ครู...ไม่ใช่เรือจ้าง

ดิฉันได้รับหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อหนังสือ "ศึกษาภาษิต" เป็นหนังสือรวมบทกลอนสอนใจเกี่ยวกับการศึกษาอันทรงคุณค่าจากอดีตถึงปัจจุบัน แต่งโดย ศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ปูชนียบุคคลด้านการศึกษา องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศยกย่องให้ท่านเป็นบุคคลที่มีผลงานดีเด่นระดับโลก สาขาการศึกษา วัฒนธรรม วรรณกรรมและการสื่อสาร ในวาระครบรอบ 100 ปีเกิด ในปีพ.ศ. 2546
หนังสือ"ศึกษาภาษิต"รวบรวมผลงานโคลงกลอนเอาไว้มากมาย เมื่ออ่านแล้วรู้สึกภาคภูมิใจในอาชีพของตนเอง ที่ได้มีโอกาสสร้างคนและสร้างชาติ ดังที่ท่านเขียนไว้ตอนหนึ่งว่า "ชาติยืนยงคงอยู่เพราะครูดี" ผู้ที่เป็นครูทุกคนจึงควรภาคภูมิใจ ท่านแสดงความเห็นว่าการเป็นครูที่ดีนั้นทำได้ยาก "เพราะต้องใช้ศิลปวิทยา อีกมีความเมตตาอยู่ในใจ" ครูจึงไม่ใช่แค่เรือจ้างที่รับส่งผู้โดยสารข้ามฟากไปวันๆ
กลอนบทนี้จึงควรค่าแก่การมอบให้ครู ผู้สร้างคนและสร้างชาติทุกท่าน
ครูถูกหาว่าเป็นเช่นเรือจ้าง
แล่นระหว่างสองท่าไม่ไปไหน
นักเรียนสิศึกษาก้าวหน้าไป
ได้เป็นใหญ่เป็นโตมโหฬาร
ที่เปรียบมาล้าสมัยเห็นได้ชัด
เราได้จัดเรือยนต์แพขนาน
ทำถนนหนทางสร้างสะพาน
ให้ยวดยานผ่านข้ามแม่น้ำไป
ใครจะข้ามทางเก่าเราไม่ว่า
แต่ทางใหม่มีมาวิชาใหม่
วิชาชีพแพขนานนั่นเป็นไร
สะพานใหญ่สามัญมัธยม
เหล่านี้แหละงานครูรู้ไว้เถิด
ประโยชน์เกิดแก่ประเทศพิเศษสม
ศิษย์ได้ดีครูมีแต่ชื่นชม
กล้วยไม้ออกดอกสมเจตนา
มุ่งอบรมบ่มนิสัยให้คนดี
ความเหนื่อยยากหากมีก็ไม่ว่า
เจริญรอยบรมบาทพระศาสดา
จะเรียกว่าเรือจ้างได้อย่างไร

ครู คือ ... แม่พิมพ์ และคนต้นแบบ ... นะคะ
ตั้งแต่ที่ผมได้เป็นครูปฏิบัติการ ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้เป็นครูแต่ในวิชาการในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งที่ผมเป็นคือ เป็นทั้งครู เป็นทั้งพี่ เป็นทั้งเพื่อน
ผมมักจะถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตในสังคม การเรียนในมหาวิทยาลัย และสิ่งที่เขาอาจจะต้องเจอเมื่อต้องออกไปทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ในตำราเรียนนั้นไม่มี
การเป็นครูในรูปแบบของผมอาจจะแตกต่างกับครู-อาจารย์ท่านอื่นๆ ซึ่งก็อาจจะมีอาจารย์บางท่านมองว่าวางตัวไม่เหมาะสมกับการเป็นครู แต่สิ่งที่ผมว่าสำคัญที่สุดคือเด็กๆเหล่านั้นได้อะไรจากผมไปบ้าง ผมจึงยอมที่จะโดนมองว่าไม่เหมาะสม เพราะผมไม่อยากจะมีการแบ่งชนชั้นกับเด็กๆ เวลาทำงานกับพวกเขา เมื่อเขานั่งกินข้าวกับพื้น ผมก็จะลงไปนั่งกับพวกเขา ผมไม่อยากที่จะนั่งกินบนโต๊ะคนเดียว
เวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ผมเป็นครูแม้ว่าเวลาอาจจะไม่นาน แต่สิ่งที่ผมได้ทำไปก็ได้การตอบรับจากเด็กๆคือ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ หรือแม้กระทั่งเสียงที่เด็กๆเรียกผมไม่ว่าจะเป็น อาจารย์ คุณครู พี่หนุ่ม หรือ ครูพี่หนุ่ม จากพวกเขา ผมรู้สึกมีความสุขและเป็นกำลังใจที่ทำให้ผมมีแรงทำงาน
ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการเป็นครูของผมนั้นเปรียบเหมือนอะไร แต่เห็นเด็กมีความสุขแล้วได้สิ่งที่ดีๆจากผมไปแล้ว ผมจะเปรียบเป็นอะไรก็คงไม่สำคัญแล้วล่ะครับ ^ ^
เกรียงชัย วิไลเลิศ (หนุ่ม)