เที่ยวเสียมเรียบ

6.Tonle Sap  เป็นทะเลสาปน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย อยู่ห่างจากกรุงพนมเปญ 100 กม. แม่น้ำโขงจะไหลผ่านพนมเปญตรงบริเวณที่แม่น้ำโขงไหลผ่านดักล่าวเรียกว่า ทะเลจัตุมุก บางส่วนไหลเข้าโตนเลสาป บางส่วนไหลลงไปทางเวียดนามไหลเข้าทะเลจีนใต้ต่อไป (ฉะนั้นแม่น้ำโขงไม่ได้ไหลผ่านตรงกับโตนเลสาปดังกล่าว) โตนเลสาปถ้าฤดูน้ำหลาก จะกินพื้นที่ 12,500 ตร.กม. ฤดูน้ำลดมีเนือ้ที่ ประมาร 2,500 ตรกม.ความลึกประมาณ 10 เมตร  เขาเขมรโบราณมีความเชื่อว่า เดิมทะเสสาปคือสะดือทะเล(มีลักษณะคล้ายกับสะดือคน)โตนเลสาปครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด คือ กำปงธม กำปงชะนัง โพสัตว์ พระตะบอง และเสียมเรียบ รอบๆ ทะเลสาปนี้ชาวกัมพูชาสามารถปลูกข้าวนาปรังได้ ช่วงฤดูน้ำลดซึ่งกินพื้นที่บริเวณกว้างพอสมควร  ทะเลสาปแห่งนี้มีปลุกชุกชุมมากมีชนิดของปลาประมาณ 300 ชนิด  แต่ปัจจุบันนี้ลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากประชากรกัมพูชาไม่มีปศุสัตว์ หลังจากสิ้นเขมรแดง ประชาชนบริโภคปลา โตนเลสาปตั้งอยู่ไปทางตอนใต้ของเสียมเรียบ จะมีหมู่บ้านชาวประมงที่อยู่ใกล้กับเสียมเรียบ อยู่ 2 หมู่บ้านที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยว คือ

1. Chong Khneas  หากจากเสียมเรียบประมาณ 10 กม.ไปทางทิศใต้ เป็นหมู่บ้านชาวประมง ที่นักท่องเที่ยวชมไปเยี่ยมชมจำนวนมาก บริเวณดังกล่าว จะมีเนินเขาเล็กบริเวณนั้นด้วยชื่อเขาพนมกะร่อม(Phnom Krom) สูงประมาณ 140 เมตร จะมีวัดและปราสาทเก่าๆ ตั้งอยู่บนเขา ซึ่งปราสาทแห่งนี้สร้างยุคเดียวกันกับพนมบาเค็ง ค่าเช่าชมหมู่บ้านนี้ ค่าเช่าเรือและชมหมู่บ้าน(ลอยน้ำและอยู่บนบก) คนละ 15$(walk in) ประชากรที่อาศัยอยู่ส่วนมากเป็นชาวเวียดนาม มีโรงเรียน-วัด-โบสถ์ครีตสจักร ดำเนินการโดย NGO ทั้งหมด (สำหรับความเห็นของผมเนื่องจากหมู่บ้านชาวประมงดังกล่าว ทางการต้องจัดให้เป็นที่ท่องเที่ยว ได้ชมวิถีชีวิตของชาวประมงทั่วๆไป  ไม่มีอะไรเป็นที่โดดเด่น   ซึ่งไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปครับ ใช้เวลาในการล่องเรือชมหมู่ประมาณ 1 ชม. โดยเรือจะแว่ะจอดให้นักท่องเที่ยวชมหนึ่งจุด ซึ่งมีการเลี้ยงปลา- จระเข้- และงูน้ำ สามารถขึ้นไปบนหลังคาเพื่อชมวิว ป่าไม้ที่ขึ้นในน้ำได้)

 

2.Kampong pluk ถ้าไปเที่ยวของแนะนำ ไปเส้นทาง Bakong(13 กม.) แล้วทะลุไปยัง Kampong pluk(10กม.)  เป็นหมู่บ้ายชาวประมงเหมือนกันกับ Chong Khneas แต่จะไม่ลอยไปตามสายน้ำ โดยเขาปลูกบ้านใต้ทุนสูงๆ จากพื้นดินประมาณ 5-10 เมตร(รูปทรงลักษณะแปลกประหลาก เขาสร้างได้ไง) โดยใช้เสายาวๆ สูงๆ ที่จะมีวัดและโรงเรียน เป็นชุมชนที่ไม่ใหญ่ สงบเงียบมีวัดอยู่ใจกลางหมู่บ้าน ปัจจุบันมีเอกชนกำลังก่อสร้างรีสอร์ท(น่าจะเปิดใช้ในเร็วๆ นี้)

 กำลังก่อสร้างรีสอร์ท หน้าน้ำ

8.Preah Vihear หากจากเสียมเรียบ ประมาณ 140 กม.ไปทางทิศตะวันออก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.จากเสียมเรียบ  ผ่านอำเภออะลองเวง   Preah Vihear ได้ขึ้นทะเบียนกับ ยูเนสโก เป็นมรดกโลก เมื่อ กรกฏาคม คศ. 2008 (ปัจจุบันนี้ข้อพิพาทระหว่างไทย-กัทพูชา เรื่องอยู่ระหว่างศาลโลกตัดสิน  และทางการกัมพูชายังไม่อนุญาตให้ชาวไทย ขึ้นไปบนปราสาทดังกล่าว) ระหว่างรอคำพิากษาจากศาลโลก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวปราสาทเขาพระวิหารได้ โดยสามารถเช่ารถแท็กซี่ หรือไปกับบริษัท ทัวร์ที่เขามีโปรแกรมทัวร์ นักท่องเที่ยวจะต้องจอดรถไว้ที่ทหารจัดไว้ให้ ไม่สามารถขับรถไปเองได้ เพราะถนนขึ้นเขา กำลังก่อสร้าง(สร้างได้ครึ่งหนึ่งแล้วแต่เกิดข้อพิพาทก่อน ต้องระงับการก่อสร้าง)ทางเก่าจะมีความลาดชันมาก บางครั้งรถ 4w ยังขึ้นไม่สุด จะมีทหารคอยช่วยเหลือตามจุดที่ชันมากๆ (ผมได้ไปเมื่อเดือน กรกฏาคม 2555 (ป่นๆ ไปชาวกัมพูชาก็เสียวเหมื่อนกันกลัวถูกจับได้ว่าไม่ใช่เขมร) ค่าเข้าชมคนละ 8$ รวมค่ารถขึ้นเขาด้วยครับ คนเขมรเข้าฟรี ถ้าถ้ายูเนสโกมาดำเนินการค่าธรรมเนียมคงจะเหมือนๆ กันเข้าชมนครวัด แต่ปัจุจับันทหารเป็นผู้ดำเนินการถือว่าถูกมากครับ (ไม่รู้ผมเขียนทำไมนี้ ช่วงนี้เขาไม่ให้คนไทยเข้า คงจะอยากให้ผู้อ่านได้รับรู้ไว้ครับ)

9.West Baray(prasat West Mebon- Island in the middle of west baray ) ซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นด้วยแรงงานของมนุษย์ ปัจจุบันแหล่งน้ำแห่งนี้ใชผลิตเป็น้ำประปาล่อเลี้ยงประชาชนในตัวเสียมเรียบ ใจกลางอ่างเก็บน้ำนี้จะมีเกาะกลางน้ำ และมีปราทสาทตั้งอยู่บนเกาะ มีเรือไว้บริการนักท่องเที่ยวที่จะไปชมปราสาทดังกล่าว แต่ไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพราะปราสาทเล็ก ส่วนมากจะเป็นชาวกัมพูชาที่ไปเที่ยว