วันนี้ได้สนทนากับท่าน sr ผ่านการต่อท้ายบทความในบลอก โกทูโนว์   เลยเกิดแนวคิดประหลาด (ตามเคย)   เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าปลาในอ่าวไทยหดหายไปทุกที ชาวประมงชายฝั่งระยอง ให้การกับผมโดยการสัมภาษณ์ส่วนตัวว่า ปี พศ. ๒๕๕๓  จับปลาได้ยากกว่าสามปีก่อน สิบเท่า  (เคยได้สิบโล กลับ ได้โลเดียวในเวลาหาปลาที่เท่ากัน)  

 

แล้วรัฐบาลโดยกรมประมงก็ออกมาตำหนิชาวประมงว่า ทำประมงแบบห่วยๆ เช่น ใช้อวนลาก อวนลุน อวนตาถี่เกินไป   ซึ่งเมื่อก่อนผมก็เห็นด้วย  แล้วพลอยประณามคนพวกนี้ไปด้วย

 

แต่วันนี้มาเอะใจว่า ประเด็นนั้นไม่น่าใช่ปัญหาหลัก (เป็นเพียงปัญหารอง)  ..เอ๊ะ..หรือว่าัรัฐบาลกำลังกลบเกลื่อนปัญหาบาปที่ีตนเองสร้างขึ้นมา

 

ลองคิดดูสิ  ปลานั้นแต่ละตัวมันวางไข่เป็นหมื่นฟอง  แม้ชาวประมงมันจะเลว จะเห็นแ่ก่ตัวโดยใช้อวนผิดกฎหมายอย่างไร แม่ปลามันก็คงรอดไปวางไข่ได้สัก 5% หรอกน่า

 ....เพียงแค่นี้ก็จะวางไข่ออกมาเป็นพันล้านฟองแล้ว  ซึ่งคงพอจะมีปลาใหญ่ในอนาคตพอให้จับกินได้พอเพียงอยู่หรอก

 

  แต่ถ้าทุกตัว (๑๐๐%)   วางไข่หมด มันก็อาจจะมีปลาเล็กมากเกินไป ทำให้อาหารไม่พอกิน ก็จะพากันตายไปเสียเกือบหมด (หรือไม่ก็ถูกปลาใหญ่ฮุบกินเสียหมด) 

 

  ดังนั้นเพียงแม่ปลา ๕% นี้วางไข่  อัตรารอดจะสูงเพราะมีอาหารกินสมบูรณ์ ไม่มีส่วนเกินมาแย่ง  อีกทั้งการถูกกินโดยปลาใหญ่อื่นก็น้อยลง เพราะมีความหนาแน่นต่ำ  ทำให้ปลาใหญ่หาจับกินยาก 

 

ในที่สุดมันก็จะสมดุลในเชิงปริมาณพลเมืองปลา ตามระบบ prey and predator ทำให้ทะเลมีปลามากเท่าเดิม...หากไม่มีปัจจัยอื่นเข้ามาแทรกซ้อน

 

ถ้ามันวางไข่ไม่พอจริงๆ กรมประมง ก็น่าจะเพาะเลี้ยงแม่ปลา แล้วรีดไข่เอาไปวางในระบบนิเวศได้อยูหรอก ไม่น่ายาก อะไร

 

ที่ยากคือปัจจัยแทรกซ้อนอื่น ที่มีความสำคัญแบบไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ธรรมชาิติ  คือ    อาหารที่เคยอุดมสมบูรณ์มันไม่พอกินนี่สิ (แม้จะมีจำนวนผู้กินที่น้อยมากแล้วก็ตามที) 

 

ที่ไม่พอกินเพราะห่วงโซ่อาหาร (พวกแพลงค์ตอนแมลง แพลงค์ตอนพืช)   มันถูกทำลายลงด้วยสองสาเหตุหลักคือ 

1) ป่าชายเลนถูกทำลาย ด้วยการถมป่าเพื่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมชายทะเล   เช่น มาบตาพุด แหลมฉบัง (รัฐบาลต้องการหาเงินเข้าประเทศด้วยการสร้างนิคมอุตสาหกรรมรองรับ)       

2) โรงงานเหล่านี้ปล่อยสารพิษ (น้ำเสีย) ลงทะเล ทำให้ห่วงโซ่อาหารของลูกปลาอ่อนตายหมด  

 

ดังนั้นลูกปลา กุ้ง หอย ที่เกิดมาจากท้องแม่  ก็ตายหมด เพราะไม่มีอาหารกิน  รวมทั้งตายทั้งกลมแต่ในท้องเพราะแม่ปลากินอาหารเจือสารพิษจากโรงงานมากไป     และดังนั้นปลาใหญ่ก็ตาย เพราะไม่มีปลาน้อยให้กินเป็นอาหาร

 

 ผมเคยโพสต์ประเด็นนี้ไว้หลายครั้งในช่วง ๒๐ ปีที่ผ่านมา แต่มีคนสนใจอ่านน้อยมาก  เช่น

 

http://www.gotoknow.org/blogs/posts/454750

 

 วันนี้รัฐบาลไทยยังไม่เรียนรู้  ยังจะถมทะเลสร้างเมือง  ริมปากน้ำเจ้าพระยา  ซึ่งจะยิ่งเป็นการทำลายห่วงโซ่อาหารของตัวอ่อนสัตว์ทะเล  ที่มีมากมหาศาลบริเวณริมปากแม่น้ำ   

 

ความโง่ต่างจากความฉลาดตรงที่ ...ความฉลาดมีขีดจำกัด 

 

 

...คนถางทาง (๑๒ ตค ๒๕๕๕)