วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2555
เรื่องราววันนี้ก็สมควรด้วยเหตุว่า ถ้ายังทำตัวเช่นนี้ก็ไปสักที เจอครูทีไรก็ยังขาดสติอยู่ รู้เลยว่าเอาข้างในตนเองไม่อยู่ นอนน้อยทานน้อย กิเลสเล่นงานได้ง่ายเพราะสติไม่ดี เจ้าค่ะกว่าจะเข้านอนก็ตีสี่ตื่นขึ้นมาประมาณหกโมงไปเรียกน้องภัสไปทำกับข้าว ส่วนหนึ่งทำขึ้นศาลาส่วนหนึ่งแบ่งไว้ให้เด็ก ๆ ภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดีเจ้าค่ะ
เช้านี้ตั้งใจทานกล้วย จึงหยิบไว้ 2 ลูกเป็นกล้วยไข่และกล้วยหอม และน้ำนมจมูกข้าว 1 กล่อง น้ำส้มอีก 1 กล่อง
กล้วยน้ำหว้าลูกแรกกะดันคือ ทานได้จริงประมาณครึ่งลูกอีกครึ่งหนึ่งเป็นแผลแข็งทานไม่ได้ ส่วนกล้วยหอมเขียว ยังดิบอยู่ หนูลองลอกแล้วดึงมาทานดูฝาด จึงอดทนทานไปอีกครึ่งลูก นึกย้อนกับตนเองว่า
“คงจะเคยถวายของเหล่านี้ให้พระ จึงได้เจอประสบการณ์แบบนี้เจ้าค่ะ”
ได้เรียนรู้ว่า “เข้าใจแล้วว่าทำไมอาหารถวายพระจึงจำเป็นต้องประณีต เพราะท่านอาจจะพิจารณารับเฉพาะอาหารที่เราทานเพียงเท่านั้น ไม่ได้รับอย่างอื่นทั้งวัน จึงพึงระลึกกับตนเองเสมอ ๆ ว่า อาหารที่ทำถวายพระต้องเป็นของที่สะอาดและพร้อมเหมาะสมสำหรับการวายพระจริงๆเจ้าค่ะ หนูได้เรียนรู้กับตนเองอย่างนี้”
น้องภัสเตรียมอาหารไว้ให้ครู หนูได้รับ SMS จากครูว่าให้พาเด็ก ๆเก็บถังขยะหน้า ศาลา 4 แต่พอลงมือทำก็พาเด็ก ๆเก็บขยะรอบ ๆบริเวณ แต่ก็รู้สึกเอะใจว่า เอ...ทำไมไม่เห็นจะมีขยะสักเท่าไหร่ รึว่าจะเก็บถังขยะไปรวมกัน แต่ก็ไม่ได้ทำเจ้าค่ะ พอครูโทรมาก็ทำผิดจริง ๆ ออกมาเจอหลวงปู่นั่งรถตู้มา พระอาจารย์เรียกเด็ก ๆให้มากราบหลวงปู่ พอเข้าไปกราบท่านเมตตาชี้แล้วพูดอะไรสักอย่างเจ้าค่ะ แต่ก็เหมือนหนูไม่ได้ยิน แล้วก็เหมือนอ่านปากท่านได้ว่า
“ท่านถามหาครู”
จึงตอบท่านว่า “ครูไปธุระในเมืองเดี๋ยวจะเข้ามาเจ้าค่ะ”
แล้วท่านก็ขึ้นรถไป
หนูพาเด็กๆมานั่งหั่นสมุนไพรรอครู เพราะก็ไม่รู้ว่าจะพาเด็ก ๆทำอะไร ทำไปเรื่อยแบบไม่เร่งรีบ
แต่ข้างในหนูก็เป็นเหนื่อยๆง่วง ๆ อาจจะเพราะนอนน้อย แล้วเดิมเมื่อคืนก็ไม่ค่อยรู้สึกว่ามีพลัง หรือ มีสมาธิ มีแต่ฟุ้งซ่านกับง่วงทั้งคืนเลยเจ้าค่ะ แค่อดทนให้ครบตามเวลาที่ตั้งใจไว้
พอครูมาก็ไม่รู้ว่าจะเข้าไปตอนไหนดี พอเข้าไปสอบถามเรื่องอาหารก็มีความรู้สึกว่า
“ไม่เหมาะสม” ผิดครั้งแรกก็เหมือนหนูไม่ยกโทษให้ตนเอง แล้วก็ซ้ำเติม ๆ ก็เลยกลายเป็นนั่งทำงานไปเฉย ๆ ยิ่งพอมีน้องบอยมาช่วยทำกับข้าว แล้วเห็นน้องมีความสุขและตั้งใจทำกับเพื่อน ๆ จึงถอยมานั่งดูแบบทำงานตนเองไปเรื่อย ๆ ซึ่งทุกอย่างก็ออกมาได้เยี่ยมมาก
บ่าย ๆ ก็เหมือนหิว ๆ เหนื่อย ๆ ดีที่น้องภัสเมตตาไปเอาเครื่องดื่มมาให้ทาน รู้สึกขอบคุณ แล้วก็ทำงานต่อไป พอเด็ก ๆออกมาร่วมทำก็สนุกสนานคึกครื้น แต่ข้างในหนูก็หมอง พอครูเรียกไปชี้ข้อบกพร่องต่างๆของหนู
ก็รู้สึกท้อน้อยใจ เหมือนอีกนิดเดียวหนูก็ลุกไปแล้ว หนูก็ไม่รู้เจ้าค่ะ เป็นความท้อข้างในตนเอง เหมือนอาทิตย์นี้ คงพยายามกับตนเองมากกว่าอาทิตย์ก่อน ๆ พอลงมือทำก็ไม่ได้เรื่อง
ก็ตัวหนูเองที่แหละที่พอทำออกมาก็ไม่ได้เรื่อง ๆ ยิ่งพอไม่ค่อยได้นอน แล้วข้างในก็ไม่มีสติยิ่งไปกันใหญ่ ได้แต่อดทนกับตนเอง
พอหลวงปู่มาเมตตา ข้างในก็รู้สึกเย็นลง แล้วก็กลับไปทำลูกประคบต่อ เด็ก ๆ ร่วมแรงแข็งขัน
พอเริ่มบอกเทคนิคการทำว่า ทำอย่างไรจึงแน่น มันอย่างไร จึงจะเพิ่มความกระชับ เหมือนเด็ก ๆ เริ่มค้นพบวิธีของตนเองค่ะ จึงขอดูของแต่ละคน แล้วก็ให้คนที่ยังไม่โอเคแก้ไข แล้วก็ทำออกมาได้ดีทีเดียวค่ะ พอเสร็จเรียบร้อยก็มาช่วยกันแพ็ค
หนูไม่ได้ห่อเพียงแค่นั่งแพ็คช่วยสุดท้ายเหลือติดกะละมังหนูจึงได้มานั่งห่อ เด็ก ๆทะยอยแยกออกไปเหลือหนูน้องภัสและดุ่ย น้องมองหน้าแต่ละคนแล้วบอกว่า “ทำไมดูเศร้า”
หนูยิ้มและก็หัวเราะออกมาได้ค่ะ แต่ก็แว๊บหนึ่งถอนหายใจกับตนเอง
ทยอยเก็บ แล้วก็เข้าไปข้างใน หนูรู้สึกเหนื่อยกับความรู้สึกท้อข้างในค่ะ
กลับเข้ามาข้างในพอเก็บใบไม้เรียบร้อย กลับเข้าเต้นท์นอนท่าศพแล้วงีบหลับไปประมาณสิบห้านาทีรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้างค่ะ
กดโทรศัพท์ดูเห็นครูโทรเข้า แต่พอโทรกลับแล้วเงียบจึงคิดว่าครูคงจะภาวนาอยู่ ออกมาเห็นเด็ก ๆ นั่งรวมกัน หนูจึงอาบน้ำ แล้วก็เข้าเต็นท์นั่งภาวนา สักพักเห็นเด็ก ๆเดินจงกรมระลึกว่า “ครูเคยสั่งให้จุดเทียนให้เด็ก ๆ ระหว่างเดินจงกรม”
จึงเดินไปหยิบเทียนเพื่อจะจุดให้ สักพักเห็นครูเดินลงมา และน้องมาบอกว่าหาเทียน จึงยื่นให้เพราะกะจะเอาไปให้อยู่แล้ว
จึงหลบไปนั่งภาวนากับตนเอง จนได้เวลาทำวัตร
กลับมาพาเด็ก ๆ ไปหาครู แล้วครูก็สอบถามเรื่องการแจกจ่ายลูกประคบ ครูแนะนำให้เดินเหมือนเดินเรี่ยไรปัจจัยในศาลา แต่ปรับเป็นเดินแจกลูกประคบแทน
พอลงจากกุฏิครูหนูเข้าเต็นท์พิมพ์บันทึกแล้วก็หลับไป
เป็นอีกวันที่หนูตกลงร่องเดิมของกิเลสเดิม ๆที่เป็นมาหลายปี ความเศร้าหมองที่เบียดเบียนตนผิดศีลข้อหนึ่ง ยังไม่พอ ปล่อยพิษเบียดเบียนคนรอบข้าง ผิดศีลข้อหนึ่ง จิตใจหยาบกระด้างดื้อต่อครู คิดไม่ดีกับครูให้ผลกรรมกับหนูคือ เกิดความท้อแท้ในจิตใจ เป็นอีกหนึ่งบททดสอบที่บอกว่า “หนูสอบตก”