ท้องฟ้ายามเย็นมองไม่เห็นดวงดาว
ระยิบระยับแพรวพราวสกาวด้วยแสงโคมไฟ
ลมเย็นๆ..พัดพาเอากลิ่นอากาศที่คุ้นเคยเข้ามาสัมผัสกับจมูก.. แสงตะวันกำลังริบหรี่ลง ดวงตะวันสีแดงตั้งตระหง่านอยู่บนยอดมะพร้าวที่อยู่ไกลออกไป ฝูงนกสีดำทะมึนกำลังบินผ่านไปอย่างรวดเร็ว.. ปรากฏการณ์ที่ว่านี้ เกิดขึ้นเมื่อกำลังจะค่ำ.. หมายความว่า.. ดวงอาทิตย์ที่เคยขึ้นไปอยู่บนหัวเมื่อตอนกลางวัน บัดนี้ มันกำลังจะลาลับกลับไปสู่ดินแดนที่อยู่คนละฟากโลก..
มองไปไกลๆ กลางทุ่งนา..แต่ไม่มีชาวนา ไม่มีข้าว ไม่มีอะไรเหมาะสมพอ ที่จะให้เรียกว่านาข้าว เมื่อก่อนมันคงเป็นนาข้าวที่เต็มไปด้วยข้าว แต่บัดนี้ ทุ่งกว้างๆ เริ่มเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างที่เรียกตัวเองว่า “โรงงาน” ...เต็มไปด้วยลูกชาวนา ที่เรียกตัวเองว่า “พนักงานโรงงาน” ...เต็มไปด้วยถนนหนทางพาดผ่านกันไปมา ...เต็มไปด้วยรถราที่วิ่งกันวุ่นวาย...เต็มไปด้วยเสาไฟที่โยงเส้นสายพาดขอบฟ้า ทุ่งนาอันกว้างใหญ่กำลังจะโดนกลบด้วยโรงงานอุตสาหกรรม..ต้นข้าว..กำลังจะโดนฝังไปกับพื้นคอนกรีตแผ่นใหญ่..มองดูแล้วน่าใจหาย..
โดยเฉพาะตอนนี้ ตอนหัวค่ำ...บนถนนเต็มไปด้วยรถ เพราะมันเป็นเวลาเลิกงานของพนักงานโรงงาน ...และมันอาจเป็นเวลาเข้างานของพนักงานโรงงานด้วย การจราจรในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน การจราจรในแบบไปได้กูก็จะไป ไปไม่ได้กูก็จะไป เพราะกูรีบ ประเดี๋ยวจะเข้างานไม่ทัน...ทั้งมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ รถบัส รถหกล้อ รถสิบล้อ รถสิบแปดล้อ รถยี่สิบสองล้อ รวมถึงรถสามร้อยล้อหรือรถไฟก็เป็นปัญหากับเขาด้วย เพราะถนนที่นี่ดันตัดผ่านทางรถไฟ..
ท้องฟ้ากลายเป็นสีนำเงินเข้ม.. ปลายขอบฟ้ามีแสงสว่างกระเจิงออกมา เหล่าโรงงานอุตสาหกรรมต่างเปิดไฟราวกับว่าแข่งกันสว่าง ถนนหนทางประดับด้วยโคมไฟสีเหลืองส้มเป็นแนวยาวไกลสุดลูกหูลูกตา มีรถเปิดไฟสว่างวิ่งตามๆกันมา.. มองไปบนฟ้า ไม่มีดวงดาวสักดวง... ยังคงเห็นแสงไฟพวยพุ่งออกมาจากขอบฟ้าเป็นแนวยาว... ทำไมบนฟ้า ถึงไม่มีดวงดาว?
ในยุคนี้หรือที่เขาเรียกว่ายุคอุตสาหกรรม?..หรือเป็นยุคของเทคโนโลยีที่จะไม่มีขีดจำกัดอีกต่อไป? ..หรือเป็นยุคที่ผู้คนต้องดิ้นรนเอาตัวรอด? ..หรือเป็นยุคที่คนในประเทศส่วนใหญ่ต้องคอยตามตูดคนต่างประเทศที่มีอยู่น้อยนิด? ..ยุคสมัยที่โลกกำลังออนไลน์.. เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างรวดเร็ว ..ร่องรอยของความเจริญคือสิ่งที่ได้เห็นอยู่ในตอนนี้หรือ?...
...ท้องฟ้ากลางคืนจะไม่ใช่สีดำอีกต่อไป..ผู้คนที่นี่จะไม่มีวันหลับไหล..เสียงเครื่องจักร..สาดแสงไฟ..และกลิ่นสารเคมี..จะไม่มีวันจางหายไป ราวกับว่าที่นี่เป็นเมืองอมตะ.. แต่ก็ไม่มีใครที่เป็นอมตะ..
...มองไปที่ทุ่งนาอันรกร้างอีกครั้ง อาจให้คำตอบได้ ว่าทำไมบนฟ้าถึงไม่มีดวงดาว?..
ชอบบันทึกนี้ครับ....เขียนที่กลั่นมาจากใจดีครับ...แต่ผมก็ชอบท้องฟ้าอยู่นะครับ...และหวังว่าจะได้พบกับดวงดาวด้วยเช่นกันครับ