
"คืนนั้นเมื่อผมไปหาน้ำมาดื่มดับหิวกระหายแล้วก็นอนหลับภายในศาลาใกล้ ๆ ประตูด้วยความเหน็ดเหนื่อย
ผมนอนหลับไปเป็นเวลาเท่าไหร่ไม่สามารถกำหนดรู้ได้ รู้สึกตัวตื่นมาในสภาวะที่ความทรงจำอันรางเลือน
แรกรู้สึกตัวยังไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนและทำไมจึงมานอนอยู่ที่นี่ มีแสงไฟสลัว ๆ สาดส่องมาจากข้างนอก จมูกได้กลิ่นเหม็นสาบ ๆ คาว ๆ ร่างกายรู้สึกเหมือนมีอะไรมาสะกิดอยู่ที่สีข้างด้านซ้ายและขวา เอื้อมมือไปสัมผัสดูว่ามีอะไรอยู่ใกล้ตัว มือสัมผัสกับอะไรที่สาก ๆ
ขณะนั้นความรู้สึกจำได้เริ่มกลับคืนมาระลึกได้ว่า เมื่อตอนเย็นเดินมาและได้มาขอนอนพักที่ศาลาในวัด มือที่สัมผัสอะไรสาก ๆ ก็รู้ว่าเป็นหมาขี้เรื้อนที่มีขนร่วงหลุดเหลือแต่ผิวหนังที่สาก ๆ กลิ่นเหม็นสาบ ๆ คาว ๆ คือกลิ่นของหมาขี้เรื้อน
ที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมากลางดึกนี้ก็เป็นเพราะหมาขี้เรื้อนที่มานอนอิงแอบแนบชิดอยู่ทั้งด้านซ้ายและขวาใช้ขาของมันเกาขี้เรื้อนแล้วมากระแทกกับร่างกายของผม
พลันที่รู้ได้เช่นนี้ทำให้เกิดความรู้สึกยินดีเป็นล้นพ้น ยินดีที่หมาขี้เรื้อนเหล่านี้ไม่รังเกียจผม ยินดีที่หมาขี้เรื้อนเหล่านี้ยอมรับผมเป็นเพื่อนด้วยการมานอนใกล้ชิด ยินดีที่ตัวเองยังมีชีวิตมีไออุ่นให้เพื่อนหมาขี้เรื้อนได้อิงอาศัยไออุ่น วูบแห่งความรู้สึกเช่นนั้นทำให้เกิดปิติแผ่ซ่านไปทั้งตัว
ผมใช้มือทั้งซ้าย-ขวาไปลูบตัวหมาขี้เรื้อนที่นอนแนบกายซ้ายขวาของผม เพื่อนผู้ร่วมทุกข์ในการเกิด-แก่-เจ็บ-ตายของผมแสดงปฏิกิริยาตอบให้ผมรู้ว่า เขารู้สึกพึงพอใจที่ผมใช้มือลูบตัวเขา
ช่วงขณะนั้นผมรู้สึกเหมือนประหนึ่งว่า ตัวเองได้จุติจากภพภูมิหนึ่งไปอุบัติขึ้นอีกในภพภูมิหนึ่ง เป็นภพภูมิที่อยู่บนสรวงสวรรค์ที่เคยใฝ่ฝันถึงมานาน
การได้สัมผัสกับผิวหนังของหมาขี้เรื้อน การได้สัมผัสกับกลิ่นเหม็นสาบ ๆ คาว ๆ ของหมาขี้เรื้อน เป็นการสัมผัสรับรู้ด้วยจิตใจที่ผ่องใสเบิกบาน เป็นการสัมผัสรู้ที่ก่อให้เกิดความงดงาม เป็นการสัมผัสรู้โลกที่แสนสวยงาม
ช่วงขณะแห่งความรู้สึกระลึกได้เช่นนั้น ทำให้ผมตระหนักได้ถึงความหมายและคุณค่าแห่งการมีชีวิตอยู่"
ข้อความข้างบนนี้ผมคัดมาจากหนังสือ "เดินสู่อิสรภาพ" ของท่านอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ที่เล่าถึงประสบการณ์การเข้าถึงสภาวะอันสูงส่งทางจิตวิญญาณในขณะที่กำลังนอนอยู่กับสุนัขขี้เรื้อน ซึ่งบังเอิญไปตรงกับประสบการณ์ทางจิตวิญญาณของท่านอสังคะ นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ของมหายาน สำนักโยคาจารหรือวิญญานวาท ที่ปรากฏอยู่ในหนังสือ "ต้นไม้แห่งโพธิ" The Tree of Enlightenment ของ Peter Della Santina ที่แปลโดย ดร.สมหวัง แก้วสุฟอง ในหน้า 174-175 ดังนี้
"พระอสังคะปฏิบัติกรรมฐานต่ออีก 12 ปี โดยที่ไม่มีประสบการณ์ตรงใด ๆ เกี่ยวกับพระอริยเมตไตยเกิดขึ้นเลย หลัง 12 ปี ท่านตัดสินใจออกจากถ้ำอีกครั้ง คราวนี้พบสุนัขตัวหนึ่งนอนป่วยอยู่ข้างถนน ตามตัวเต็มไปด้วยบาดแผลน้ำหนองมีหนอนชอนไชอยู่ยั้วเยี้ย จากการที่ได้ปฏิบัติกรรมฐานโดยยึดเอาพระศรีอริยเมตไตยเป็นอารมณ์อยู่นานถึง 12 ปี ท่านได้โอกาสพัฒนามหากรุณาเป็นอย่างมาก ท่านจึงปราถนาที่จะช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับสุนัข คิดจะให้ตัวหนอนหลุดออกมาจากแผล แต่มาคำนึงว่า ถ้าใช้นิ้วคีบตัวหนอนก็จะทำให้หนอนได้รับบาดเจ็บ เพื่อไม่เป็นการทำร้ายหนอน ในเวลาเดียวกันก็เป็นการช่วยเหลือสุนัขด้วย ท่านจึงก้มตัวลงใช้ลิ้นช้อนตัวหนอนออกมาจากแผล ในขณะที่ท่านทำดังนั้น สุนัขก็หายเข้าไปในกลุ่มแสงสีรุ้ง และพระศรีอริยเมตไตยโพธิสัตว์ก็มาปรากฏอยู่เฉพาะหน้า"