เกริ่นนำ
ในระบบการศึกษาที่ผ่านมา ผู้ที่ำทำหน้าที่สอนความรู้ถูกจัดแยกออกเป็น ๒ กลุ่มคือ กลุ่มครู และ กลุ่มอาจารย์ โดยจัดให้อาจารย์แยกออกไปทำหน้าที่สอนในระดับอุดมศึกษา เราจะเห็นถึงการถูกจำกัดอยู่ใน "สถาบันการศึกษา" คำถามว่า "อะไรคือสถาบันการศึกษา" สิ่งที่เราพอจะเข้าใจร่วมกันได้คือ สถานที่เพื่อการจัดการศึกษาซึ่งจะต้องได้รับการรับรองจากรัฐโดยลายลักษณ์ และทำให้เข้าใจได้ว่า ผู้ใดทำหน้าที่สอนในสถาบันการศึกษา ผู้นั้นคือครูอาจารย์ ปัญหาที่น่าพิจารณาคือ ผู้สอนความรู้ตลอดถึงแบบแห่งการเรียนรู้นอกสถาบันการศึกษาใช่ครูอาจารย์หรือไม่ หากถือเอาเนื้อความข้างต้น คำตอบคือ "ไม่ใช่" ซึ่งคือการแยก(อาจจะโดยไม่ตั้งใจ)ระหว่างครูอาจารย์และไม่ใช่ครูอาจารย์ และตามมาด้วยผู้นั้นไม่ใช่ผู้จะอยู่ในฐานะผู้สอนและแบบแห่งการเรียนรู้ได้ในสังคม ส่งผลต่อความรู้ที่ผ่านทางตัวคนและรูปแบบปฏิบัติต่อความรู้และการได้มาซึ่งความรู้ถูกลดบทบาทกลายเป็น"ฉันไม่มีความรู้"
ความจำเป็นและไม่จำเป็นในความต้องการครูอาจารย์
ในระบบการศึกษา เราีมีความต้องการครูอาจารย์ที่มีความรู้และมีรูปแบบการแสวงหาความรู้ที่สำคัญ เพราะมันหมายถึงครูอาจารย์คือตัวหนังสือสื่อจินตนาการด้วย แต่เมื่อโลกขยายตัว ความรู้ทั้งหลายมากมี ครูอาจารย์จึงอาจเป็นเพียงตัวแทนของเม็ดทรายของความรู้ ซึ่งไม่ใช่ตัวความรู้ ครูอาจารย์จึงอาจไม่ต่างจากผู้เรียนเพื่อจะเข้าถึงความรู้ และอาจอยู่ในฐานะเพื่อนร่วมเรียนรู้ เพื่อจะบอกผู้เรียนรู้ด้วยกันว่า ฉันใช้วิธีการอย่างนี้ และค้นพบความรู้เรื่องนี้ แต่วิถีของฉันอาจไม่ใช่วิถีของผู้ไม่ใช่ฉัน จึงไม่ใช่การชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ หรือชี้นกเป็นไม้ ชี้ไม้เป็นนก เพราะเพื่อนร่วมเรียนรู้อาจชี้นกกับไม้เป็นไม่มีนกและไม่มีไม้ก็ได้ เราไม่อาจนำความรู้ทั้งหมดมาไว้ในเม็ดทรายเม็ดใดเม็ดหนึ่งได้ เราจำเป็นต้องเทียบทรายต่างเม็ดจากทุกมุมโลกคือความแท้จริงของความรู้ที่สอดคล้องกับความเป็นสิ่งๆนั้น ดังนั้น ครูอาจารย์จึงอาจไม่ใช่ครูอาจารย์ที่สอดคล้องกับที่สถาบันการศึกษารับรอง เมื่อตีกรอบออกจากห้องเรียนแคบๆ เราจะพบเม็ดทรายอีกจำนวนมากมายที่อาจเป็นผู้สอนหรือครูอาจารย์ที่สอดคล้องกับรูปแบบของความเป็นเรา
ครูอาจารย์ของห้องเรียนในฝัน
ห้องเรียนในฝันคือห้องเรียนที่ไร้ฝาผนัง เป็นโลกกว้างทั้งโลกคือความเป็นตัวตนที่อิสระและโลกคือสภาพรอบตัวจากที่เรายืนอยู่ไกลออกไปกว่าที่เราจะคิดถึงและเดินทางไปได้ แต่เราคงเรียนรู้ได้เฉพาะในความสามารถที่เราพอจะรู้ได้เท่านั้น สรรพสิ่งจึงเป็นครูอาจารย์ของเราได้ โดยที่สุดความเป็นโลกของตัวเรานั่นเองคือครูอาจารย์ที่ใกล้ตัวที่สุด ที่จะคอยสั่งสอนตักเตือนแนะนำพร่ำสำเหนียกให้เราเกิดการเรียนรู้และบรรลุถึงความรู้ ซึ่งคือการจัดการความรู้ในตนโดยอิงอาศัยความรู้นอกตัวและในตัวผสานกัน ซึ่งคือความไม่มีสถาบัน ชั้น ระบบ ระดับ... ในเชิงสังคมเข้ามาเป็นเงื่อนไขให้แปลกแยก สรรพสิ่งจึงมีความหมาย