วันนี้มีนศ.ประดัง เข้ามาหา ๕ กลุ่ม กลุ่มละ สามสี่คน เพื่อมาขอทำโครงงานวิศวกรรมเครื่องกลปริญญาตรี (บวกกับกลุ่มเก่าอีกสองสามกลุ่ม) เลยมอบงานไปดังนี้
1) พัฒนาผาลไถนา แบบ 3 in 1 ...คือ ไถดะ ไถแปร คราดป่น ซึ่งหากทำสำเร็จจะทำให้ชาวนา ชาวไร่ไทย สะดวกสบาย และประหยัดเงินได้มาก ปัญหาคือ จะทำอย่างไรให้เครื่องยนต์ ๑๐ แรงม้าแบบรถไถเดินตาม มีแรงพอที่จะทำงานสามอย่างในครั้งเดียวได้ การแก้ปัญหาคือทำให้อุปกรณ์มันกินแรงน้อยสิ (พูดนะง่ายแต่ทำยากมาก เพราะวิศวกรในอดีตเขาทำกันมานานก็ได้แค่นี้แหละ ต้องทำเป็นสามขยักเสมอ )
2) สร้างเครื่องหยอดเมล็ดข้าวในนา และเครื่องขจัดหญ้า แบบ 2 in 1 ด้วยแรงคน (แค่ทำเครื่องใดเครื่องหนึ่งก็รากแตกแล้ว แต่นี่เราให้ทำสองในหนึ่ง) เครื่องนี้ยังไม่มีในโลก เราต้องการหยอดหกแถว แถวละ 6 หลุม หลุมละ 3-5 เมล็ดข้าว ต้องกลบดินด้วย เครื่องนี้หากทำสำเร็จจะช่วยชาวนาได้มาก ๆ เพราะไม่ต้องหว่าน ดีกว่าดำนา และดีกว่าเครื่องดำนาคูโบตะ หลายขุม แต่ผมคิดออกแบบมองปัญหาไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว ต้องทำได้สิน่า
3) ปีกรถยนต์เพื่อการประหยัดน้ำมันรถ ....เป็นการออกแบบสปอยเลอร์ติดท้ายรถยนต์เพื่อช่วยประหยัดพลังงานและช่วยทำให้เสียงเงียบลง และรถมีเสถียรภาพการทรงตัวที่ดีขึ้นด้วยพร้อมกันไป งานนี้ได้ทำการจำลองด้วยกอมปิวเตอไว้ก่อนนี้แล้ว แต่คราวนี้จะทดลองจริง
4) สามล้อพ่วงหน้า เพื่อบรรทุกคนสองคน ...งานนี้จะมีวิศกรเยอรมันและม.ในเยอรมันร่วมงานด้วย คงสนุกแน่ๆ และไม่ง่ายอย่างที่คิด เราจะทำให้มอไซค์ที่เอามาดันสามล้อนี้ สามมารถ “ถอดได้” จึงกลายเป็นทั้งสองล้อ และสามล้อ (2 in 1) ที่มีราคาถูก (รถ ทุกข์ๆ วันนี้ราคาปาไปแสนกว่าแล้ว) อีกทั้งจะมีการติดเก๋ง ติดแอร์ แบบ hybrid ด้วยนะ (เหมือน พรีอุส เลย อิอิ)
5) เครื่องสีข้าว แบบใหม่ ที่ข้าวไม่แตกหักมาก ...ถ้าทำสำเร็จก็จะปฏิวัติการสีข้าวที่ทำกันมาแบบเดิมๆ นับร้อยปี (ปัญหาเดิมคือ มีการแตกหักของเมล็ดข้าวมากในระหว่างการสี) ไม่น่าเชื่อว่า การสีข้าวเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดในประเทศ และสำคัญที่สุด แต่ไม่มีม.ไทย แห่งไหน มีการสอนวิชาสีข้าวเลยสักแห่ง ...บ้าไปแล้ว ประเทศไทยเรา (มันหาว่าเป็นของต่ำต้อย กระจอก ต้องนาโนสิ ถึงจะเท่ห์ ไอ้อิ๊บอ๋าย) (ใครไม่ทำ กรูทำเองก็ได้ฟะ)
6) เครื่องขัดขาวข้าวกล้องแบบใหม่ที่ข้าวไม่แตกหักมาก ...ถ้าทำสำเร็จก็จะปฏิวัติการขัดขาวที่ทำกันมาแบบเดิมๆ นับร้อยปี (ปัญหาเดิมคือ มีการแตกหักของเมล็ดข้าวมากในระหว่างการขัดขาว ..แตกมากกว่าในช่วยการสีเสียอีก)
7) เครื่องปิ้งไส้กรอกอีสาน แบบประหยัดพลังงาน เวลา ไร้ควัน(สารก่อมะเร็ง) ไม่ต้องพลิก
โครงการเหล่านี้มีอานิสงส์มหาศาลต่อสังคมไทย (และโลกด้วย) แต่ถ้าผมเอาไปขอทุนต่อหน่วยงานวิจัยต่างๆ รับรองว่าไม่ได้หรอก (ขอมาจนเบื่อแล้ว ) เพราะพวกนักวิชาการ กรรมารอ ผู้พิจารณาโครงการ มันหาว่า กระจอก (เพราะไม่ได้เป็นเส้นสาย สี เดียวกับพวกมัน) แต่ผมรับรองว่าเรื่องที่ทำนี้มันสุดยอด ต้องการสมองและนวัตกรรมสูงมากๆ (ซึ่งไอ้พวกนักวิชาการกรรมมารอเหล่านั้นไม่มีสมองพอทำได้หรอก กล้าท้าเลย )
ผมเลยใช้วิธีนี้แหละ คือให้นศ.ป.ตรีมาทำเป็นโครงงานวิศวกรรม (ซึ่งเหนื่อยมาก เพราะนศ. เขาก็มีเวลาน้อย ความรู้ก็น้อย ความอุทิศก็น้อย แต่ก็ทนเอา ถือเป็นการฝึกกำลังพลให้ชาติไปในตัว) แถมเงินก็ไม่พอ ต้องควักกระเป๋าส่วนตัวเป็นประจำ ....ปิดทองหลังพระนะเนี่ย (น่าสงสารจัง อิอิ)
หมายเหตุ...ขอขอบคุณ มทส. ที่ยกเงินค่าลงทะเบียนทั้งหมดของนศ.ในกลุ่ม ให้มาเป็นค่าใช้จ่ายในโครงงาน (คนละ ๒๐๐๐ บาท) แต่มันก็ไม่พอหรอก อจ.ที่ปรึกษาต้องจ่ายเพิ่มเสมอ บางทีเป็นหมื่นต่อโครงการ
..ทนถางทาง (๘ ตค.๒๕๕๕)
ปล. อุปกรณ์เหล่านี้หากจดสิทธิบัตร แต่ละชิ้นมูลค่าตลาดไม่ต่ำกว่าแสนล้าน เชื่อไหม
อาจารย์คร้าบกลุ่ม 1 และ 2 ทำเสร็จไม่มีที่ทดลอง นาชลัญว่างนะให้ทดลองฟรี แต่ กลุ่มสุดท้ายนี่น่าสนใจ ลาออกจาก พบ.ไปขายดีมั๊ยนี่ เข้าท่า
I have started thinking about 5) เครื่องสีข้าว especially hand/man-operated device/gadget that can fit by size&by price into households.
I have one idea that maybe some university students can do in group projects: a home/hand cassava flour production/process giving 2 output: tapioca flour and "cyanide" which can be used as 'insecticide' (spray).
Cyanide in cassava is produced by cassava to protect itself. [Soaking in water for 5+ hours; boiling and blanching; fermenting; and sun-drying can remove 99% of cyanide spray -- compare this to other chemicals]. Hundreds millions baht can be saved from importing other (more harmful) farm chemicals. [Over-use of cyanide or any chemical is still a problem.]
ข้อคิดเรื่องไซยาไนด์น่าสนครับ ทุกวันนี้มันสลายไปกับความร้อนจากการตากแห้ง (ไซยาไนด์ในมันสปล.มันไม่ค่อยเสถียรนัก) ที่ตลกคือ โปรตีนในมันสปล. นั้นถูก "สกัดทิ้ง" ก่อนทำแป้งมัน ทั้งที่มันขายได้ราคาแพง ผมได้นำเสนอแนวคิดนี้ต่อนักวิจัยแล้ว ขอให้เขาเอาไปทำโจทย์ในการสกัดโปรตีนมาใช้
From wikipedia: ...Cassava root is a good source of carbohydrates, but a poor source of protein...
The fact that cyanides (-CN compounds) in cassava are not very stable is exactly the reason why -CN can be useful as pesticide in fresh vegetable growing. -CN can harvested very cheaply and used in spray (in afternoons). Simple soaking in water, blanching or boiling would make the vegetables safe. It is a better alternative to other pesticides.
The process of harvesting cyanides could also mean bypassing "chipping and drying" steps. Cassava can be pulped and squeezed to extract floury water which is flour and cyanide water. The same process (as used today) is continued to separate the flour and cyanide water goes on to be another product as well as fibres and (small amount of) proteins.
I think this process can be used at home and community level -- as well as industrial level.
No more exporting "dry cassava chips" but cassava flour. The profit from processing is kept within the growers' economy -- not outside or overseas!
ที่มทส. เรามี ศูนย์วิจัยมันสปล.และผลิตภัณฑ์ (ซึ่งผมเป็นคนต้นคิดและผลักดันให้เกิด) แล้วผมจะเอาไปนำเสนอต่อคกก. นะครับ ว่าเราควรทำอะไรให้ลึกๆ เรื่องอื่นๆ เราคิดไว้หมด แล้ว ประเด็นหลักตอนนี้คือ bio plastic และ อาหาร ส่วนผมทำเครื่องจักรกลมัน ...เรื่องสกัด CN นี้ยอมรับวาเราไม่เคยคิดมาก่อนครับ ขอบพระคุณครับที่เอาความคิดแหวกๆ มาให้