ฉบับ ดร.สัตยพรต ศาสตรี เป็นต้นเค้าในการเรียบเรียง และฉบับนี้ก็นำมาจากของรัชกาลที่ี ๑ มาเป็นต้นเค้าอีกทีนะครับ

รามเกียรติ์

ตอนที่ ๙  พบหนุมาน

สรคะที่ ๗

            ในระหว่างการเสด็จพระดำเนิน  พระรามได้ประทับนั่งที่ใต้โคนต้นไม้  และได้ทรงหลับไปชั่วครู่  อันว่าการนอนหลับ  ย่อมเป็นที่รู้กันอยู่  ว่าเป็นที่ตั้งแห่งความสงบ  แม้แก่คนที่เดือนร้อนก็ตาม  ส่วนพระลักษมณ์นั้น  ในพระหัตถ์มีพระขรรค์ประทับยืนอยู่ใกล้ ๆ องค์ราม 

 

             ณ ที่นั้น  ได้มีวานรรูปร่างใหญ่โตและเก่งกาจตัวหนึ่ง  วานรตัวนั้นได้เห็นพระรามและพระลักษมณ์ก็รู้สึกแปลกประหลาด  จึงได้เขย่ากิ่งไม้  ต้นที่พระรามได้บรรทมหลับอยู่

 

              ครั้นพระลักษมณ์ทรงเห็นวานร ก็พิโรธ จึงได้ทำท่าขู่วานรตัวนั้น  แต่วานรตัวนั้นหาได้กลัวไม่  พระลักษมณ์ทรงหยิบเอาคันธนูและลูกศรออกมา  หมายจะฆ่าวานรตัวนี้

 

               วานรได้โน้มกิ่งไม้ลงมาแล้วหยิบเอาคันธนูและลูกศรจากพระหัตถ์ของพระลักษมณ์ และปืนขึ้นไปบนกิ่งไม้พร้อมทั้งเขย่ากิ่งไม้ต่อ

 

               เมื่อเป็นเช่นนั้น  พระลักษมณ์รู้สึกละอาย  จึงได้ปลุกพระเชษฐาให้ทรงตื่น  และกราบทูลเรื่องราวให้ทรงทราบพระรามทรงทอดพระเนตรขึ้นไปเบื้องบนต้นไม้  และทรงเห็นลักษณะกิริยาอาการของวานรนั้น

 

             ครั้นวานรนั้นรู้ว่า มีชนที่เข้าใจในลักษณะของตน  ชนผู้นั้นก็คือพระนารายณ์นั่นเอง  วานรจึงได้คลานลงมาจากต้นไม้และมอบตัวแต่องค์รามและทูลว่า

 

              ข้าพเจ้า เป็นบุตรแห่งพระพาย  นามว่า หนุมาน  ขอยอมเป็นทาสรับใช้พระองค์เสียตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

                พระรามจึงขอให้หนุมานนั้นได้ช่วยพระองค์ค้นหาภรรยาที่ถูกยักษ์ร้ายนามว่าทศกัณฐ์ลักพาไป  หนุมานจึงได้พาพระรามไปหาสุครีพ ซึ่งเป็นเพื่อนกับตน ระหว่างที่พระรามกับหนุมานกำลังสนทนากันนั้น  สุครีพก็ได้ปรากฏตัวขึ้น  และเกิดความเป็นมิตรกัน  โดยลำดับ

 

               จากความเป็นมิตรนี้  พระรามได้ช่วยสุครีพในการฆ่าพาลี  ผู้เป็นศัครูของสุครีพ  และสุครีพก็ได้สัญญากับพระรามว่าจะช่วยเหลือพระอง์ในการค้นหานางสีดาด้วย

 

                ทั้งสามโลกต่างรู้จักกันดีว่า พาลีผู้เป็นหัวหน้าเหล่าวานร  ผู้เป็นพี่ชายใหญ่ของสุครีพ  ผู้มีพละกำลังมากมาย  และผู้ดุร้าย