คำวินิจฉัยของฉันกรณี..ศาลรธน.ไม่รับคำร้อง จำนำข้าว

 

ผมว่ามันแปลกมากๆ ที่ศาลฯ  ไม่รับคำร้องเรื่องการจำนำข้าว ที่ฟ้องโดยคณบดีจากนิด้า   

ผมว่าศาลไม่กล้ารับเผือกร้อน  ที่จะลากยาว  เพราะกลัวชาวนาเสื้อแดงจัดตั้งมาล้อมศาลทุกวัน    ทั้งที่ประเด็นกฎหมายชัดแจ๋วมาก   (แสดงว่าการแสดงป่าหี่ไปล้อมนิด้าได้ผลดีเกินคาดไปพันเท่า) 

 

เรื่องจำนำข้าวนี้ว่าไปแล้ว เป็นการกระทำของรัฐที่จะทำลายล้างระบบการค้าขายที่ใหญ่ที่สุดของประเทศให้ล่มสลาย คือค้าข้าว  ซึ่งผิดรัฐธรรมนูญทั้งโดยอรรถและโดยพยัญชนะ    แต่ทำไมศาลฯกลับมองไมเห็นอภิมหาภูเขาลูกนี้ 

 

 

ธุรกิจค้าข้าวทั้งระบบมันเป็นระบบค้าขาย (เสรี) ที่แม้จะลุ่มๆดอนๆอยู่บ้าง แต่ก็ผลิตข้าวมาหล่อเลี้ยงชีวิตประชาชน  และสร้างรายได้ให้ชาวนา  และสร้างประเทศไทยมานานนับร้อยปี   จนมีที่ยืนในเวทีโลกทุกวันนี้ก็เพราะการค้าข้าวนี่แหละ  

 

 

การจำนำข้าวเพื่อตัดตอนธุรกิจเอกชนนี้    ความจริงแล้ว ถ้าทำให้ดีๆ แบบละมุนละม่อมก็พอได้อยู่  ทั้งนี้โดยมีเจตนาต่อสังคมเป็นที่ตั้ง แต่นี้ดูเหมือนว่าพวกเขาเข้ามาแบบหวังดีประสงค์ร้าย  คือมีแต่ได้ บนซากศพของคนอื่น

 

 

ได้แรกคือได้เสียงจากชาวนา (ซื้อเสียงทางอ้อม  ไม่ว่ากัน ย่อมทำได้หากทำอย่างมีคุณธรรม)

 

 

ได้สองคือ นักธุรกิจข้าวทั้งระบบล้มละลาย ต้องขายกิจการให้คนอื่น  ซึ่งคนอื่น (ไอ้โม่งตัวนี้) หน้าตาคุ้นๆกันดี

 

 

ไอ้โม่งตัวนี้ต่อไปมันจะรวบกิจการข้าวทั้งหมดไว้ใต้รักแร้มัน  แล้วมันก็สามารถกำหนดกติกาได้หมดทุกอย่าง ต่อไปคนไทยทั้งชาติจะเป็นทาสมัน  เพราะถ้าไม่เป็นทาสมันก็อดกินข้าว  

 

 

 

ถึงวันนั้น พวกตุลาการศาลรธน. ลูกหลาน และญาติมิตรของท่าน  ก็จะไม่มีข้าวกินด้วย  

 

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวนา จะล่มสลาย จะขายที่นาให้มันหมด เพราะมันจะกดราคาข้าวอย่างไรก็ได้  จนชาวนาล้มละลายกันหมดประเทศ  

 

 

ถามว่าวันนี้ ทำไม สมาคมโรงสี  สมาคมผู้ค้าข้าว  ผู้ส่งออก    หอการค้าทุกจังหวัด ไม่เข้าชื่อกันฟ้องศาลปกครองในเรื่องนี้ ปล่อยให้อาจารย์นิด้า  หัวเดียวกระเทียมลีบ ทำงานอยู่คนเดียว โดนชาวนาเสื้อแดงรุมด่าอยู่คนเดียว   

 

บรรทัดนี้ขอสรรเสริญท่านอาจารย์นิด้าที่เป็นนักวิชาการที่มีกึ๋น กล้าออกมาเดี่ยวๆ  ชนรัฐบาล และเสื้อแดงทั้งประเทศ  แบบกามิกาเซ่   แบบนี้แหละนักวิชาการในฝันของผม   ที่หาได้ยากยิ่งในประเทศไทย  (ดร.  วรเจตน์  แห่งนิติราษฎร์   ก็เข้าข่ายนะ เสียแต่ว่ามีวาระซ่อนเร้น ที่ไม่โปร่งใส   เลยทำให้ด้อยค่าไปมาก) 

 

...คนถางทาง (๑๑ ตค. ๕๕) 

 

-- 

 
ใฝ่รู้  ใฝ่คิด ใฝ่ดี คือวิถีของปัญญาชน
--ทวิช จิตรสมบูรณ์