ประมาณเก้าโมงเช้าของวันนี้ ผมลงไปทำธุระที่ห้องถ่ายเอกสารของคณะฯ ระหว่างนั้น รองคณบดีฯเดินผ่านมา ผมจึงเอ่ยทักขึ้นว่า สวิฟท์เป็นไงบ้าง ขับดีไหม ท่านบอกว่า ที่ลูกสาวไปขับมานั้นระบบไม่แตกต่างจากมาร์ชเลย มีปุ่มสตาร์ท-สตอป ฯลฯ น่าเสียดายที่สวิฟท์ไม่แถมล้ออะไหล่ และที่บอกว่าแถมประกันนั้น ตอนนี้ลดค่าประกันให้ครึ่งหนึ่ง
คุยกันเรื่อยๆ มาถึงประเด็นหนึ่งคือ การซื้อรถให้ทันกับโครงการของรัฐบาล กรณี การคืนภาษีรถยนต์ ท่านบอกว่า ท่านยอมเสียเงินหนึ่งหมื่นเพื่อให้ได้รถก่อน ซึ่งเราต้องยอมเสียเพื่อให้ได้เงินคืนภาษี บางคนไม่ยอมเสียเงินหนึ่งหมื่นก็ต้องรอรถต่อไป ประเด็นที่น่าพิจารณาคือ เมื่อเราเสียเงินหนึ่งหมื่น เราจะได้แซงลำดับคิวคนอื่น ส่วนคนที่ไม่ยอมเสียเงินให้ดีลเลอร์หรือพนักงานขายก็ไม่ทราบ ก็ต้องรอรถต่อไป เพราะตอนนี้ฝ่ายขายเล่นตัวมาก หากไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร เพราะมีรายอื่นต่อลำดับคิวอยู่แล้ว
ข้อความที่คุยนี้ทำให้ผมคิดว่า เรายอมรับเรื่องการแซงลำดับคิวแล้วหรือไม่ ถ้ายอมรับผมจะได้ทำบ้างและจะได้บอกนักศึกษาว่า ต่อไปเรื่องลำดับคิวนั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญแล้ว สิ่งสำคัญคือเงินที่เราจะจ่ายให้ผู้จัดเพื่อเราจะได้ลำดับคิวต้นๆ และสิ่งที่น่าคิดอีกคือ ข้าราชการคือตัวอย่างที่ดีของประชาชน และข้าราชการก็คือประชาชนต้นแบบที่ชาวบ้านจำนวนมากให้เกียรติ(เคยมีคนพูดว่าหากจะสอบบรรจุข้าราชการอย่าได้บรรจุลงที่ภาคใต้ ข้อนี้ทำให้คิดอะไรบางอย่างว่าทำไม) ท่านรองฯ ใกล้เกษียณแล้วอีกปีหรือสองปีที่จะถึงนี้ ยอมจ่ายเงินซึ่งระบุไม่ได้ว่าเพื่ออะไรแต่รู้ว่าเพื่อให้ได้รถก่อน ซึ่งไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับตัวรถ หากถามว่า คนอื่นๆที่ถูกลดลำดับคิวเขาต้องการรถก่อนหรือไม่ แน่นอนว่าหากเราจองรถในช่วงนี้เราก็ต้องการรถก่อน คนที่มีกำลังจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้รถก่อนก็ต้องจ่าย คนที่ไม่มีกำลังจ่ายก็ไม่จ่ายยังรอคอยรถเพื่อให้ได้ตามลำดับ คนที่รอคอยตามลำดับก็ต้องรอกันต่อไปเพราะลำดับคิวจะถูกแซงแล้วแซงอีก
ทำให้ผมคิดว่า ถ้าเรายอมรับเรื่องนี้ว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ร่วมกัน เราจะได้แปลงความคิดว่า การเดินตามลำดับนั้นมีได้เฉพาะกรณีที่เราอยากให้มีเท่านั้น และเป็นอันดับรองจากเงิน
ในการตรวจสอบว่าลำดับคิวยังควรจะมีหรือไม่นั้น ให้เราลองพิจารณาเมื่อเรากำลังขับรถบนถนนและไปตามลำดับ แต่หากมีรถคันหนึ่งมาจากไหนไม่รู้และมาโฉบตัดหน้าเรา เราโกรธหรือไม่ ถ้าโกรธแสดงว่าเราไม่ชอบที่จะให้มีการแซงลำดับคิว แต่ถ้าไม่โกรธก็แสดงว่าเรารับได้ แน่นอนว่า โดยมนุษยธรรม การแซงลำดับคิวอาจเกิดขึ้นได้โดยที่เราก็ควรยอมรับเช่น หากไม่แซงลำดับคิว เขาต้องตายแน่ๆ เช่น อุบัติเหตุสาหัส หรือบุคคลที่น่าสงสารของสังคม อันนี้เราอาจยอมรับได้ แต่ถ้าเสมอกันเราอาจรับไม่ได้
ปัญหาต่อมาคือ การจ่ายเงินเพื่อให้ได้คิวที่ดีกว่าหรือลำดับที่ดีกว่าคนที่ไม่จ่ายเงิน ควรถือว่าฉลาดหรือไม่ ส่วนหนึ่งอาจบอกว่าเป็นความฉลาดและเป็นความสามารถของเขา เพราะเขามีวิธีการจัดการที่ดีกว่าขณะเดียวกันเขามีเงินและเขาก็หาเงินได้เยอะ หรือมีความสามารถมากกว่าคนที่หาเงินได้น้อย ดังนั้นคนที่มีความสามารถน้อยก็ควรอยู่รั้งท้าย เรื่องนี้ก็น่าคิดอีกเช่นกัน เหมือนกับที่เราบอกว่า เราเป็นผู้จ่ายเงิน เราจึงมีกรรมสิทธิ์ในตึกหลังนี้และเราบอกว่าเราสร้าง ทั้งที่คนงานก่อสร้างเป็นผู้สร้างแต่คนงานก่อสร้างไม่ใช่เจ้าของเงิน...หรือไม่่
ผมกำลังแปลงความคิดของตัวเองว่า การเดินตามลำดับอาจไม่ใช่ความฉลาดในการจัดการ(เรื่องนี้โปรดใช้วิจารณญาณ) คำตอบวันนี้คือ เพราะการเรียนรู้ต่างกัน ความคิดจึงต่างกัน และการดำรงชีวิตจึงต่างกัน โลกจึงหาความจริงแท้ไม่ได้ มีแต่ความจริงสมมติคือความจริงที่เปลี่ยนแปลง