่ที่อาจารย์ให้ทำโจทย์โดยเรียงลำดับตัวเลขนี้ แท้จริงแล้วต้องการจะให้หนูทำสนธิหรือต้องการให้ประโยคมันออกมาดูสวยงามดูดีค่ะ ?
2.) อาจารย์คิดว่าการจะแปลแบบมืออาชีพที่ดีได้นั้นจะต้องอาศัยปัจจัยอะไรหลายอย่างไหมค่ะ เช่นต้องมีคลังคำศัพท์ในหัวค่อนข้างเยอะ ประมาณว่ามองปุ๊บต้องพอเดาได้แล้วว่ามันมาจากคำว่าอะไร คำไหนเป็นคำไหน แม้ว่าที่เห็นอยู่จะมีการสนธิกันอิรุงตุงนังก็ตามที
3.) เครื่องหมาย | ในประโยคนี้ हे शिष्या नगरस्य रथ्यासु साधूनां भार्याभ्यो|द्य भिक्षां लभध्वे ॥१२॥ มาแทนอวครหะ หรือเป็นเครื่องหมายจบวรรค
4.) ทำไมอินเดียใต้ถึงออกเสียง ศ เป็น ส แบบไทยละค่ะอาจารย์ เช่นคำว่า ศฺรี ทางใต้ออกเป็น สรี เฉยเลย แทนที่จะเป็น ชรี หรือเป็นสำเนียงท้องถิ่นค่ะอาจารย์ ว่าแต่มันก็สันสกฤตเหมือนกันน่าจะออกให้ตรงๆกันไปเลย
5.) ส่วนบทความเรื่องภูมิปัญญาสันสกฤตที่ลงในวิภาษา หนูคงต้องรบกวนอาจารย์แล้วคะ เพราะหาไม่เจอเลย อิอิ ใจจริงอยากจะให้อาจารย์เขียนบทความเกี่ยวกัยประโยชน์ของภาษาสันสกฤต หรือเรื่องเล่าต่างๆในตำนานที่เกี่ยวข้อง เขียนในโหราฯ ก็ได้คะ ถือสะว่าเป็น request จากแฟนๆที่ติดตามอ่านงานของอาจารย์มานาน อิอิ
ขอบคุณคะ
ลืมไปรบกวนอาจารย์ช่วยแต่งประโยคของคำคุณศํพท์สองคำนี้ให้หนูดูหน่อยคะ แต่งไม่ถูก ไม่รู้จะเอาไปขยายอย่างไรดี ขอบคุณคะ
สห सह พร้อมด้วย (ใช้กับกรฺณการก)
สหสา सहसा ทันใด
สองคำข้างบนนี้ไม่ต้องแล้วคะ หนูลืมมองไปว่ามันเป็น adverb นึกว่าเป็น adj เลยคิดอยู่ว่ามันจะขยายยังไง ขอประทานโทษคะอาจารย์ อิอิ