ผมไม่แน่ใจว่าเรื่องราวตามหัวข้อนี้ที่หยิบยกมา มีอยู่ในการสาธารณะสุขไทยหรือเปล่า ก็ลองเขียนเป็นบันทึกมาตามประสาหัวสมองไม่ค่อยว่างขณะอยู่บนรถไฟจากเชียงใหม่ไปกรุงเทพตั้งแต่เมื่อคืนนี้
เรื่องของเรื่องก็คือว่า สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นหวัดเจ็บคอ ต้องไปหมอถึงสามท่าน วันนี้ดูแล้วอาการเกือบปกติแล้ว
ตอนเช้าของวันที่ 10 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านนี้ ก็เลยลองนำซองยาที่ได้มาจากหมอแต่ละท่าน มาเย็บแม็กใส่กล่องเก็บไว้ และก็นึกขึ้นได้ว่าถ้าจะให้ดีต้องนำมาเรียง ๆ ถ่ายภาพเก็บไว้ด้วย เพราะจะพกพาไว้ในแฮนดี้ไดรว์ หรือ โน้ทบุ๊ค หรือเก็บไว้ในเว็บไซต์ที่ไหนสักที่ ก็น่าจะสะดวกดีในยามจำเป็นที่ต้องใช้ โดยไม่ต้องรอบัตรประชาชนในฝัน ที่ไปโรงพยาบาลไหนแล้วหมอ หรือตัวเราเองนำมาเรียกใช้อ่านประวัติการใช้ยาได้ ก็น่าจะดี ก็เลยจัดการถ่ายภาพในทันทีไว้ในแทปเล็ต
ขึ้นรถไฟแล้วก็ต้องเอายาออกมาทาน แต่ก็ ลืมซองยาสำคัญที่ใช้สำหรับฆ่าเชื้อเสียด้วย และความซวยก็ยังมีความโชคดีที่จะไปนำภาพที่ถ่ายไว้
ตอนนี้ถึงสถานีหัวลำโพงแล้ว ก็ไปซื้อมาทานในทันที เพราะยังมีอีกหลายเม็ดที่ต้องทานตามหมอสั่ง
คิดไปคิดมาก็นึกว่าความคิดอย่างนี้น่าจะมีประโยชน์ สำหรับการดูแลสุขภาพของทุก ๆ คน หากมีการบอกกล่าวให้ทำกันอย่างนี้ไว้สำหรับใครก็ได้ ก็จะนำไปใช้เมื่อยามจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนหมอที่รักษา หรือว่าบางที จำเป็นต้องใช้ยา แต่ไม่ได้ในอยู่ที่ ที่ไปหาหมอได้ง่าย หากเป็นโรคไม่ร้ายแรงที่เคยเป็นมา เช่นว่า เป็นหวัด เจ็บคอ ก็จะสามารถนำไปคิดซื้อยา จากร้านที่มีเภสัชกรประจำมาทานไปก่อนจนกว่าจะไปพบหมอ ซึ่งน่าจะดีกว่าไปซื้อยาชนิดใหม่ ๆ มาทานเอง ดีไม่ดีก็อาจทุเลาลงโดยไม่ต้องทรมาน หรือหายได้โดยไม่ต้องไปหาหมอ
ครับก็มีเพียงเท่านี้ ที่ตั้งหัวข้อบันทึกนี้ว่าแฟ้มสุขภาพส่วนบุคคล ท่านใดที่มีพ่อแม่
ลูกหลาน คนใกล้ชิดที่ต้องดูแลรักษา หรือ แม้แต่ตัวเอง ก็ลองพิจารณาดูนะครับ
เรียนอาจารย์ จะเปลี่ยนค่านิยมงานศพบ้านเราจาก "หนังดี วัวพี เหล้าพอ มาเป็นเลี้ยงงานศพแบบบุพเฟ่ อจารย์ช่วยไปแชร์ที่บันทกผมด้วยน่ะครับ
เรียน กทน.วอญ่า เป็นความคิดที่ดีมากครับ ช่วงหลัง เน็ตไม่ค่อยเอื้อ เพราะเตรียมการย้ายบ้าน สุขภาพแย่หน่อย กำลังดีขึ้นๆครับ ต้องใช้ pocket วายควาย 555 ช้าจนน่ารำคาญ แล้วจะไปอุดหนุนครับ