วันอาทิตย์ ที่ 7 ตุลาคม 2555
วันที่ 70 ของ 90 วันที่ให้คำมั่นกับครู เส้นทางนี้เต็มไปด้วยบททดสอบ จริงๆเลยนะเจ้าค่ะ
ถ้าโง่ ก็ยากที่จะก้าวผ่าน สิ่งที่ทำได้กับตนเองก็ต้องสารภาพว่า
“พยายามอดทนรักษาสัญญาครั้งนี้ที่ให้กับครูให้ได้ แค่สามเดือนเอง อดทน”
เช้านี้ครูเดินมาเรียกประมาณตีสองกว่า เหมือนท่านให้โอกาสร่วมเรียนรู้เรื่องราวที่คาดเดาไม่ถึง
พอลงจากกุฏิครูจึงจุดเทียนเดินจงกรม เดินไปมาปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องราวดีดขึ้นมาจิตก็ปรุงแต่งลงร่องเดิม แว๊บกับตนเอง คุยกับหลวงพี่ท่าจะดี จึงส่ง SMS นัดหมายเวลาขอโอกาสเรียนปรึกษาท่านตอนบ่าย ๆ
แต่พอพิมพ์เสร็จหนูขาดสติชั่วขณะส่งข้อความเป็นชื่อครูตามความเคยชิน หนูตกใจ ใจหายแว๊บ จึงพิมพ์ข้อความไปขอขมา เลยเปลี่ยนในไม่ส่งไปหาหลวงพี่แล้ว เดินจงกรมแล้วก็เข้าไปทำวัตรเช้า ได้เวลาไปทำอาหารเช้าไปเรียกเด็ก ๆ เช้านี้น้อง ๆดูคล่องแคล่วในการทำอาหารมากขึ้น ไม่นานก็เรียบร้อยค่ะ พอขึ้นศาลาใจก็รู้สึกโหวงข้างใน แม่กุลและแม่สำ ช่วยแจกลูกประคบให้พ่อออกแม่ออกในศาลา เช้านี้หลวงปู่มีกิจนิมนต์ คนในลานธรรมไม่มานักเจ้าค่ะ แต่ทุกคนที่ได้รู้สึกดีใจ แต่ข้างในหนูก็ยังรู้สึกหมอง ๆ เสร็จงานเข้ามาล้างบาตร แล้วก็ออกมาครูให้ดูแลเรื่องอาหารให้เด็ก ๆเอาลูกชิ้นมาผัดกระเพราะ หนูเข้าไปเก็บของทำความสะอาด เด็ก ๆ เข้ามา หนูจึงเรียกให้น้อง ๆมาเก็บที่พักของตนเอง แต่หนูก็ไม่ได้พิจารณาว่าเป็นเวลาที่เด็ก ๆ ต้องเรียน พออกมาก็เจอ ครูถามเด็ก ๆว่า ทำไมช้า แต่จิตหนูก็กระจอกมาก ปกป้องเด็กก็ไม่เป็น เห็นแต่ความเห็นแก่ตัวของตนเอง จัดแจงตั้งหม้อประคบแล้วก็ไปตั้งหม้อหุงข้าว ออกมาเจอหลวงปู่มาเมตตาครูและเด็กๆที่ ศาลา พอเที่ยงเหมือนหนูไม่สามารถหาใบกระเพราะได้ครูจึงเมตตาให้ไปซื้อกับข้าวแทน แวะจ่ายค่าไข่จากที่อาทิตย์ที่แล้วยังไม่ได้จ่าย ที่บ้านแม่กุล ท่านถามว่ามีการประคบไหมวันนี้ จึงบอกท่านว่า
“มีประคบให้ครูตอนบ่าย”
ซึ่งสุดท้ายท่านก็มาร่วมด้วยค่ะ
เหมือนได้รับโอกาสจากครูเสมอ ๆ แต่จิตใจหนูก็ยังมีก้อนหนัก ๆ
จนกลับบ้านครูให้โอกาสได้ไปส่งที่บ้าน หนูได้รับโอกาสดี ๆ เสมอ ๆ ครูเมตตาสอนตลอดเส้นทางจนไปถึงบ้านครู
หนูก็บอกไม่ถูกค่ะครู พอมีความคาดหวังแล้วไม่เป็นไปตามนั้น หนูก็จะซ้ำเติมตนเองอยู่อย่างนั้น
ส่งครูเสร็จระหว่างทางข้างในก็ยังหนัก ๆ
จนครูโทรมาหา เหมือนหนูเขื่อนแตก โพล๊ะออกมา
เหมือนปล่อยก้อนทุกข์ออกมาเต็ม ๆ ครูก็เมตตาสอน แต่ข้างในหนูยังร่ำไห้
น้ำตาไหลจนรู้สึกแสบตา
ทราบกับตนเองว่า “ครูเมตตาปลอบ”
หนูไม่อยากจองเวรครูเจ้าค่ะ จนมีความคิดโง่ ๆว่า แค่ก้าวถอยออกมา จะจบไหม
เป็นความรู้สึก “กลับตัวก็ไม่ได้ จะไปต่อไปก็ไปไม่ถึง”
หนูหยุดร้องไห้ เช็ดน้ำตาแล้วก็ไปต่อ ถึงบ้าน
แม่นอนเหนื่อยจากการไปทำสวนปลูกมัน
พอได้ทานข้าวต้มที่แม่ของครูฝากมาให้
“ท่านทานแล้วรู้สึกมีแรงขึ้นมา”
วันนี้ได้โอกาสทำกับข้าวให้แม่ทาน แกงไก่ใส่ฟัก จากเดิมที่น้าราญทำไว้แล้ว
แค่เติมน้ำแล้วก็ใส่ฟักก็โอเค พอถึงบ้านทุกอย่างก็ดำเนินไปปกติ ทานข้าวเสร็จก็ขึ้นห้องพัก หลานชายมานอนด้วย เจ้าค่ะ
ระลึกถึงคำสอนครูว่า
“ครูท้อตลอดเวลา แต่ครูก็ตั้งสติ อดทน แล้วก็ทำทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเดิม”
หนูสำรวจเข้าไปในตนเอง ไม่มีความเป็นนักสู้เลย พอล้มก็หมดแรง สำออย
หนูขอโทษที่ปล่อยทุกข์ก้อนใหญ่ใส่ครูเจ้าค่ะ ทั้ง ๆที่ครูเมตตาและกรุณาหนูสม่ำเสมอ ผิดศีลข้อ 1 และข้อ 4
หนูรู้สึกกับตนเองว่า “ถ้าเอาบันทึกแบบนี้ขึ้นต้องถูกตำหนิแน่ๆ” มันคิดไม่ดีโดยใช้ครูเป็นเหยื่ออยู่ตลอดเวลาเจ้าค่ะ ผิดศีลข้อ 1 และข้อ 4
เพราะหนูคิดดีกับครูไม่เป็นใช่ไหมเจ้าค่ะที่ทำให้ไม่ก้าวหน้า