ตำรารัฐศาสตร์ การปกครอง การบริหารราชการแผ่นดินบนโต๊ะ บนชั้นหนังสือ ว่ากันไว้ทั้งแบบไทยและเทศ เกี่ยวกับหัวเรื่องที่ตั้งไว้ มีความเห็นตรงกันบ้าง แตกต่างบ้าง ว่า การบริหารควรมีห้วงเวลาเป็นรอบ ๆ เช่น ๔ ปี หรือการเมืองไม่เกิน ๒ รอบ มีการแก้ไขเพื่อให้เหมาะสม ( ตามใจ ) กันไปก็มี
๓๐ กันยายน วิถีทางราชการหลายท่านเกษียณกันไป อย่างที่ จ.น่านบ้านเรา รองวิทยา ผู้การฉลองชัย นายแพทย์นิวัตชัย ผอ.เสรี ท่านขนส่ง ท่านนายอำเภอเชียงกลาง มีการจัดเลี้่ยงเกษียณกันในส่วนนี้ และส่วนอื่น ๆ ทยอยจัดให้ผู้เกษียณหรือเกษียณอายุตามโครงการ แสดงมุฑิตาจิตกันไป
การประชุม ครม.ที่ผ่านมา มีการโยกย้าย ผวจ.หลายจังหวัด ติดตามข่าวมีอดีต ผวจ.น่าน เช่น คุณสมศักดิ์ คุณเสนีย์ รอบนี้ไปอยู่ จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี ตามลำดับ ส่วนคุณพงษ์ศักดิ์ ไปอยู่ จ.เชียงราย เพื่อนผองน้องพี่พากันไปส่งวันเสาร์ - อาทิตย์ ที่ผ่่่านมาตามธรรมเนียม จะยังคงวน ๆ กันอยู่แบบนี้
หลายคนติดระบบการปกครองแบบสมัยก่อน เรียกผู้ำนำว่า พ่อ บ้างล่ะเรียกภรรยาว่า แม่ อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัด เรียกว่า พ่อเมือง อันที่จริงหากได้ศึกษากันถ่องแท้พ่อเมืองสมัยโบราณอยู่ปกครองบ้านเมือง ๒๐-๓๐ ปี มีจิตมีใจติดอยู่กับผู้อยู่ในปกครอง ไม่ใช่อยู่กันไม่กี่เดือน หรือไม่กี่ปีก็โยกย้าย ได้คอลัมภ์ ซี ๑๒ นสพ.ไทยรัฐ ได้ให้ความเห็นว่าเกี่ยวกับการโยกย้ายใหญ่รอบทีกล่าวถึงค่อนข้างน่าสนใจ ก็คงเป็นเพียงความเห็นผู้มีอำนาจไม่สนใจก็ไม่เกิดผลอะไร
ฤดู วิ่งเต้น สำหรับผู้ต้องการเป็นใหญ่ มีอำนาจวาสนา ทำให้คนดี ๆ ที่มีความรู้ความสามารถ ต้องพ่ายแพ้แก่ผู้ใหญ่ที่ไม่เป็นธรรม ตามทฤษฎีของระบบราชการแล้ว มีหลักอยู่ว่า ต้องคัดเลือกด้วยความเป็นธรรม และผู้ถูกเลือกมาต้องมีความชำนาญและเป็นมืออาชีพครับ ดังนั้น การโยกย้ายข้าราชการข้ามกระทรวง จึงเป็นไไปไม่ได้ว่า ท่านมีความรู้ความสามารถในกระทรวงอื่น ที่ท่านไม่เคยแม้กระทั่งเดินเข้าไปในกระทรวงใหม่นั้นที่ท่านเข้าไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าสูงสุดครับ น่าเศร้าใจจริงครับ