ช่วงนี้เลขาฯอยู่สำนักงานแทบทุกวัน ถือโอกาสพักผ่อนหลังจบงานนอกสถานที่ของมูลนิธิในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

โอกาสนี้ทำให้ได้เจอพี่หัวหน้าแผนกจ่ายไปรษณีย์ในบ่ายวันหนึ่ง ปกติเลขาฯจะเจอพี่ที่ส่งไปรษณีย์อยู่ 3 คน เป็นคนส่ง EMS 2 คน และไปรษณีย์ธรรมดาอีก 1 คน เหลือหัวหน้าแผนกคนนี้เท่านั้นที่ยังไม่เคยเจอ เพราะพี่เขาจะออกมาเมื่อคนอื่นๆลางานเท่านั้น และก็ให้บังเอิญตรงกับช่วงที่เลขาฯไม่อยู่สำนักงานทุกครั้งไป

พี่เขาบอกว่า ทำงานส่งไปรษณีย์ที่นี่มายี่สิบปี เพิ่งได้พบหน้าเจ้าวันนี้เอง เขาเป็นคนอุบลฯ  เจอหน้าก็เว้าอีสานใส่เลขาฯทันที ดีที่พอมีวิชาติดตัวอยู่บ้าง คุยกันเพลินเลยค่ะ 

พี่คนนี้เห็นไปรษณีย์ของพูนพลังมาบ่อยๆ หลายครั้งเป็นจดหมายลายมือเด็กๆ ก็เลยถามไถ่กับพี่ที่รับจดหมายอยู่เป็นประจำ จนพอรู้ว่าพูนพลังมีโครงการอะไรอยู่บ้าง พี่ไปรษณีย์เองก็รวบรวมทุนจากคนรู้จักที่กรุงเทพฯไปเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กๆที่อุบลฯเป็นประจำทุกปี เลยสนใจพูนพลังเป็นพิเศษ เพราะเราคอเดียวกัน

พี่ไปรษณีย์สารภาพว่า จินตนาการภาพเลขาฯเป็นผู้หญิงอายุ 60-70 เพราะคนทำมูลนิธิต้องแก่ และธรรมมะธรรมโม  เจอตัวจริงแล้วไม่อยากเชื่อ (ยังไม่แก่ และดูไม่ธรรมมะธรรมโมเลยแม้แต่น้อย) จนต้องขอดูบัตรประชาชนอยู่เป็นนาน  เราจบการสนทนาด้วยการแลกเบอร์โทรศัพท์ เผื่อวันไหนฤกษ์งามยามดี พี่แกจะได้มานั่งสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

 เลขาฯเป็นคนชอบเขียนจดหมายเป็นชีวิตจิตใจมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น และเขียนแทบทุกวันสมัยอยู่มหาวิทยาลัย พลอยทำให้รักและขอบคุณไปรษณีย์ทั้งไทยและเทศ ที่เป็นสื่อนำเรื่องราวต่างๆเดินทางไปสู่ผู้คนที่อยู่ห่างไกล แต่มีใจคิดถึงกัน 

เลขาฯได้คุยกับพี่ที่ส่งไปรษณีย์ ซึ่งถือเป็นผู้ช่วยเหลืองานมูลนิธิที่สำคัญมาก ได้ครบทุกคนแล้ว ทุกคนอัธยาศัยดี น่ารักมาก รับฝากจดหมายไปส่งให้ก็บ่อย ขอชื่นชมบริการและน้ำใจของพี่ไปรษณีย์ทุกคนไว้ที่นี่ค่ะ