เส้นทางแห่งความสุขนั้นอยู่ไม่ไกลเพราะอยู่ที่จิตใจของเราเอง

ในโลกแห่งการหมุนวนนี้ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้น  ดำรงอยู่และเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา

เหมือนวันนี้ยามค่ำคืนดวงตะวันลาลับฟากฟ้าไปหมุนวนเพื่อจะกลับมาอีกทีในวันรุ่งขึ้น  ชีวิตคนเราก็หมุนวนไปตามกาล  จากการรู้การเข้าใจในจุดของความหมุนวนนี้ทำให้เราเห็นสัจธรรมของทุกสิ่งได้ด้วยดี

วันก่อนได้ปลีกตนไปทำวิจัยกระโจนเข้าไปในวังวนแห่งข้อมูล  บางครั้งก็เมา  บางครั้งก็มึนในข้อมูล  บางครั้งก็หาไม่เจอข้อมูลที่เก็บไว้เองและบางครั้งก็นั่งทับข้อมูลอยู่อย่างนั้นจนวันเวลาล่วงเลยไป ๆ  ความลืมเลือนหวนกลับมา

เยือน  เหมือนฝันกลางวันยัง

ไงยังนั้น

การเดินทางใด ๆ ไปผู้เดียวบางครั้งก็เหมือนเรือวิ่งวนในหนองน้ำที่ไร้ทางออก  โอ...อย่างนี้นี่เองคนเราจึงต้องมีที่พึ่งที่ยึดถือเมื่อเดินหลงทางชีวิต  และที่พึ่งหนึ่งในชีวิตนี้คือหลักพุทธธรรม  เพราะสอนให้คนเรามองเห็นเส้นทางสว่างเป็นเส้นทางพ้นทุกข์  เดินทางไปสู่ความสุขที่แท้จริง

หลักพุทธธรรมพร่ำสอนคนเราว่า...เส้นทางแห่งความสุขนั้นอยู่ไม่ไกลเพราะเป็นเส้นทางแห่งใจในตนเอง  คนใดมีความอยากมีความต้องการเพราะมีอัตตายิ่งสูงยิ่งทุกข์  ถ้าตัดอัตตาในตนได้มากเท่าใดตัดความต้องการสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้มากเพียงใด  ดังท่านเจ้าคุณอาจารย์พุทธทาสภิกขุบอกคนเราเสมอว่า...ตัดตัวกูของกู...คือถ้าตัดตัวกูได้สบายแฮ

 

เพราะคนเราตัดตัวฉันได้  ในจิตใจไร้ความต้องการที่มากไปด้วยกิเลสได้แล้ว  นั้นละคือเส้นทางพุทธธรรมแห่งพระอรหันต์  ใครปรารถนาที่จะเดินเส้นทางนี้ต้องฝึกตนเดินตามเส้นทางแห่งพุทธธรรม  ถ้าสามารถเดินไปจนหลุดพ้นได้นั้นหมายความว่า  พบความสุข  มีชีวิตที่ประเสริฐ  จะไม่หวนกลับมาสู่ลู่วิ่งเวียนวนในวงกลมแห่งกาลอีกเลย.