ละโว้ เชียงราย และ ชัยนาท ...สามชื่อเมืองที่ประหลาด
คำว่าละโว้นั้น กรมศิลปากรเชื่อกันมานานว่า (ตามการชี้นำของ จิตร ภูมิศักดิ์) ว่ามาจากภาษามอญ “ลูโว” ที่แปลว่า ภูเขา เพราะเมืองนี้มีภูเขามาก (แต่ความจริงไม่มากนักหรอก พอมีบ้างในระยะไกล เท่านั้นเอง )
...........แต่ผม มาคิดใหม่ว่าเป็นคำสันสกฤต มาจาก ลว (อ่านว่า ละวะ หรือ ลพ (อ่านว่า ละพะ ) เพราะ ว กับ พ นั้น ผันกันได้ เช่น วิเศษ=พิเศษ วิไล= พิไล วิมาน=พิมาน เป็นต้น ซึ่ง ลว แปลว่า น้ำ หมายความว่า เป็นเมืองที่มีน้ำมาก และลวบุรี ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ )
จากนั้นผมไปเห็นในเหรียญสตางค์โบราณสมัยทวาราวดี มีการจารึกคำว่า ลโวทฺยปุร (หรือ ละโว้บุรี นั่นแหละ ) ผมถึงบางอ้อ ก็ใช่เลย ละโว้ มาจากคำนี้แหละ
ขี้เกียจอธิบายมาก ไปหาบทความเก่าๆผมอ่านดู ถ้าสนใจจริงๆ (แต่ส่วนใหญ่ คนไทยไม่สนในหรอก เอาง่ายเข้าว่า ขนาด ศ. ดร. เต็มกรมศิลปากรก็ตาม หรือ ศ. ดร. ประวัติศาสตร์ เสื้อแดงที่เอาแต่การเมือง ไม่สนใจเรื่องสำคัญพวกนี้ จนไปยก เขมร ให้เป็นนายขอม สยาม ไปแล้ว )
ไม่ต่างอะไรกับ สุโขทัย มาจาก สุข + อุทัย หรือ สิงคโปร์ ก็มาจาก สิงห์บุรี นี้แหละ ปุระ กลายเป็น โปร์ ไปได้ อย่างน่าฉงน
ปล... ลโวทฺยปุัระ นี้ สำหรับผมถือว่าเป็นต้นกำเิินิดสยามประัเทศ เป็นศูนยกลางอาณาจักรขอม แต่นักประวัติศาสตร์ไทย สนใจกันน้อยมาก ไปยกให้เขมร (ซึ่งผมว่าเป็นทาสขอม) เป็นเจ้านายเฉยเลย เช่น อดีตอธิการบดีธรรมศาสตร์ และ อดีต อธการบดีม.เที่ยงคืน
กล่าวฝ่ายเชียงราย นักวิชาการเขาเถียงกันมาเป็นร้อยปีว่ามาอย่างไร ผมไปนอนเชียงรายสองสามครั้ง สนใจคิด เสนอว่า มาจาก เชียง + รายา แปลว่าเมือง แห่งพระราชา
ราชา กับ รายา ก็คำเดียวกัน แล้วแต่สำเนียง ทางอินโดฯ จะใช้รายา ส่วนทางเรามักนิยมเสียงหนักเป็น ราชา ส่วนอังกฤษ เน้นกลาง ๆ เป็น ราจา (raja) หรือบางที่ก็หดสั้น เป็น raj (อ่านว่า ราจ แบบ ราช ของไทยเรา เช่น หนังเรื่อง The day of the Raj เคยดูไหม น้ำเน่าสุดๆ มีหญิงอังกฤษ ไปโรมานซ์กับหนุ่มอินเดียด้วย)
คนไทยมินิสัยชอบออกเสียงสั้น จึงตัด สระอาออก เสียมาก ดังนั้นราชา ก็กลายเป็น ราช รายา ก็กลายเป็น ราย นารายาณา ก็เป็น นารายณ์ ดังนั้นเชียงรายาก็กลายเป็น เชียงราย
สำหรับกษัตริย์ “มังราย” หรือ “เม็งราย” นั้น ก็คือ “มังรายา” แปลว่า กษัตริย์ของชาวมัง นั่นเอง ซึ่งจะหมายถึงเผ่าพันธุ์ของพวกชาวม้ง (แม้ว) ในวันนี้หรือไม่ก็น่าวิจัยกันต่อไป (ตลาดเช้าเชียงราย เที่ยวสนุกที่สุด เพราะมีชาวม้งมาขายสินค้า อาหารสด มากหลายกว่าทุกจังหวัดในประเทศไทย)
วันนี้ยังมีหลักฐาน คือ มีหมู่บ้านโบราณ ชื่อ “สุวรรณรายา” อยู่ห่างเมืองเชียงรายไปทางเหนือริมถนนพหลฯ ประมาณ 10 กม. เท่านั้น ทางขวามือ
ชื่อเมือง ชัยนาท ยากที่สุด ประวัติเมือง โดยทั่วไปก็เอากันง่ายๆ เข้าไว้ ว่ามาจาก ภาษาแขก ที่แปลว่า มีชัย(ชนะดังกึกก้องกัมป)นาท ....ซึ่งผมว่ามันบ้าไปแล้ว
สำหรับผมเสนอไว้แล้วว่า น่าจะมาจากคำว่า ศรีจนาศะ
เพราะเมืองโบราณเก่าแก่นี้ มีจารึกไว้ในหลักศิลาขอมหลายหลักมาก ว่าเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมีอำนาจมาก นักวิชาการโบราณคดีไทยแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งว่าเมืองนี้คือเมือง ศรีเทพ (เพชรบูรณ์) อีกฝ่ายว่าคือเมืองเส-มา (นครราชสีมา) แต่ผมว่าคือเมืองชัยนาท
ศรี เป็นเพียงยศ ตัดออกได้ เช่น ศรีวิชัยยะ ยังตัดศรี ออก ตัด วิ ออก กลายเป็น ชัยยะ หรือ ไชยา ได้ในที่สุด ดังนั้นถ้าตัดศรีออก ก็เป็น จนาศะ ตัดสระอะออก (ตามนิสัยคนไทย) ก็เป็น จนาศ ออกเสียงว่า จะนาศ เพี้ยนไปเพี้ยนมา ก็ว่า ชัยนาท ไปเลย
เพื่อนผมคนหนึ่งจบวิศวะม. รัฐ ดังกลางกรุง เกียรตินิยม ขณะนี้เป็นผู้บริหาร ระดับสูงในองค์กรยักษ์ แต่ท่านนิยมเรื่องจิตวิญญาณ นั่งทางในมาก ท่านเปรยว่าท่านนี้คือ พระนเรศวรกลับชาติมาเกิด พร้อมหลักฐานน่าเชื่อถือมาก (ผมเองยังเชื่อ ๕๐/ ๕๐ )
พอผมเอ่ยเรื่อง ศรีจนาศะ = ชัยนาท ท่านก็เล่าเลยว่า ในอดีตท่านได้ไปสำรวจชัยนาท แล้วหยั่งรู้ด้วยจิตว่า นี่เป็นแดนกำเนิดขององค์สิทธัตถะ (ซึ่งต่างจากเพื่อนรุ่นพี่ผมอีกคน เป็น ศ.ดร. เก่ง ฉลาด ดีมากๆ ที่ตั้ง ทฤษฎีว่า พพจ.ทรงเป็นคนไทย และเกิดที่พระธาตุศรีสองรัก จ.เลย )
คนเพี้ยนสามคนมาเจอกัน รับรองว่า สนุกแน่ ๆ
สวัสดี
....คนถางทาง (๕ พย. ๒๕๕๕)
ขอโทษครับ เล่าผิด เพื่อนศ.ดร. ว่า พพจ. เกิดที่พระธาตุศรีสองรัก
ส่วนเพื่อนนั่งทางใน บอกว่า พพจ. ตรัสรู้ที่ จนาศ (ชัยนาท)