การเรียนรู้เกิดจากระบวนการรับรู้ภายนอกและกระบวนการจัดการภายใน
การออกแบบระบบการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ
เฉลิมลาภ ทองอาจ
โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม
คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
“We only think when we are confronted with a problem”
(John Dewey)
เราจะคิดในเวลาเดียวเท่านั้น ก็คือเมื่อเราต้องเผชิญปัญหา
(จอห์น ดิวอี้)
บทที่ 2
องค์ประกอบของกระบวนการเรียนรู้
งานด้านการออกแบบระบบการเรียนการสอน คืองานที่มีจุดประสงค์เพื่อทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ งานดังกล่าวประกอบด้วยการออกแบบในสามส่วน คือ การออกแบบการกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบการวัดและประเมินการเรียนรู้ และการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ดังที่ได้กล่าวแล้วในบทที่ 1 อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ผู้ออกแบบระบบการเรียนการสอนจะดำเนินการในแต่ละองค์ประกอบนั้นได้ จะต้องมีพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติ และองค์ประกอบของกระบวนการเรียนรู้เสียก่อน
แม้ว่านักจิตวิทยาการเรียนรู้ จะให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมภายนอก อันเนื่องมาจากการที่ผู้เรียนได้รับการฝึกหัด หรือการได้รับประสบการณ์บางประการจากผู้สอนก็ตาม แต่ที่จริงแล้ว การเรียนรู้มิใช่สิ่งมีขอบเขตอยู่แต่เฉพาะการแสดงออกภายนอกเท่านั้น เพราะกระบวนการทางปัญญาภายในระบบปริชาน (cognition) ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ ด้วยเหตุนี้ การเรียนรู้จึงเกิดขึ้นจากองค์ประกอบในสองส่วน ที่จะต้องทำงานอย่างประสานกัน ได้แก่ การทำงานของระบบการรับสัญญาณสิ่งเร้า ผ่านประสาทสัมผัสในช่องทางต่างๆ กับการทำงานของระบบหน่วยความทรงจำ ที่จะเก็บและเรียกคืน (recovery) ข้อมูลที่ได้มีการจัดการแล้วมาแสดงออกเป็นพฤติกรรมตอบสนองภายนอกในลักษณะต่างๆ นักออกแบบระบบการเรียนการสอน จึงมิได้มีภาระหน้าที่แต่เฉพาะการคิดออกแบบวัตถุประสงค์ การวัดและประเมินผล และกิจกรรมการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบของกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวมา ซึ่งเป็นทั้งกระบวนการภายนอกและภายใน เพื่อนำมาเป็นพื้นฐานในการออกแบบองค์ประกอบต่างๆ ดังที่กล่าวมาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
กระบวนการภายนอก (external process) อันเป็นต้นทางแห่งการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม คือ การจัดกระทำ (treatment) สภาพแวดล้อมบางประการโดยผู้สอน (หรือนักออกแบบ การเรียนการสอน) เพื่อให้ผู้เรียนเข้ามาเผชิญ ประสบพบและดำเนินการฝึกหัดบางประการ จะเห็นได้ว่า ที่จริงแล้ว ในมุมของจิตวิทยาพฤติกรรมนิยม การจัดกระทำดังกล่าวก็คือ การให้สถานการณ์ที่เป็น สิ่งเร้า (stimulus situation) แก่ผู้เรียนนั่นเอง สิ่งเร้าดังกล่าวหากโดยตัวของมันหาได้มีความเข้มเพียงพอ ที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดการยอมรับแล้วล่ะก็ ก็จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ผู้สอนจะต้องจัดการให้อยู่ในรูปแบบที่ผู้เรียนจะยอมรับได้ง่าย หรือไม่ก็นำเสนอสิ่งเร้านั้นด้วยกลวิธีที่น่าสนใจในลักษณะต่างๆ และจะต้องให้ในอัตราที่เพียงพอ จึงจะทำให้ผู้เรียนเกิดการยอมรับสิ่งเร้านั้น ผ่านช่องทางต่างๆ ซึ่งในที่นี้ก็ได้แก่ประสาทสัมผัส เพื่อมุ่งตรงไปสู่ระบบปัญญา อันได้แก่การประมวลผลข้อมูลในหน่วยความทรงจำระยะยาว
การจัดกระทำสภาพแวดล้อมอันเป็นกระบวนการภายนอกดังกล่าวข้างต้นนั้น หาได้ครอบคลุมกระบวนการทำให้เกิดการเรียนรู้ไม่ เพราะการเรียนรู้ยังจำเป็นจะต้องอาศัยกระบวนการภายใน (internal process) ในระบบปริชานหรือปัญญา ซึ่งได้แก่ การประมวลผลข้อมูลต่างๆ ในสมองอีกกระบวนการหนึ่ง ซึ่งในส่วนนี้ย่อมถือว่า เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด การให้ผู้เรียนรับข้อมูลผ่านประสาทสัมผัสแต่เพียงอย่างเดียว แต่ผู้เรียนมิได้มีโอกาสที่จะจัดการข้อมูลนั้นด้วยตนเอง ย่อมยังไม่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียนได้ ตัวอย่างเช่น การให้ข้อมูลด้วยวิธีการสอนแบบบรรยาย แต่ไม่มีการกระตุ้นด้วยการให้คำถาม หรือให้ผู้เรียนจัดการข้อมูลด้วยการสรุป จดบันทึก ฯลฯ เป็นระยะๆ โดยเป็นแต่เพียงการฟังเท่านั้น เช่นนี้ ภายในระบบปัญญาย่อมไม่เกิดกระบวนการประมวลผลแต่อย่างใดทั้งสิ้น การจัดเก็บข้อมูลอันมีความหมายไว้ในหน่วยความทรงจำระยะยาวก็ยังมิได้เกิดขึ้น เมื่อไม่มีข้อมูลสะสมไว้ ก็เป็นที่แน่นอนว่า ผู้เรียนย่อมไม่สามารถเรียกข้อมูลใดๆ มาใช้เพื่อดำเนินการกับสถานการณ์ใหม่ที่พบ ผลก็คือ การเรียนรู้ย่อมไม่เกิดขึ้น และผู้เรียนไม่สามารถแก้ปัญหาหรือนำความรู้ใดๆ มาดำเนินการกับปัญหาใหม่ได้
นักออกแบบการสอนจะไม่มีทางทราบว่า ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้แล้วหรือไม่ หากมิให้ผู้เรียนได้แสดงออกซึ่งพฤติกรรม (performance) บางประการออกมาให้สังเกตได้ ความแตกต่างระหว่างการแสดงออกที่สามารถกระทำได้ ก่อนและหลังการจัดสถานการณ์ที่เป็นสิ่งเร้า จึงเป็นสิ่งแสดงระดับของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของระดับของการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในผู้เรียน
จากที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า การออกแบบระบบการเรียนการสอน ซึ่งเป็น กระบวนการใดๆ ที่ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ของการเรียนการสอนนั้น ผู้ออกแบบจะต้องดำเนินการในสามส่วนด้วยกัน ได้แก่
1. การจัดสถานการณ์อันเป็นสิ่งเร้า (stimulus situation) ซึ่งเป็นการจัดกระทำ (treatment) บางอย่างของผู้สอน เพื่อปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนรับข้อมูลอันเป็นสิ่งเร้าผ่านประสาทสัมผัสด้านต่างๆ โดยสิ่งเร้านั้น สามารถใช้ได้ในหลายรูปแบบหรือลักษณะด้วยกัน
2. การจัดสถานการณ์เพื่อให้ผู้เรียนจัดการข้อมูล เพื่อจัดเก็บและเรียกคืนข้อมูล (input and recovery) หมายถึง การให้ผู้เรียนจัดการข้อมูลที่ได้ให้เป็นข้อมูลที่มีความหมายสำหรับตนเอง ผ่านการใช้กลวิธีต่างๆ ด้วยตนเอง แล้วจัดเก็บไว้ในหน่วยความทรงจำระยาวอย่างมั่นคงถาวร เพื่อให้สามารถเรียกหรือกู้คืนกลับมาใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ได้
3. การจัดสถานการณ์เพื่อให้ผู้เรียนแสดงออก (performance) ถึงการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น ผู้สอนจัดสภาพการณ์หรือจัดกระทำสิ่งแวดล้อมอีกครั้ง เพื่อบังคับให้ผู้เรียนเรียกหรือกู้คืนความรู้ที่จัดเก็บไว้มาใช้ในสภาพการณ์ดังกล่าว อันจะเป็นการยืนยันว่า พฤติกรรมใหม่ได้เกิดขึ้น และอยู่ในระดับที่แตกต่างจากพฤติกรรมเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
การดำเนินการในสามส่วนข้างต้น สามารถนำมาพิจารณาร่วมกับองค์ประกอบในการออกแบบระบบการเรียนการสอน กล่าวคือ ในส่วนของการออกแบบการออกแบบการกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ ผู้ออกแบบควรกำหนดคำถามว่า จากผลการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ จะมีพฤติกรรมที่สังเกตได้อะไรบ้าง ที่จะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ผลการเรียนรู้ได้เกิดขึ้นแล้ว สำหรับการออกแบบการออกแบบการวัดและประเมินการเรียนรู้ ผู้ออกแบบควรจะได้คำถามเพื่อนำทิศทางการออกแบบ ได้แก่ สภาพการณ์จริงลักษณะใด ที่ควรจะจัดกระทำให้เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนได้แสดงออกซึ่งการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นแล้วภายในระบบปัญญา สำหรับการให้ผู้เรียนได้แสดงพฤติกรรมการเรียนรู้ หรือการประยุกต์ข้อมูลความรู้ในหน่วยความทรงจำมาใช้ในบริบทจริงนั้น ปัจจุบันนิยมเรียกว่า การประเมินตามสภาพจริง (authentic assessment) และการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้ออกแบบจะต้องพิจารณาด้วยการใช้คำถาม สำคัญว่า กิจกรรมการเรียนรู้ใด หรือกิจกรรมในลักษณะใด ที่จะทำให้ผู้เรียนได้รับข้อมูลผ่านประสาทสัมผัส และได้มีโอกาสที่จะจัดการข้อมูล ทั้งในส่วนของการจัดเก็บและเรียกคืนมาใช้ด้วยตนเอง อย่างสม่ำเสมอ จากคำถามดังกล่าวนี้เอง ย่อมทำให้เห็นโครงสร้างสำคัญของกิจกรรมการเรียนรู้ว่า กิจกรรมการเรียนการสอน หรือกิจกรรมที่มุ่งให้ประสบการณ์เพื่อทำให้เกิดการเรียนรู้ใดๆ จะต้องมีโครงสร้างกิจกรรมประกอบด้วย 1) การนำเสนอข้อมูล และ 2) การจัดการข้อมูล ซึ่งในส่วนของโครงสร้างแรกนั้น ทั้งผู้สอนและผู้เรียนมีบทบาทร่วมกัน โดยบทบาทหลักอาจอยู่ที่ผู้สอนก็ได้ ในขณะที่โครงสร้างส่วนที่สอง จะต้องเป็นหน้าที่โดยตรงของผู้เรียน แต่อย่างไรเสีย ก็ยังคงจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้สอน
ดังที่ได้กล่าวแล้วว่า องค์ประกอบของกระบวนการเรียนรู้ ประกอบด้วยองค์ประกอบภายนอก อันได้แก่ การจัดกระทำสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งเร้า หรือการให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ในลักษณะต่างๆ และองค์ประกอบภายใน ได้แก่ การให้ผู้เรียนจัดการข้อมูลที่ได้ผ่านประสบการณ์เหล่านั้น ให้เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ ผู้ออกแบบการเรียนการสอน จึงสมควรที่จะนำองค์ประกอบดังกล่าวไปใช้ในการออกแบบระบบการเรียนการสอนใดๆ เพราะเป้าหมายของระบบนี้ ก็คือ การทำให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ดังนั้น หากในการออกแบบการเรียนการสอนในครั้งใดๆ ผู้ออกแบบมิได้กล่าวถึงพฤติกรรมอันเป็นเป้าหมายสุดท้าย มิได้กล่าวถึงกล่าวถึงสถานการณ์ที่จะให้ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมสุดท้ายนั้นออกมา หรือมิได้จัดกระทำให้เกิดสถานการณ์เพื่อเสนอข้อมูล และให้ผู้เรียนจัดการข้อมูลด้วยตนเองแล้วไซร้ เราก็คงจะเรียกงานครั้งนี้ว่าการออกแบบระบบการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพก็หาได้ไม่
__________________________________________________