การนำความคิดหรือผลงานซึ่งเป็นการทำงานหนักของผู้อื่นไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการยินยอมโดยชอบธรรมของผู้ริเริ่มดูจะเป็นการทำร้ายจิตใจหรือทำลายความตั้งใจหรือความทุ่มเทของคนทำงานไปอย่างน่าเสียดาย บางทีอะไรๆ ที่เป็นการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายโดยการตกลงกันหรือยินยอมเสียแต่ทีแรกดูจะเป็นการแสดงน้ำใจและการให้เกียรติต่อคนทำงาน เป็นการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีมีต่อกันได้ยืนยาวกว่ากันเยอะเลยค่ะ

หายไปจากบล็อคนานมากโดยส่วนตัวปรกติจะเขียนบล็อคเป็นเรื่องเป็นราวได้ต้องกลับจากการเดินทางไกลๆ มีโอกาสฟังเรื่องดีๆ หรือได้อ่านเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างมากมา ทั้งที่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นครบทั้ง 3 อย่าง มีเรื่องราววนไปวนมาในหัวเยอะมาก แต่สุดท้ายก็เขียนอะไรออกมาไม่ได้เลยซักเรื่อง จนกระทั่งช่วงนี้ที่ได้รับโทรศัพท์และข้อความทางเฟสบุ๊คจากรุ่นพี่บางคนที่บ่นเชิงตัดพ้อกับการทำงานแบบฟรีแลนซ์แล้วเก็บค่าทำงานไม่ได้หรือไม่กล้าเรียกค่าทำงานจากลูกค้าจนทำให้ทำงานยาวไปจนเกือบจะทำงานฟรีในที่สุด ฟังแล้วก็แอบนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ตอนที่ผู้เขียนออกจากบริษัทที่ทำงานกินเงินเดือนประจำใหม่ๆไม่ได้ ที่ทำงานฟรี โดนลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างโกงหรือเอาเปรียบ จนเหนื่อย ท้อแท้ กระทั่งเสียน้ำตาไปแล้วก็หลายครั้ง ถ้าใครที่ออกจากงานประจำแล้วเริ่มต้นชีวิตทำฟรีแลนซ์ใหม่ๆ ได้มีโอกาสมาอ่านก็อยากแชร์เป็นประสบการณ์เศร้าๆ ส่วนตัวให้ฟังค่ะ ว่าคนทำงานประจำส่วนใหญ่เมื่อตกลงรับทราบเงินเดือนประจำตั้งแต่แรกแล้วก็มักจะชินกับการทำงานอย่างเต็มที่ไปทั้งเดือนโดยไม่ได้สนใจกับตัวเลขของเงินเดือนที่เข้ามาทุกสิ้นเดือน เราทำงานโดยเงื่อนไขที่ตกลงไว้เป็นเงินที่จะได้เป็นประจำทุกๆ เดือน แต่ชีวิตฟรีแลนซ์แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ความยากของฟรีแลนซ์มือใหม่ไม่ว่าจะในสาขาอาชีพใดๆ คือทำให้ลูกค้ารับรู้ฝีมือหรือกิ๋นได้โดยไม่เผลอปล่อยมุกไปหมดหรือทำงานฟรีโชว์ของไปซะแล้ว ยากมากๆ โดยเฉพาะงานที่ต้องแสดงความคิดเห็น สอน หรือต้องเป็นที่ปรึกษาให้คนอื่นเค้าเหมือนที่ผู้เขียนทำอยู่ ประวัติประสบการณ์การทำงานยาวเหยียดในแผ่นกระดาษจะช่วยอะไรไม่ได้มากเท่ากับการแสดงวิสัยทัศน์กับเรื่องที่ต้องการแก้ปัญหาของลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างในอนาคตของเราได้ตรงใจ ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องทำได้พอดิบพอดีที่จะไม่ปล่อยหมัดเด็ดไปเสียหมดจนคู่เจรจาไม่จ้างงานหรือได้ไอเดียไปทำแล้วโดยลืมเรา อีกสิ่งสำคัญที่จะตามมาก่อนลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างจะตัดสินใจจ้างงานเรา คือ ใบเสนอราคาและเงื่อนไขการจ่ายเงินค่ะ ตรงนี้แหละที่ทำให้ฟรีแลนซ์เพลี่ยงพล้ำมานักต่อนักเพราะความที่อยากให้ลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างประทับใจว่าเราจริงใจ ไม่งี่เง่า หรือเห็นแก่เงินทองมากจนเกินไป หลายคนมากที่เริ่มต้นทำงานไปไกลแล้วโดยไม่ได้เสนอราคาหรือคุยกันเรื่องเงื่อนไขการชำระค่างานให้ชัดเจนเสียตั้งแต่ต้น และหลายคนก็เกิดเรื่องให้ต้องผิดหวังหรือเสียกำลังใจในการทำงานในท้ายที่สุด บางคนถึงขนาดท้อใจจนแทบจะเลิกล้มความตั้งใจในการใช้ชีวิตทำงานแบบฟรีแลนซ์ของตัวเองไปอย่างน่าเสียดาย

ใดๆ แล้วชีวิตฟรีแลนซ์ก็คือการทำงานแบบอิสระที่ต้องหารายได้เลี้ยงตัวเองแบบนึงที่ต้องได้เงินค่าทำงานไม่ว่าก่อนหรือจบงานคล้ายกับการทำงานประจำอยู่ดีค่ะ ผู้เขียนทำงานฟรีแลนซ์ที่ปรึกษามาซักระยะนึงแล้วก็พบว่าการจ่ายเงินเพื่อเป็นค่าวิชาชีพ ค่าความคิด หรือผลงานดีๆ ที่ออกมาเป็นความสุขทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างที่ทำให้เกิดงานอันภาคภูมิใจนั้นร่วมกันค่ะ การนำความคิดหรือผลงานซึ่งเป็นการทำงานหนักของผู้อื่นไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการยินยอมโดยชอบธรรมของผู้ริเริ่มดูจะเป็นการทำร้ายจิตใจหรือทำลายความตั้งใจหรือความทุ่มเทของคนทำงานไปอย่างน่าเสียดายนะคะ บางทีอะไรๆ ที่เป็นการได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายโดยการตกลงกันหรือยินยอมเสียแต่ทีแรกดูจะเป็นการแสดงน้ำใจและการให้เกียรติต่อคนทำงาน เป็นการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีมีต่อกันได้ยืนยาวกว่ากันเยอะเลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะคนทำงานดีๆ รักงานของเค้ามากๆ ค่ะ อย่าให้ใครต้องเสียกำลังใจไปเพียงเพราะโดนนำความคิดหรือผลงานไปใช้ฟรีๆ โดยไม่ยินยอมเลยนะคะ เป็นกำลังใจให้ฟรีแลนซ์ทั้งมือใหม่และรุ่นเก๋าทุกคนที่มีโอกาสได้อ่านบทความนี้ด้วยค่ะ ^^