แผนการตลาด
ผลิตภัณฑ์นมกล้วยหอม ตรา Banana Max
กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
- ลูกค้าภายในประเทศไทย
- ลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นในประเทศญี่ปุ่น
วัตถุประสงค์
เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับผลิตภัณฑ์
การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรค (SWOT ANALYSIS)
การวิเคราะห์ปัจจัยภายใน
จุดแข็ง (Strengths)
1. กล้วยหอมมีทุกฤดูการ ทำให้ไม่ขาดแคลนวัตถุดิบ(กล้วยหอม)หาง่าย มีผลผลิตทั้งปีไม่มีฤดูกาลราคาจึงไม่ผันผวน ง่ายต่อการควบคุมต้นทุนการผลิต
2. เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากกล้วยหอมและผลไม้ธรรมชาติแท้ 100% ไม่ใช่การนำน้ำผลไม้เข้มข้นมาเจือจาง มี การเพิ่มคุณค่าโดยผสมวิตามินดี และแคลเซียม ซึ่งช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันทำให้มีส่วนประกอบของสารเคมี และสารสังเคราะห์ในระดับต่ำ
3. เป็นเจ้าของสิทธิบัตรนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าผลไม้ที่มีน้ำน้อย มากรองเป็นน้ำหวานเข้มข้นที่ยังคงคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน
4. ด้วยนวัตกรรมในกระบวนการผลิตสามารถนำไปพัฒนาเพิ่มสายผลิตภัณฑ์อื่นๆได้ง่าย เพียงคัดสรรผลไม้ที่มีน้ำน้อยก็จะได้น้ำหวานที่มีความเข้มข้นสูง เหมาะที่จะใช้เป็นวัตถุดิบขั้นต้นในอุตสาหกรรมอาหารอื่นๆ
5. ผลิตภัณฑ์น้ำกล้วยหอมมีกรดอมิโนที่มาจากธรรมชาติในขณะที่น้ำผลไม้ชนิดอื่นในตลาดไม่มี
จุดอ่อน (Weakness)
1. ผลิตภัณฑ์เป็นรูปลักษณะใหม่ ผู้บริโภคยังไม่คุ้นเคยกับตราสินค้า และผลิตภัณฑ์ จึงต้องทำการบุกเบิกตลาด และให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อย่างมาก
2. ผลิตภัณฑ์น้ำกล้วยพร้อมดื่มเป็นน้ำผลไม้รสชาติใหม่ซึ่งผู้บริโภคยังไม่คุ้นเคย จึงต้องทําการพัฒนาตลาดด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เป็นอย่างมาก
3. ผลิตภัณฑ์และตราสินค้าของบริษัทยังใหม่ในตลาดทำให้บริษัทต้องใช้งบประมาณมากในการสร้างตราสินค้าเพื่อให้ผู้บริโภครู้จักและเกิดความนิยมอย่างแพร่หลาย
4. เนื่องจากเป็นสินค้าใหม่จึงขาดอำนาจในการต่อรองเพื่อเข้าสู่ช่องทางการจัดจำหน่ายในการค้าปลีก
5. การผลิตและจำหน่ายในปริมาณที่น้อยกว่าคู่แข่งขัน ทำให้ขาดประโยชน์จาก Economic of Scale ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตอาจสูงกว่าคู่แข่งขัน
6. ขาดความหลากหลายในด้านรสชาติของผลิตภัณฑ์
การวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก
โอกาส (Opportunity)
1. แนวโน้มตลาดน้ำผลไม้เริ่มขยายตัวมากขึ้น โดยมีแนวโน้มขยายตัวมากกว่าตลาดเครื่องดื่มคาร์บอเนต โดยเฉพาะตลาดของน้ำอัดลมที่มีแนวโน้มว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ลดลง เนื่องจากกลุ่ม ผู้บริโภคมีความใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น จึงหันมาดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำอัดลม เพราะน้ำผลไม้ไม้มีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่า
2. ผู้บริโภคนิยมทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยคำนึงถึงรสชาติ และคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น และยึดติดกับตรายี่ห้อน้อยลง ผู้ประกอบการทุกรายจึงมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดได้ ถ้ามีการพัฒนา ระบบการผลิตและการตลาดอย่างจริงจัง
3. ภาวะเศรษฐกิจอยู่ในช่วงถดถอย ทำให้ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าโดยเปรียบเทียบคุณค่าสินค้ากับเงินที่จ่ายในเชิงเปรียบเทียบมากขึ้น
4. ตลาดน้ำผลไม้ไทยมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอัตรา 20% ต่อปี
5. รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพของประชาชน จึงมีนโยบายในการส่งเสริมด้วยการจัดกิจกรรมให้ประชาชนตื่นตัวในเรื่องการรักษาสุขภาพ
5. วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของคนเมืองที่เร่งรีบ การบริโภคน้ำผลไม้จึงเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่ารับประทานผลไม้สด
6. รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนผู้ผลิตรายย่อย (SME) โดยส่งเสริมและสนับสนุนทั้งทางด้านการลงทุนและการให้ความรู้และสิทธิประโยชน์ทางภาษี
อุปสรรค (Threat)
1. ธุรกิจน้ำผลไม้เป็นธุรกิจที่การแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากการเข้าออกธุรกิจค่อนข้างง่ายเพราะเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เงินลงทุนไม่สูงนัก เทคโนโลยีการผลิตไม่ซับซ้อนประกอบกับตัวสินค้าแต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกันน้อยมาก
2. สินค้าทดแทนมีราคาต่ำกว่า เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง นมสด และนมเปรี้ยวกลุ่มเป้าหมายจึงค่อนข้างแคบ โดยเป็นสินค้าสำหรับผู้บริโภคที่มีรายได้ระดับปานกลางขึ้นไป ทำให้ความต้องการบริโภคน้ำผลไม้ยังมีมากเท่าที่ควร
3. ธุรกิจน้ำผลไม้ในตลาด มีผู้นำตลาดที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค มีช่องทางการจำหน่ายหลายช่องทาง และมีการลงทุนในกิจกรรมการตลาดอย่างมาก ทำให้การแข่งขันกับผู้นำตลาดเป็นไปได้ยาก เหตุผล เพื่อช่วยส่งเสริมภูมิปัญญาไทยเพื่อให้ประชาชนหันมาดูแลสุขภาพโดยการดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำอัดลมเพราะน้ำผลไม้มีประโยชน์ต่อร่างกาย
4. สภาวะโลกร้อนส่งผลให้ภูมิอากาศแปรปรวนหรือเกิดภัยธรรมชาติมากขึ้น จึงอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบหรือวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น
5. ธุรกิจนํ้าผลไม้เป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรงมีผู้ผลิตมากราย เนื่องจากการเข้าออกธุรกิจค่อนข้างง่ายเพราะเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เงินลงทุนไม่สูงนัก เทคโนโลยีการผลิตไม่ซับซ้อน
6. ระบบและขั้นตอนการขออนุญาตทั้งในด้านการขอจัดตั้งโรงงานไปจนถึงการตรวจสอบวิเคราะห์และออกเอกสารรับรองคุณภาพสินค้ายังยุ่งยาก ซับซ้อน ขาดความเชื่อมโยงและขาดความราบรื่นในการประสานงานระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน
วิเคราะห์ STP
Segmentation
1. ระดับการแบ่งส่วนตลาด
ผลิตภัณฑ์น้ำนมกล้วยหอมผสมน้ำผลไม้ Banana Max เป็นผลิตภัณฑ์ที่มุ่งตลาดเป้าหมาย กลุ่มวัยรุ่นเพศหญิง ที่มีอายุ 15 - 25 ปี
2. หลักเกณฑ์ในการแบ่งตลาดผู้บริโภค
2.1 ตามหลักประชากรศาสตร์ มีการแบ่งส่วนตลาดของผลิตภัณฑ์น้ำนมกล้วยหอมผสมน้ำผลไม้ กลุ่มเพศหญิงที่มีอายุ 15 - 25 ปี
2.2 การแบ่งส่วนตลาดตามพฤติกรรม
- ประโยชน์ที่ได้รับจากสินค้า คือ ช่วยเสริมวิตามินให้ร่างกาย
Market Targeting
1. การประเมินส่วนตลาด
-ขนาดและความเจริญเติบโตของตลาดเป้าหมาย คือ ทางบริษัทได้มีการคาดคะเนว่าผลิตภัณฑ์น้ำนมกล้วยหอมผสมน้ำผลไม้ จะสามารถสร้างยอดขายจากกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ และชอบดูแลร่างกาย
2. การเลือกส่วนตลาด
- มีการกำหนดส่วนประสมทางการตลาดที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เพราะผลิภัณฑ์น้ำนมกล้วยหอมผสมน้ำผลไม้ เน้นผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นผู้หญิงและวัยเริ่มต้นทำงาน
Product Positioning
การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (Prouduct Positioning)
1. การวิเคราะห์ถึงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์น้ำนมกล้วยหอมผสมน้ำผลไม้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ดื่ม ซึ่งมีคุณสมบัติคือ ช่วยให้ร่างกายสดชื่น เปล่งปลั่ง
2. การวิเคราะห์ลักษณะตลาดเป้าหมายและการเลือกตลาดเป้าหมาย คือ กลุ่มเป้าหมายจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นเพศหญิง ที่มีอายุ 15-25 ปี โดยมีระดับชั้นของกลุ่มสังคม คือ ระดับปานกลาง
3. วิธีการกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์น้ำนมกล้วยหอมผสมน้ำผลไม้ ราคาและคุณภาพเป็นตัวกำหนด
วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมาย
วิสัยทัศน์ (VISION)
เป็นผู้ผลิต และจำหน่ายเครื่องดื่มจากนมกล้วยหอมผสมผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยใช้วัตถุดิบภายในประเทศไทยเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ในใจในสุขภาพ
พันธกิจ (MISSION)
ผลิตและจําหน่ายเครื่องดื่มจากกล้วยหอมผสมผลไม้ชนิดผลสําเร็จรูปที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าโดยกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน เทคโนโลยีที่ทันสมัยและรักษาสภาพแวดล้อม โดยมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการดื่ม เครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสนับสนุนเกษตรกรไทยโดยการใช้วัตถุดิบในประเทศ
เป้าหมายขององค์กร (GOALS)
ระยะสั้น ปี 2555 – 2556
1. สร้าง Brand Awareness ให้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค
2. กระจายสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในกรุงเทพมหานครในเขตใหญ่ ๆ โดยวางจําหน่ายสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ต และซุปเปอร์สโตร์ชั้นนํา อย่างตํ่า 5 แห่ง รวมทั้งร้านสะดวกซื้ออย่างตํ่า 1,000 สาขา
3. ครองส่วนแบ่งตลาดนํ้าผลไม้ 1%
4. สร้างกำไรขั้นต้น 30% หรือกําไรสุทธิ 15%
ระยะกลางปี 2557 – 2558
1. กระจายสินค้าเพิ่มให้ครอบคลุมกรุงเทพฯและปริมณฑล เพิ่มการวางสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์สโตร์ และร้านสะดวกซื้อ รวมทั้งขยายการวางสินค้าไปยังร้านอาหาร เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจําหน่าย
2. ครองส่วนแบ่งตลาดเป็น 2%