กรรมสิทธิ์ที่ดินของหญิงไทย.........
ในอดีตนั้นผู้หญิงฝรั่งไม่มีสิทธิ์ในที่ดิน โดยกรรมสิทธิ์ที่ดินจะถูกโอนโดยสายเลือดทางฝ่ายชาย (ในจีนและอินเดียก็ยิ่งคงไม่ต้องพูดถึงใหญ่) แต่ในวัฒนธรรมแบบไทยๆแต่โบราณกลับไม่มีรูปแบบที่แน่นอน ที่ดินอาจตกเป็นของใครก็ได้ที่พ่อแม่ต้องการจะให้ โดยทั่วไปใครที่มีน้อยก็มักจะได้มาก หรือรักใครมากก็ให้คนนั้นมาก
แต่ที่น่าสังเกตมากคือ โดยทั่วไปแล้วที่ดินมักจะตกอยู่กับลูกสาวคนเล็กของครอบครัวคนไทยโบราณ (ได้ยินแว่วๆว่ามีนักวิชาการทำงานวิจัยยืนยันความจริงข้อนี้ไว้แล้ว)
เรื่อง “กลับตาลปัตร” นี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด ทั้งนี้เพราะลูกสาวคนเล็กส่วนมากก็จะเป็นคนสุดท้ายที่แต่งงาน พวกพี่ๆเขาก็ "ออกเรือน" กันไปหมดแล้ว พ่อแม่ในขณะนั้นก็อยู่กับลูกสาวคนเล็กคนเดียว ประกอบกับประเพณีที่ชอบให้เจ้าบ่าวย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเจ้าสาวอยู่แล้ว เรื่องก็ลงเอยที่ว่าลูกเขยคนเล็กเข้ามาอยู่และช่วยทำไร่ไถนาแทนพ่อตาแม่ยายไปเสียเลย พ่อแม่ก็เลยพลอยอยู่กับลูกสาวคนเล็กไปโดยอัตโนมัติ โดยมีลูกเขยคนเล็กเป็น “บ่าว” แรงงานฟรีๆ
ผู้เขียนยังเคยได้อ่านบันทึกว่า ท่านพระอาจารย์ชา (สุภัทโธ แห่งวัดหนองป่าพง) เคยเล่าไว้ว่าได้ออกธุดงค์ไปในป่าแล้วป่วยเป็นไข้มาเลเรีย ซึ่งเป็นโรคที่แปลกคือกินข้าวกินปลาได้ดี แต่กลับไม่มีเรี่ยวแรงทำงาน ชาวอีสานในสมัยโน้นเลยขนานนามโรคนี้ว่า "โรคแม่ยายเกลียด" นั่นแสดงว่า ลูกเขยสมัยนั้นต้องเข้ามาอยู่บ้านแม่ยายและช่วยแม่ยายทำงาน ถ้าเข้ามาแล้วป่วยกระเสาะแสะ ทำงานไม่ได้ก็เปลืองข้าวสุก แม่ยายก็คงต้องหน้าบึ้งเป็นธรรมดา
ในสากลสมัยนี้หญิงไทยเรากลับมีสิทธิในที่ดินน้อยลงกว่าเดิมมาก จะทำนิติกรรมที่ดินใดๆก็ต้องได้รับความยินยอมจากสามีเสียก่อน หญิงที่แต่งงานกับต่างด้าวก็หมดสิทธิที่จะครอบครองที่ดินอีกต่อไป อันนี้ความจริงแล้วก็เป็นผลพวงมาจากการเปลี่ยนให้เป็นสากลอีกนั่นแหละ คือพอผู้ชายยึดกรรมสิทธ์ในการสืบทอดนามสกุลของบรรพบุรุษตามสากลนิยมแล้วนั้น สถานะของผู้หญิงก็ต่ำลงทันที พวกเธอถูกลดสถานะทางสังคมโดยปริยายลงมาเป็นเพียงโรงงานผลิตลูก(ผู้ชาย)เพื่อสำหรับจะสืบทอดนามสกุลของปู่ ทวด ออกไปอีกหนึ่งช่วงชีวิตเท่านั้น
ดังกล่าวแล้ว..สังคมไทยซึ่งเป็นสังคมที่แบ่งชนชั้นอย่างกลายๆอยู่แล้วจึงมิอาจยกที่ดินอันถือกันว่าเป็นของล้ำค่าที่ทรงศักดิ์ศรีให้แก่คนเพศหญิงที่ “ไร้ศักดิ์ศรี” ได้อีกต่อไป
.........ทั้งที่เมื่อร้อยกว่าปีมานี้เองพวกเธอแทบจะผูกขาดในกรรมสิทธิ์ที่ดิน
.....อนาถหนอ...สากลแบบไทยๆ เคยเก่งดีกว่าเขาหมด มาวันนี้ไม่เหลือซากอะไรไว้ให้เป็นภูมิปัญญาของโลกได้บ้างเลย
...คนถางทาง (๘ ตต. ๒๕๕๕)