เดี๋ยวนี้รู้สึกว่ามีคนเอาคำว่า ธรรม”กลาย” ( ที่ผมเป็นคนตั้งชื่อเอง เมื่อประมาณปีพศ. ๒๕๓๕) ไปใช้กันในวงกว้าง อีกทั้ง มีคนวงในออกมาแฉข้อมูลลึกๆ มากหลาย อย่างที่เราไม่เคยรู้มาก่อน เมื่อวานก็เพิ่งได้รับฟอร์วาร์ดเมล์ที่แฉเรื่องเหลือเชื่ออีกแล้ว
แต่แม้ไม่มีการแฉแบบลับๆ ที่อาจพิสูจน์ได้ยาก แต่ ธรรมกลาย โดยเจ้าอาวาสเอง ก็แฉตัวเองให้เราเห็นล่อนจ้อนเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์อยู่ทุกวัน ทางหน้าจอทีวี ช่อง DMC ซึ่งก็ไม่เห็นมีใครทำอะไรเขาได้ (DhamMakaya Channel)
ดูหัวเจ้าสำนักสิ ดูกี่วัน เดือน ปี ก็เหมือนกันทุกวัน คือ หัวโกนเลี่ยน มันวาว แล้วดูปูดๆ ยังกะสวมวิกหัวโล้นยังงั้นแหละ ทั้งที่ตามพระวินัย พระต้องโกนหัวในวันโกนเท่านั้น (คือวันก่อนวันพระ) ดังนั้นต้องโกนเดือนละประมาณ 4 ครั้ง ส่วนระหว่างนั้น ท่านไม่ได้ว่าอะไร แต่พระก็รู้กันโดยปริยายว่า ห้ามโกนนั่นแหละ เพราะหากมัวแต่โกนผมทุกวัน มันก็กลายเป็นการยึดติดอยู่กับความสวยงามในรูปแบบหนึ่ง อีกทั้งทำให้เสียเวลาในการปฏิบัติธรรม
แต่หัวเจ้าสำนักนี้มันวาวตลอด ทุกวันที่ออกจ้อหน้าจอทีวี แล้วท่านว่ามันเกิดมาจากอะไร ดูให้ชัดๆ แล้ว การโกน แม้โกนทุกวันก็ไม่น่ามันวาวและเรียบได้ปานนั้น
...ต่อไปก็หนังตา ดูยังไงก็เห็นว่าเป็นหนังตาปลอม ที่ได้รับการทำศัลยกรรม เพราะหนังตาหนาสองชั้นนั้น หนามาก ผิดเพี้ยนไปจากคนไทยทั่วไปอย่างเหลือเชื่อ แม้พวกแขก ฝรั่ง ยังไม่มีหนังตาสองชั้นที่ใหญ่และเด่นปานนี้ ซึ่งเรื่องนี้พิสูจน์ไม่ยาก เพียงแค่เอารูปสมัยหนุ่มๆ ที่ยังไม่รวยมาเทียบก็พิสูจน์ได้แล้ว
ผิวก็ขาวผ่อง เป็นมันวาว ผิดมนุษย์มนา เข้าใจว่าคงต้องการให้คนเข้าใจว่า ทำสมาธิวิปัสสนา เพ่งลูกแก้วมานาน จนผิวใสเหมือนลูกแก้ว ทั้งที่คนมีสมาธิระดับนั้น ถ้าของจริง คงไม่มีใครเขามาจ้อไร้สาระหน้าจอแบบนั้นกันหรอก ไปเพ่งลูกแก้วมันสุขกว่ากันเยอะเลย นี่ขั้นรูปฌาณแล้วนะ ดังนั้นสิ่งที่พยายามสื่อให้เชื่อกับการเแสดงออกมันขัดกันแบบฟ้ากะเหว มันก็หลอกคนบ้องตื้น ปัญญาต่ำ ความรู้น้อยได้มาก
จีวรเล่าก็ผิดเพี้ยน ไม่ห่มจีวร และหนีบลูกบวบ แบบพระทั่วไป ตามพระวินัยที่บัญญัติไว้ แต่กลับดูเหมือนว่าใส่เสื้อยืดคอกลมด้านใน (T-Shirt) แล้วห่มด้วยผ้าคลุมหลวมๆ ซึ่งไอ้ผ้าคลุมนี้ก็ไม่มีบัญญัติไว้ในพระวินัยอีกด้วย พพจ. ทรงเคร่งมากในเรื่องปัจจัยสี่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม กุฎี ยา ต้องพอเพียงมากๆ ไม่เว่ออะไรแบบนี้
สายตาก็หลุกหลิก สำเนียงก็ออเซาะออดอ้อน (คำว่า นะชะ ออกบ่อยมาก) พร้อมลูกคู่ออก สาธุ....
ส่วนการสอนก็ไม่มีอะไรเลย มีแต่สะสมบุญ เกิดในสวรรค์ ทำนองนั้น
วันนี้ ผมสะดุดคิดว่า ทำไมธรรมกลายไม่ไปผุดเกิดเสียให้รู้แล้วรู้รอด เช่น
1) ประกาศเป็นนิกายใหม่ ไปเลย
2) เจ้าสำนักลาสึก แล้วประกาศตนเป็นนักเทศน์ที่ไม่เป็นพระ
ผมสนับสนุนข้อ ๒ นะ ผมว่ามันจะสร้างสีสันให้ศาสนา กลายเป็นข้อดีด้วยซ้ำไป คือ ถ้าคุณเป็นฆราวาสแล้ว คุณก็ไม่ต้องเคร่งวินัยของพระ คุณอยากจะไว้ผมฮิปปี้ ใส่กก.ยีนส์มาแสดงธรรมก็มาเลย เอาวงดนตีร็อค เดี่ยวไมค์ของดโน้ต อุดม มาร่วมแจมด้วยก็เชิญเลย
มันจะเป็นอุบัติการณ์ใหม่ของนักเทศน์พุทธที่ถ้าทำให้ดีก็เป็นการเสริมการศาสนาได้มาก
เรื่องนี้ใน usa เขามีมานานแล้ว เช่น พวกนัก evangenlist ทั้งหลาย มี jimmy swaggart Jim and Tammie Bakker (สองผัวเมีย) เป็นต้น ..ผมชอบฟังพวกนี้มาก มันสนุก และได้เรียนรู้ความเป็นมนุษย์
บางทีพวกนี้จะออกเดินสาย เหมือนวงดนตรีเลย โอย..สนามกีฬาแน่นขนัด มิตรรักแฟนสวดมากรี๊ดกันลั่น ร้องไห้ กรีดเลือด ด้วยความศรัทธา มีให้ดูหมด แบบบไม่จืดจริงๆ
ถ้าเมืองไทยเรามีแบบนี้บ้างคงดี อย่างน้อยก็เป็นการตรึงวัยรุ่น (และวัยย่น) ให้มีหลักยึดเกาะด้านศาสนาไปพลางก่อน
อันว่าคนกำลังจะจมน้ำตายนั้น แม้ก้อนขี้ลอยน้ำมายังต้องคว้าไว้ก่อนเลย อย่างน้อยก็ช่วยพยุงไม่ให้จมน้ำตายได้ แม้ชั่วคราวก็ตาม พอหน่วงเวลาไว้รอเรือชูชีพ
ยังงัยก็ยังขอชมในช่องเล็กๆว่า ...ก็ยังดีนะ ยังขอชมว่ายังพอมีประโยชน์ต่อสังคมอยู่บ้าง ยังดีกว่านักการเืมืองบางคน ที่มันมันไปหลอกให้คนโง่ไปลงคะแนนเลือกตั้งให้มัน แล้วเข้าไปโกงบ้านโกงเมือง
อย่างน้อยการหลอกทางธรรมะแบบนี้ ผู้ถูกหลอกก็เสียเงินของตัวเองกันไป ไม่เดืิอดร้อนคนอื่น ส่วนคนอื่นที่ไม่ถูกหลอกก็ไม่เสียอะไร
ส่วนการหลอกซื้อเสียงทางการเืมือง นั้นตรงข้ามเลย คือ คนถูกหลอกได้เิงิน ส่วนคนอื่นที่ไม่ถูกหลอกกลับเสียเงิน (คือเสียภาษีไปให้นักการเมืองมันเอาไปหลอกคนโง่นั่นเอง)
...คนถางทาง (๓ ตค. ๒๕๕๕)
ขอบคุณในความกล้าหาญ ออกมาวิจารณ์ลัทธินี้ครับ
ผมเองก็มีความรู้สึกขัดๆ เหมือนกัน แต่ก็อาศัยครูบาอาจารย์สอนมาว่า ไม่ให้พูดอะไรที่มันจะไปปรามาสเขา ก็เลยต้องสงบวาจาเอาไว้
มีเรื่องจะเล่าว่า ตอนผมบวชอยู่ปลายปีที่แล้ว โดนเกณฑ์ไปเป็นพระที่รับบิณฑบาตในงานของเขาด้วยในบรรดา ๑ หมื่นรูปที่นิมนต์ไป ในงานระดับจังหวัดของธรรมกาย ไหนจะต้องนั่งท้ายรถกระบะไปรับบาตร ออกจากป่าไปตัวจังหวัด ไปกลับก็เกิน ๑๐๐ กม. แถม อากาศหน้าหนาวนั้น หนาวแทบแย่ พระนั่งตากลม นั่งรอพวก นักการเมืองพูดบนเวที ทีละคนๆ แล้วก็มอบโล่ คนนั้นคนนี้ เป็นชั่วโมง อั้นฉี่อีกต่างหาก รู้สึกเซ็งกับ การทำบุญใหญ่ๆ เสียเหลือเกิน พวกผมอยู่ในป่าดีๆ ปกติบิณฑบาตข้าวเหนียวสักหน่อยก็พอแล้ว
เคยอ่านหนังสือท่าน ปยุตฺโต ว่าลัทธินี้ก็สอนไม่ตรงคำสอนพระพุทธเจ้า ก็เห็นด้วยกับท่าน แต่ผมอ่านแล้วก็ต้องปล่อยความรู้สึกไป ใครทำกรรมหนักก็รับไปเอง ก็แล้วกัน
อาจารย์พุทธทาสภิกขุ ฝากคำเตือนสติชาวพุทธไว้ว่า
"ให้ระวังการเทศน์ ที่ไม่มีการสอนให้ละกิเลส
มีแต่สอนให้เคลิบเคลิ้มไปในสวรรค์"