เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา (ตอนที่ 4 เทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้)
ตอนนี้ใช้เวลานานพอควรที่จะเขียนนับว่าหนักใจมาก เหตุเพราะว่า ถ้าระบุเจาะจง ไปเป็นกาลเฉพาะ ก็ขาดความหลากหลาย เนื้อหาการศึกษา รวมถึงสิ่งแวคล้อมของผู้ให้การศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และผู้ศึกษา ขาดความเท่าเทียมกัน ในแต่ล่ะกลุ่มบางส่วนทำได้ บางส่วนทำไม่ได้ จะไม่สามารถปฏิบัติได้จริง จากประสบการณ์ที่พบเกิดความเลื่อมทางสังคมสารสนเทศสูง คนที่มีโอกาสเข้าถึงก็จะมีผลงานส่งส่วนที่เข้าไม่ถึงก็ไม่มีส่ง ไม่มีคะแนน และนี้ล่ะจึงทำให้ผู้ด้อยโอกาสเกิดช่องว่างมากขึ้นเรื่อยๆ คงกล่าวได้ว่าจะใช้อะไรก็ได้ให้บรรลุวัตถุประสงค์การศึกษาน่าจะดีกว่าน่ะครับ
ในกาลนี้ขอกล่าวเทคโนโลยีที่ใช้เป็นเทคโนโลยีร่วมกับ เทคโนโลยีสารสนเทศน่ะครับ ผมเรียก “เทคโนโลยี ประสาน ประกอบ” ฟังแล้วแปลกๆ แต่เทคโนโลยีนี้เริ่มจากระบบบำรุงเครื่องจักรอุตสาหกรรมมาก่อน แล้วขยายตัวโดยไม่รู้ตัวไปสู่องค์กรอื่น ไม่ว่าจะเป็นระบบจักการสินค้า ระบบคงคลังในภาคธุรกิจ จะกล่าวในรายละเอียดคงไม่จบแน่น จะกล่าวในหลักการก็แล้วกันน่ะครับ
“เทคโนโลยี ประสาน ประกอบ” คือ การประสาน จากเทคโนโลยีที่ไม่ชำนาญจากผู้ชำนวญ และมีการประกอบขึ้นเป็นโครงข่ายหลัก โดยหน่วยงานกลางเฉพาะในการจัดการประสานความเชียวชาญ เฉพาะตัว กับความชำนาญการด้านอื่น
ทำไมต้องใช้ “เทคโนโลยี ประสาน ประกอบ” เนื่องจากปัจจุบัน ได้มีแนวโน้มการศึกษาที่ขาดความเป็นตัวตน แก่นของการศึกษาในสาขาเฉพาะตนนั้นเริ่มถูกทำลายจากเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวคือ บุคคลที่มีความเชียวชาญเฉพาะเรื่อง ไม่สามารถให้การศึกษาได้เลยถ้าไม่รู้เทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาหลัก ผู้ให้การศึกษา และผู้รับการศึกษา ผิดไป ตัวอย่าง นักโบราญคดี สาขาหลัก โบราญคดี ก็จะแปลงกายเป็น สาขาหลักเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขารองโบราญคดี ในกาลนี้แทนที่เทคโนโนโลยีสารสนเทศ จะเป็นส่วนเสริมกลายเป็นว่าถ้าไม่รู้เทคโนโลยีสารสนเทศก็ไม่สามารถทำการเรียนการสอนกันได้แล้ว นักข่าวใช้ 3G ไม่ได้ก็เป็นนักข่าวไม่ได้ ทำนองนั้น
ตอนนี้คงจะเริ่มชัดแล้วน่ะครับว่าการเดินทางด้านการศึกษาเริ่มถึงทางสามแพ่ง ว่าจะเลือกเก่งเทคโนโลยีสารสนเทศมากกว่าสาขาเฉพาะที่ต้องการศึกษาจริงๆ หรือจะเชียวชาญสาขาเฉพาะที่รักแล้วใช้สารสนเทศเป็นแค่ส่วนเสริม
จึงกล่าวได้ว่าถึงเวลาแล้วที่นักเทคโนโลยีฯ และนักการศึกษาต้องร่วมกันสร้างระบบการศึกษา แบบ “เทคโนโลยี ประสาน ประกอบ” โดยสร้างระบบผู้เชียวชาญ เทคโนโลยี สารสนเทศ มีหน้าที่ประสาน กับผู้เชียวชาญเฉพาะด้าน ในการจะการศึกษาฉพาะด้าน โดยใช้เทคโนโลยีสารนสเทศมาประกอบเป็นระบบการศึกษา มีการจะตั้งหน่วยงานกลางรวบร่วมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา ร่วมสร้างสื่อการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ แทนที่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาต้องมาศึกษาเองสร้างเอง มีการสร้างระบบการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์โดยผู้เชียวชาญด้านสารสนเทศ ผู้เชียวชาญเฉพาะมีหน้าที่ ให้หัวข้อ เนื้อหา การเรีย การสอน และการประเมิน ไม่จำเป็นต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับระบบการศึกษาด้านสารสนเทศ จะเกี่ยวก็หน่วยงานที่มีหน้าที่ประสาน ประกอบ เทคโนโลยีสารสนเทศ เท่านั้น
และยังมีอื่นอีกน่ะครับ ระบบนี้ถึงจะเป็นรูปเป็นร่าง อย่างเป็นรูปธรรม ในหน่วยงานที่ผมเคยทำงานได้เริ่มต้นมากว่า 6 ปีแล้ว ปัจจุบันยังไม่ไปถึงไหนเลยครับ เนื่องจากขาดบุคลากรที่ทำงานนี้เป็นกาลเฉพาะ ได้แต่ใช้คนในหน่วยงานทำกันเอง เฉพาะงานหน้าที่รับผิดชอบก็เยาะแล้ว จะมาช่วมทำด้านนี้อีกก็ไม่มีเวลาพอน่ะครับ ในที่นี้ผมถึงเน้นให้สร้างหน่วยงานกลางเป็นกาลเฉพาะทำหน้าที่นี้ครับ ลองคิดตามดูน่ะครับ ถ้ามีการสร้างหน่วยงานกลางที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการศึกษา มีหน้าที่รวบรวมผู้เชียวชาญเฉพาะสาขา นำความรู้ของคนเหล่านั้น มาสร้างระบบการศึกษา โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ จากผู้เชียวชาญการศึกษาจะก้าวไปถึงไหนๆ ขอบคุณครับ